Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 477/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีละเมิดที่เป็นเหตุให้เศร้าโศกเสียใจและผิดหวังประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มิได้บัญญัติไว้ให้เรียกค่าสินไหมทดแทนได้ แม้จะเป็นบิดาตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม(อ้างฎีกาที่ 789/2512)ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1535 บุตรนั้นหมายถึงบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ซึ่งมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาเมื่อปรากฏว่าโจทก์และโจทก์ร่วมจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่12 พฤศจิกายน 2508 การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายจึงมีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2508 หาใช่มีผลตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2507 ซึ่งเป็นวันฟ้องคดีไม่ ฉะนั้น ในขณะฟ้องผู้ตายจึงยังเป็นบุตรนอกสมรสของโจทก์อยู่ โจทก์ซึ่งเป็นบิดาจึงไม่มีสิทธิฟ้องบุคคลที่กระทำละเมิดต่อบุตรนอกสมรสของตน(อ้างฎีกาที่ 1285/2508)โจทก์ฟ้องคดีนี้ในฐานะเป็นทายาทผู้รับมรดกจากเด็กชาย ธ. ผู้ตายแต่เมื่อปรากฏว่าโจทก์มิใช่บิดาโดยชอยด้วยกฎหมายของผู้ตายแล้วอำนาจฟ้องของโจทก์ก็ไม่มีคำร้องของ ค. มารดาของเด็กชาย ธ. ที่ขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม จึงเป็นอันตกไป (ปัญหาข้อนี้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 4/2514)ค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับค่าปลงศพตามมาตรา 443 วรรค 1หมายความเฉพาะผู้ที่เป็นทายาทของผู้ตายที่จะเรียกร้องเอาแก่ผู้ที่กระทำละเมิด ทำให้เจ้ามรดกถึงแก่ความตายเพราะสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยเหตุที่ได้ละเมิดแก่เจ้ามรดกตกทอดมายังตนผู้เป็นทายาทภายใต้บังคับของมาตรา 1649 เท่านั้นมิได้หมายความว่าใครทำศพผู้ตายแล้วก็จะมีสิทธิเรียกร้องค่าทำศพในลักษณะที่เป็นค่าสินไหมทดแทนฐานละเมิดเสียเองได้เสมอไปเมื่อปรากฏว่าโจทก์ไม่ใช่ทายาทผู้ตายเพราะไม่ได้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายในการปลงศพเป็นค่าสินไหมทดแทนแก่ตนในการที่จำเลยกระทำละเมิดต่อผู้ตาย (อ้างฎีกาที่ 1314/2505)โจทก์ร่วมแม้จะเป็นมารดาของผู้ตาย แต่เมื่อฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์มาแต่ต้นสิทธิโจทก์ร่วมก็ไม่ดีกว่าโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมจึงไม่อาจเรียกค่าใช้จ่ายในการทำศพผู้ตายได้สำหรับจำเลยที่ 1 ลูกจ้าง ซึ่งแม้มิได้ฎีกาก็ตาม แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ว่าเป็นนายจ้างซึ่งต้องร่วมกันรับผิดในผลแห่งละเมิดของจำเลยที่ 1 กรณีจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ฉะนั้น อาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245(1) และมาตรา 247 ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยตลอดถึงจำเลยที่ 1 ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขับรถโดยสารด้วยความประมาท รถทับเด็กชายธนะบุตรโจทก์ถึงแก่กรรม อันเป็นการทำละเมิดในทางการที่จ้าง ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 64,572 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การสู้คดีในระหว่างสืบพยานจำเลยที่ 2 นางเครือวัลย์ยื่นคำร้องลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2508 ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมอ้างว่าเป็นมารดาของเด็กชายธนะผู้ตาย ได้จดทะเบียนสมรสกับโจทก์เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2508 ภายหลังที่เด็กชายธนะถึงแก่กรรม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายรวม 34,572 บาทพร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลชั้นต้นพิพากษาแก้เป็นให้จำเลยที่ 2 ร่วมใช้ค่าปลงศพให้โจทก์และโจทก์ร่วมเป็นเงิน 14,572 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยโจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยที่ 2 ต่างฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า กรณีละเมิดที่เป็นเหตุให้เศร้าโศรกเสียใจและผิดหวังนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มิได้บัญญัติไว้ให้เรียกค่าสินไหมทดแทนได้ แม้จะเป็นบิดาตามกฎหมายก็ตาม ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 789/2502 แม้จะเป็นบิดาตามกฎหมายก็ไม่อาจเรียกค่าเศร้าโศรกเสียใจได้อยู่แล้ว โจทก์ในคดีนี้ซึ่งไม่ได้เป็นบิดาตามกฎหมายจึงไม่มีทางจะเรียกค่าเศร้าโศรกเสียใจได้เลยที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ควรได้รับการอุปการะทดแทนจากผู้ตายเพราะโจทก์อุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษาตลอดมานั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1535 หมายถึงบุตรชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ซึ่งมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาเมื่อโจทก์เป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิที่จะเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากผู้ตาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1530 การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายมีผล (1) ถ้าบิดามารดาสมรสกันภายหลัง ให้มีผลนับแต่วันสมรส เมื่อปรากฏว่าโจทก์และโจทก์ร่วมจดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2508 การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของเด็กชายธนะ ศรคุปต์ จึงมีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2508 หาใช่มีผลตั้งแต่วันฟ้องคดีนี้คือ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2507 ไม่ ฉะนั้น ในขณะฟ้องผู้ตายจึงยังเป็นบุตรนอกสมรสของโจทก์อยู่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องบุคคลที่กระทำละเมิดต่อบุตรนอกสมรสของตน ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1285/2508ส่วนข้อที่โจทก์อ้างว่า คดีนี้นางเครือวัลย์มารดาผู้ตายได้ร้องขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมกับโจทก์ซึ่งศาลก็อนุญาตแล้ว

โจทก์ร่วมย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยได้นั้น ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ในฐานะเป็นทายาทผู้รับมรดกจากเด็กชายธนะผู้ตาย ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าเมื่อฟ้องเดิมโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเสียแล้ว คำร้องขอเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมของผู้ร้องจึงเป็นอันตกไปสำหรับฎีกาของจำเลยที่ 2

ศาลฎีกาเห็นว่า ค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับค่าปลงศพตามมาตรา 443 วรรค 1 หมายความเฉพาะผู้ที่เป็นทายาทของผู้ตายที่จะเรียกร้องเอาแก่ผู้ที่กระทำละเมิดทำให้เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย เพราะสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยเหตุที่ได้ละเมิดแก่เจ้ามรดกตกทอดมายังตนผู้เป็นทายาทภายใต้บังคับของมาตรา 1649 เท่านั้น มิได้หมายความว่าใครทำศพผู้ตายแล้วก็จะมีสิทธิเรียกร้องค่าทำศพในลักษณะที่เป็นค่าสินไหมทดแทนฐานละเมิดเสียเองได้เสมอไป เมื่อปรากฏว่าโจทก์ไม่ใช่ทายาทผู้ตายเพราะไม่ได้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายในการปลงศพเป็นค่าสินไหมทดแทนแก่ตน ในการที่จำเลยกระทำละเมิดต่อผู้ตายตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1314/2505 สำหรับโจทก์ร่วมนั้นแม้จะเป็นมารดาของผู้ตายแต่เมื่อฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์มาแต่ต้น

สิทธิโจทก์ร่วมก็ไม่ดีไปกว่าโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมจึงไม่อาจเรียกค่าใช้จ่ายในการทำศพผู้ตายได้สำหรับจำเลยที่ 1 ลูกจ้างซึ่งแม้มิได้ฎีกาก็ตาม แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ว่าเป็นนายจ้าง ซึ่งต้องร่วมกันรับผิดในผลแห่งละเมิดของจำเลยที่ 1 กรณีจึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ฉะนั้น อาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245 (1) และ มาตรา 247 ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยตลอดถึงจำเลยที่ 1 ด้วยพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้