Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4755/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การนำสืบถึงการชำระเงินที่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้กู้มาแสดง หรือมีการเวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืม หรือแทงเพิกถอนในเอกสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 653 วรรคสอง หมายถึงการนำสืบถึงการชำระต้นเงินเท่านั้นไม่รวมถึงการชำระดอกเบี้ยด้วย จำเลยจึงนำสืบถึงจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระไปได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94(ข) จำนวนดอกเบี้ยที่จำเลยทั้งสองชำระให้โจทก์สูงกว่าดอกเบี้ยจากต้นเงินตามสัญญากู้และสัญญาจำนองนับแต่วันกู้ยืมมาจนถึงวันฟ้องเงินส่วนที่ชำระดอกเบี้ยซึ่งเกินดังกล่าวต้องนำไปชำระต้นเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 329 วรรคแรก

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวน ศาลรวมพิจารณาพิพากษาโดยให้เรียกจำเลยที่ 1สำนวนแรกและจำเลยสำนวนหลังเป็นจำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยที่ 2ในสำนวนแรกเป็นจำเลยที่ 2สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินโจทก์ 60,000 บาทโดยจำเลยทั้งสองจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 12880 พร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้กับโจทก์เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ จำเลยทั้งสองไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน105,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 12880 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกู้ยืมเงิน และจดทะเบียนจำนองที่ดินไว้กับโจทก์จริง จำเลยทั้งสองชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว แต่โจทก์ไม่ไถ่ถอนจำนองให้ขอให้ยกฟ้องสำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า

จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไปสามครั้งรวมเป็นเงิน 44,000 บาท โดยตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีให้โจทก์ทุกเดือน จำเลยไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 75,863.87 บาทจำเลยให้การว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ทั้งสามครั้งจริงจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมคืนสัญญากู้ให้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 44,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 60,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดโฉนดเลขที่ 12880 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาด

นำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบถ้วนโจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ทั้งสองสำนวนศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะยื่นฟ้องใหม่ภายในอายุความโจทก์ฎีกาทั้งสองสำนวนศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีที่มาตรา 94(ข) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง บัญญัติห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบุคคล นั้นต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ดังนั้นการนำสืบถึงการชำระเงินที่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้กู้มาแสดง หรือมีการเวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมหรือแทงเพิกถอนในเอกสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา653 วรรคสอง หมายถึงการนำสืบถึงการชำระต้นเงินเท่านั้น ไม่รวมถึงการชำระดอกเบี้ยด้วย

จำเลยทั้งสองจึงมีสิทธินำสืบถึงจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระไปได้ ไม่ต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว เมื่อจำนวนดอกเบี้ยที่จำเลยทั้งสองชำระให้โจทก์ตามสมุดบันทึกสูงกว่าดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินตามสัญญากู้และสัญญาจำนองนับแต่วันกู้ยืมมาจนถึงวันฟ้อง เงินส่วนที่ชำระดอกเบี้ยซึ่งเกินกว่าดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีดังกล่าว จึงต้องนำไปชำระต้นเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 329 วรรคแรก ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องคิดยอดเงินมาให้ถูกต้อง และไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะยื่นฟ้องใหม่ภายในกำหนดอายุความนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวรรณ ตระการพันธุ์ · นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้