Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 2 เช่าซื้อรถยนต์จากบริษัท ช. แล้วเอาประกันภัยไว้กับโจทก์ที่ 1 ระบุให้บริษัท ช. เป็นผู้รับประโยชน์ มีสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374 ก่อนบริษัท ช. แสดงเจตนาเข้าถือเอาประโยชน์ รถที่เช่าซื้อสูญหายไป และโจทก์ที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 โดยตรงแล้ว จึงเป็นกรณีที่คู่สัญญาประกันภัยเปลี่ยนแปลงข้อตกลงระหว่างกันแล้ว โจทก์ที่ 1 ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ 2 ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามมาตรา 880 มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในนามของตนเองจากลูกหนี้ของโจทก์ที่ 2 ได้ตามมาตรา 226 ส่วนโจทก์ที่ 2 ซึ่งฝากรถยนต์ไว้กับจำเลยและรถหายไป ก็มีสิทธิเรียกค่าเสียหายในส่วนที่ยังขาดอยู่จากจำเลยได้ ปั๊มของจำเลยปฏิบัติต่อลูกค้ามีพฤติการณ์แสดงว่าจำเลยยอมรับรถจากผู้อื่นมาอยู่ในความอารักขาของจำเลยที่ปั๊มนั้น จึงเป็นลักษณะรับฝากทรัพย์ตามมาตรา 657 ไม่ใช่ให้เช่าสถานที่เพื่อจอดรถ ร. นำรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 ไปทดลองขับดูก่อนที่จะซื้อและได้นำไปจอดฝากไว้กับจำเลย ถือได้ว่า ร. เป็นตัวแทนของโจทก์ที่ 2 โดยปริยาย จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ที่ 2 เช่าซื้อรถยนต์มาจากบริษัทเซสแมนฮัตตันฯ จำกัด แล้วเอาประกันภัยไว้กับบริษัทโจทก์ที่ 1 โดยระบุในกรมธรรม์ประกันภัยให้เจ้าของรถยนต์คันพิพาทเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการประกัน ต่อมารถดังกล่าวหายไปจากปั๊มน้ำมันของจำเลย และโจทก์ที่ 1 ผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน160,000 บาท ครบตามสัญญาโจทก์ที่ 1 จึงฟ้องไล่เบี้ย และโจทก์ที่ 2 ฟ้องเรียกค่าเสียหายที่ยังขาดอยู่เอากับจำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 160,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 60,000 บาทกับดอกเบี้ย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาว่า เมื่อโจทก์ที่ 2 ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทมาจากบริษัทเซสแมนฮัตตัน อินเวสเมนต์ (ประเทศไทย) จำกัด ในราคา 287,800 บาท ปรากฏตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อท้ายบัญชีระบุพยานโจทก์สารบาญอันดับที่ 42 แล้วโจทก์ที่ 2 ได้ประกันภัยรถยนต์คันพิพาทไว้กับบริษัทสินสวัสดิ์ประกันภัย จำกัดโจทก์ที่ 1 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2517 เป็นเงิน 160,000 บาท ปรากฏตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.1 โดยระบุในกรมธรรม์ประกันภัยให้เจ้าของรถยนต์คันพิพาทเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการประกัน ต่อมาเดือนธันวาคม 2517รถยนต์คันพิพาทได้หายไปจากปั๊มน้ำมัน "สถานีบริการเชลล์-เสสะเวช" ของห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรบุรี-อโศกบริการ

จำเลย ต่อมาโจทก์ที่ 1 ได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 160,000 บาทครบตามสัญญา โจทก์ที่ 1 จึงฟ้องไล่เบี้ยและโจทก์ที่ 2 ฟ้องเรียกค่าเสียหายที่ยังขาดอยู่ เอากับจำเลยเป็นคดีนี้คดีมีปัญหาว่า โจทก์ทั้งสองีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยรับฝากรถยนต์คันพิพาทนี้หรือไม่ ค่าเสียหายมีเพียงใดในประเด็นเรื่องอำนาจฟ้อง

ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ที่ 1 ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ที่ 2 ซึ่งมิใช่เจ้าหนี้จึงไม่เป็นผู้รับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ 2 โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัยรายนี้ต้องถือได้ว่าโจทก์ที่ 1 กับโจทก์ที่ 2 เป็นคู่สัญญาประกันภัยกันโดยตรงส่วนบริษัทเซสแมนฮัตตัน อินเวสเมนท์ (ประเทศไทย) จำกัด นั้นเป็นบุคคลภายนอกผู้ที่จะได้รับประโยชน์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374แต่ไม่ปรากฏว่าบริษัทเซสแมนฮัตตันฯ ได้แสดงเจตนาที่จะเข้ามาถือเอาประโยชน์ดังนั้นตราบใดที่บุคคลภายนอกยังไม่ได้เข้ามาเป็นคู่สัญญาเพื่อรับประโยชน์ สิทธิของบุคคลภายนอกจึงมิได้เกิดมีขึ้น คู่สัญญาประกันภัยก็ย่อมจะเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธิของบุคคลภายนอกนั้นในภายหลังได้ ดังนี้การที่โจทก์ที่ 1 ลูกหนี้ได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 โดยตรง และโจทก์ที่ 2 ยอมรับชำระหนี้นั้น จึงเห็นได้ว่าเป็นกรณีที่คู่สัญญาประกันภัยได้เปลี่ยนแปลงข้อตกลงระหว่างกันแล้ว

เมื่อโจทก์ที่ 1 ได้ชำระหนี้ให้โจทก์ที่ 2 แล้ว โจทก์ที่ 1 ก็ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของโจทก์ที่ 2ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามมาตรา 880 และมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในนามของตนเองจากลูกหนี้ของโจทก์ที่ 2 ได้ตามมาตรา 226 ส่วนโจทก์ที่ 2 ได้อ้างว่า โจทก์และตัวแทนของโจทก์ฝากรถยนต์คันพิพาทไว้กับจำเลย ดังนั้นเมื่อรถยนต์คันพิพาทหายไปในระหว่างที่รถยนต์นั้นอยู่ในอารักขาของจำเลย โจทก์ที่ 2 ย่อมมีสิทธิเรียกค่าเสียหายในส่วนที่ยังขาดอยู่ได้" ฯลฯ"ข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่า นายไพโรจน์นำรถยนต์คันพิพาทมาจอดที่ปั๊มน้ำมันจำเลยในวันเกิดเหตุแล้วหายไปจริง

ปัญหาต่อไปมีว่านายไพโรจน์ฝากหรือเช่าสถานที่จอดรถกับปั๊มน้ำมันของจำเลย ได้พิจารณาพยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว นายไพโรจน์เบิกความว่า พยานเอารถยนต์เข้าบ้านไม่ได้ จึงนำรถทั้งสามคันรวมทั้งคันพิพาทไปฝากไว้ที่ปั๊มจำเลย เสียค่าฝากเดือนละ 150 บาทต่อคันการฝากฝากด้วยวาจา ชั้นแรกได้ไปพูดฝากกับผู้จัดการปั๊มจำเลยเสียก่อน บริเวณปั๊มเป็นลานโล่ง ๆ รถจอดได้ทั่วไปสุดแต่ว่างที่ใด นางจินตนา แก้วโกเมน พยานโจทก์ก็เบิกความว่าเคยนำรถมาฝากที่ปั๊มน้ำมันจำเลยเช่นกัน พยานโจทก์เบิกความสนับสนุนกันมีน้ำหนักน่าเชื่อได้ ประกอบกับนายสมศักดิ์ เสสะเวช พยานจำเลยเบิกความว่า ในทางปฏิบัติ ปั๊มจำเลยให้ลูกค้าของตนจอดรถในบริเวณปั๊มโดยคิดค่าจอดและรับว่ารถยนต์ 2 คันของนายไพโรจน์ก็มาจอดที่ปั๊มของจำเลยศาลฎีกาเห็นว่า

แม้โจทก์จะไม่มีหลักฐานการฝากเป็นหนังสือผูกมัดจำเลยก็ตามแต่ที่ปั๊มจำเลยปฏิบัติต่อนายไพโรจน์และลูกค้ารายอื่นเป็นพฤติการณ์แสดงว่าจำเลยยอมรับรถจากผู้อื่นมาอยู่ในความอารักขาของจำเลยที่ปั๊มนั้น เป็นลักษณะรับฝากทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 657 หาใช่ให้เช่าสถานที่เพื่อจอดรถดังจำเลยฎีกาไม่ และในกรณีที่นายไพโรจน์นำรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 ไปฝากไว้กับจำเลยเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่านายไพโรจน์เป็นตัวแทนของโจทกืที่ 2 โดยปริยายแล้ว จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พัลลภ เสถียรธรรมกิจ · ชลอ จามรมาน · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้