Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยลงลายมือชื่อของตนโดยมิได้เขียนแถลงว่า กระทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่งลงไว้ในตั๋วสัญญาใช้เงิน จำเลยจะอ้างว่าตนกระทำแทนบุคคลอื่นและขอนำพยานเข้าสืบประกอบข้ออ้างของตนหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้โจทก์ไว้ 1 ฉบับ สัญญาว่าจะชำระเงิน 18,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 14 ต่อปีให้โจทก์หรือตามคำสั่ง ในวันที่ 8 ตุลาคม 2509 ณ ภูมิลำเนาของผู้รับเงินจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้ร่วมกันรับอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับนี้ ถึงกำหนดจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ใช้เงินในฐานะผู้รับอาวัลแล้ว จำเลยที่ 2 ที่ 3 เพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินตามตั๋วกับดอกเบี้ยถึงวันฟ้องรวม 21,710 บาท กับดอกเบี้ยแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จจำเลยที่ 1 ให้การว่า ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินตามเอกสารท้ายฟ้องจริง โดยกระทำการเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับจำเลยที่ 1 ในห้างหุ้นส่วนไม่จดทะเบียนสหมิตร์การช่าง

มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เงินจำนวนนี้ห้างหุ้นส่วนสหมิตร์การช่างนำไปใช้ในกิจการรับเหมาก่อสร้าง เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งเป็นผู้รับอาวัลจึงต้องชำระหนี้รายนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 940 จำเลยที่ 2 ที่ 3 จะไล่เบี้ยเอากับหุ้นส่วนอย่างไรก็ทำได้ โจทก์ทราบอยู่แล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 โจทก์ชอบที่จะเรียกร้องเอาจากตัวการโดยตรงจำเลยที่ 2 ที่ 3 ให้การต้องกันว่า ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ แต่ขอให้บังคับเอากับจำเลยที่ 1 ก่อน จำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินพอจะชำระหนี้ได้ จำเลยที่ 2 ที่ 3 รับอาวัลเป็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับกิจการของห้างหุ้นส่วนวันชี้สองสถาน จำเลยที่ 1 แถลงว่า ที่ว่าจำเลยที่ 1 ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ที่ 3 นั้น

คือ จำเลยที่ 2 ที่ 3 วานให้จำเลยที่ 1 กู้เงินให้ห้างหุ้นส่วนสหมิตร์การช่างไม่ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปทำตั๋วสัญญาใช้เงินกับโจทก์ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 18,000 บาท ดอกเบี้ย 3,710 บาท รวม 21,710 บาท ให้โจทก์กับชำระดอกเบี้ยร้อยละ 14 ต่อปี ในต้นเงิน 18,000 บาทจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา ข้อ 1 จำเลยที่ 1 ออกตั๋วใช้เงินแทนจำเลยที่ 2 ที่ 3 เพื่อให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 เอาเงินไปใช้ในกิจการของห้างหุ้นส่วนสหมิตร์การช่างศาลจึงควรให้จำเลยที่ 1 สืบพยานในข้อนี้เพื่อว่าเมื่อคดีถึงที่สุด จำเลยที่ 1 จะได้ออกเงินใช้โจทก์ไปเท่าใด

จำเลยที่ 1 จะได้ใช้สิทธิไล่เบี้ยเอากับหุ้นส่วนได้ ข้อ 2 โจทก์ผู้ทรงตั๋วเงินรู้อยู่แล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ที่ 3 เท่ากับโจทก์ได้รู้ถึงข้อบกพร่องอันเกิดแก่ตั๋วเงินแล้ว กลับยอมรับเอาตั๋วเงินนั้นไว้ ข้อต่อสู้ของจำเลยจึงใช้ยันโจทก์ได้ โดยถือว่าตั๋วเงินนั้นมีข้อบกพร่องหรือมีการรอนสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดอยู่ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อ 1 ว่า เรื่องที่จำเลยที่ 1 จะได้ใช้สิทธิไล่เบี้ยเอากับผู้ใด ไม่เกี่ยวกับคดีเรื่องนี้ ปัญหาในคดีเรื่องนี้คงมีแต่เพียงว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อของตนในตั๋วเงินโดยมิได้เขียนแถลงว่ากระทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง จำเลยที่ 1 ย่อมเป็นผู้รับผิดตามความในตั๋วเงินนั้น (ป.พ.พ. มาตรา 901)

จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าตนกระทำแทนบุคคลอื่นและขอนำพยานเข้าสืบประกอบข้ออ้างของตนหาได้ไม่ฎีกาข้อ 2 จำเลยที่ 1 มิได้ยกปัญหานี้ขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จะยกขึ้นอ้างอิงในชั้นฎีกาหาได้ไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรค 1พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 600 บาทแทนโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ · ประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้