Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4761/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 3 ทำหนังสือค้ำประกันการชำระหนี้เงินค่าจ้างเหมาตามสัญญาของจำเลยที่ 1 ให้ไว้แก่โจทก์โดยมีเงื่อนไขว่าการเรียกร้องค่าเสียหายจะต้องยื่นเป็นลายลักษณะอักษร ณ ที่สำนักงานของจำเลยที่ 3 ก่อนปิดทำการของวันที่ 20 ตุลาคม 2530อันเป็นวันหมดอายุหนังสือค้ำประกัน เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาต่อโจทก์หนี้เกิดจากการผิดสัญญาที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 20ตุลาคม 2530 จึงอยู่ในอายุหนังสือค้ำประกัน แต่โจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องได้ก็ต่อเมื่อโจทก์ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวเสียก่อน เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 โดยมิได้ยื่นคำเรียกร้องเป็นลายลักษณ์อักษรให้จำเลยที่ 3 ทราบตามเงื่อนไขภายในกำหนดเวลาในหนังสือค้ำประกัน จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ทำสัญญาจ้างเหมาให้โจทก์ทำการติดตั้งกระจกตามโครงการสุภาคาร คอนโดมิเนียมมีจำเลยที่ 3 เป็นผู้ออกหนังสือค้ำประกันการชำระหนี้ตามสัญญาของจำเลยที่ 1 มอบให้แก่โจทก์และโจทก์ทำหนังสือค้ำประกันการปฏิบัติงานตามสัญญาซึ่งออกให้โดยธนาคารกรุงไทย จำกัด มอบให้จำเลยที่ 1ไว้ด้วย หลังจากทำสัญญาได้มีการขยายระยะเวลาทำงานต่อไปอีกโดยใช้สัญญาเดิมซึ่งจำเลยที่ 3 ก็ได้ขยายเวลาคำ้ประกันออกไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2530 ด้วย และโจทก์ก็ได้ทำหนังสือขยายอายุสัญญาค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด หลังจากนั้นโจทก์ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา และส่งมอบงานให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 โดยส่งมอบงานในเดือนมิถุนายน 2530 สิงหาคม 2530 กันยายน 2530 และตุลาคม 2530แต่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ผิดสัญญาไม่ชำระเงินค่าจ้างให้แก่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 4,901,788.15 บาทพร้อมดอกเบี้ย และให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 คืนหนังสือต่ออายุสัญญาค้ำประกันซึ่งออกโดย

ธนาคารกรุงไทย จำกัดจำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวเป็นผู้ทำสัญญาจ้างเหมาโจทก์ โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ส่งมอบงานให้จำเลยที่ 1ตามสัญญาโจทก์จะต้องเสียค่าปรับให้จำเลยที่ 1 เมื่อหักกลบลบหนี้ของโจทก์แล้วทำให้หนี้ของจำเลยที่ 1 หมดไป โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องหนี้ใด ๆ อีก และจำเลยที่ 1 มีสิทธิยึดถือสัญญาค้ำประกันไว้ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 ค้ำประกันเฉพาะหนี้ค่าเสียหายซึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยที่ 1 ที่ได้เกิดมีขึ้นแล้วในวันที่ 25 มิถุนายน 2530 และในวันที่ 20 ตุลาคม 2530 โดยมีเงื่อนไขว่า โจทก์จะต้องได้เรียกร้องเป็นลายลักษณ์อักษรที่สำนักงานของจำเลยที่ 3 ก่อนเวลาปิดทำการในวันดังกล่าวด้วย

โจทก์มิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องจำเลยที่ 3ไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 3ร่วมกันชำระเงิน 4,901,788.15 บาท พร้อมดอกเบี้ย คำขออื่นให้ยกและให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาต่อโจทก์ ตามสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 3 ทำไว้กับโจทก์ จำเลยที่ 3 ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2530 ฉะนั้นหนี้ที่เกิดจากการผิดสัญญาที่เกิดขึ้นก่อนวันดังกล่าวจึงอยู่ภายในอายุสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ แต่สัญญาค้ำประกันได้ระบุเงื่อนไขว่าโจทก์จะต้องยื่นคำเรียกร้องเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังจำเลยที่ 3ภายในวันหมดอายุสัญญาค้ำประกัน

โจทก์จึงต้องแจ้งข้อเรียกร้องให้จำเลยที่ 3 ผู้ค้ำประกันทราบภายในวันที่ 20 ตุลาคม 2530 ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาค้ำประกัน โจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาค้ำประกันได้ก็ต่อเมื่อโจทก์ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาค้ำประกันดังกล่าวแล้วเสียก่อน ดังนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 โดยมิได้ยื่นคำเรียกร้องให้จำเลยที่ 3ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรตามเงื่อนไขภายในกำหนดเวลาในสัญญาค้ำประกันก่อน จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวรรค์ ศักดารักษ์ · จเร อำนวยวัฒนา · สันติ ทักราล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้