Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4769/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้อันจะทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นความรับผิดนั้นจะต้องเป็นการตกลงผ่อนเวลาแน่นอน และมีผลว่าในระหว่างผ่อนเวลานั้นเจ้าหนี้จะใช้สิทธิเรียกร้องไม่ได้ ดังนั้น แม้โจทก์จะไม่ได้ใช้สิทธิยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนทันทีเมื่อจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาเช่าซื้อก็ดี โจทก์ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมาถึง 8 เดือน จึงยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนก็ดี จึงมิใช่การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ อันจักทำให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 700

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 651,469 บาท ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นผู้ให้เช่าซื้อเพียงแต่ให้จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินไปชำระค่ารถยนต์ โดยโจทก์ทำในรูปของสัญญาเช่าซื้อและคิดดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้า จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินโจทก์ไม่ถึง 350,000 บาท จำเลยที่ 2 ไม่ได้เจตนาเข้าค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 และโจทก์ผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงพ้นจากความรับผิด โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 6 เดือน นับแต่วันที่โจทก์ได้รับรถยนต์ที่เช่าซื้อคืน คดีจึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 280,300 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 227,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2539 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว หมายเลขทะเบียน 2 ธ-4906 กรุงเทพมหานคร ไปจากโจทก์ในราคา 759,744 บาท ตกลงจะชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดรายเดือน งวดละ 21,104 บาท รวม 36 งวด เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2539 งวดต่อไปจะชำระไม่เกินวันที่ 20 ของเดือนถัดไปจนกว่าจะครบ หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใด โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันทีตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ. 4 โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 ทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ. 5 และ จ. 6 จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อเพียง 2 งวด และผิดนัดตั้งแต่งวดที่ 3 ประจำวันที่ 20 เมษายน 2539 โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อให้ส่งมอบรถยนต์คืนแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย วันที่ 4 มีนาคม 2540 โจทก์ติดตามยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนและขายทอดตลาดไปแล้ว

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ 2 งวดติดกัน โจทก์ก็ชอบที่จะบอกเลิกสัญญาและยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อทันทีเพื่อป้องกันความเสียหาย โจทก์กลับปล่อยเวลาถึง 8 เดือน จึงใช้สิทธิยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนเป็นการผ่อนเวลาส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อให้แก่จำเลยที่ 1 และเป็นการขยายระยะเวลาชำระค่าเช่าซื้อให้แก่จำเลยที่ 1 ทำให้จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันพ้นจากความรับผิดนั้น เห็นว่า การผ่อนเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้อันจะทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นความรับผิดนั้น จะต้องเป็นการตกลงผ่อนเวลาแน่นอน และมีผลว่าในระหว่างผ่อนเวลานั้น

เจ้าหน้าที่จะใช้สิทธิเรียกร้องไม่ได้ ดังนั้น แม้โจทก์จะไม่ได้ใช้สิทธิยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนทันทีเมื่อจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาเช่าซื้อก็ดี โจทก์ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมาถึง 8 เดือน จึงยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนก็ดี จึงมิใช่การที่โจทก์ซึ่งเป็นเป็นเจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้อันจักทำให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาค้ำประกัน ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เสนอเข้ารับผิดยอมชำระค่าเช่าซื้อต่อจากจำเลยที่ 1 แต่โจทก์นิ่งเฉย ทำให้จำเลยที่ 2 พ้นจากความรับผิดนั้น

เห็นว่า เป็นข้อที่จำเลยที่ 2 มิได้ให้การไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย และที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เห็นว่า ค่าเสียหายต่าง ๆ ยังสูงกว่าความเป็นจริงอย่างมาก ค่าเสียหายจริง ๆ ไม่น่าจะเกิน 15,000 บาทนั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหาย 3 รายการ คือ ค่าขาดราคารถยนต์ที่เช่าซื้อ 150,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ 66,200 บาท และค่าใช้จ่ายในการติดตามรถยนต์ที่เช่าซื้อ 11,000 บาท จำเลยที่ 2 มิได้โต้แย้งหรือคัดค้านว่าศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายรายการใดควรเป็นเงินเท่าใด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เนตรมัย · สายันต์ สุรสมภพ · สุภิญโญ ชยารักษ์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้