คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องและศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินในมูลหนี้ตามตั๋วเงินจำเลยอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา เมื่อศาลชั้นต้นรับฎีกาแล้ว ปรากฏว่าจำเลยไม่ได้จัดการนำส่งสำเนาฎีกาและหมายนัดแก่โจทก์ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนมายังศาลฎีกาเพื่อมีคำสั่งต่อไปศาลฎีกามีคำสั่งว่า "คดีนี้จำเลยยื่นฎีกาพร้อมกับคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นเกษียนสั่งในฎีกาของจำเลยว่า สำเนาให้โจทก์ รอไว้สั่ง เมื่อดำเนินการเรื่องอนาถาเสร็จ ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าวของจำเลยและมีคำสั่งว่า หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้นำค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 15วัน นับแต่วันมีคำสั่ง มิฉะนั้นถือว่าจำเลยไม่ติดใจฎีกา เมื่อทราบคำสั่งแล้วจำเลยยื่นคำแถลงขอวางค่าธรรมเนียมต่อศาลในวันที่ 7 ธันวาคม 2543 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในฎีกาของจำเลยในวันที่ 8 ธันวาคม 2543 ว่า
จำเลยนำค่าธรรมเนียมมาชำระแล้ว รับฎีกา หมายนัดให้โจทก์แก้ฎีกาและคัดค้านคำสั่งขอทุเลาการบังคับภายใน 15 วัน ให้จำเลยจัดการนำส่งภายใน 7 วัน ไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด กรณีดังกล่าวแม้ในคำแถลงที่จำเลยขอวางเงินค่าธรรมเนียมต่อศาลจะมีหมายเหตุว่าจำเลยรอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว แต่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับฎีกาของ จำเลยในวันเดียวกันกับที่จำเลยยื่นคำแถลง ดังนั้น จะถือว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งของศาลที่ให้จำเลยจัดการนำส่งสำเนาฎีกา หมายนัดให้โจทก์แก้ฎีกาและคัดค้านคำร้องขอทุเลาการบังคับภายใน7 วันแล้วมิได้ เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาล จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนด อันเป็นการทิ้งฟ้องฎีกา"จึงให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อให้ดำเนินการส่งสำเนาฎีกาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2), 247