เนื้อความคำพิพากษา
ที่สวนแปลงหนึ่งเป็นสินเดิมของภรรยาจำเลย แต่จำเลยได้ปลูกต้นผลไม้และปลูกเรือนลงในที่สวนแปลงนี้ ต่อมาการอาชีพฝืดเคืองลงจำเลยจึงเปลี่ยนอาชีพมาประกันโดยเอาที่สวนแปลงนี้เป็นหลักทรัพย์ ภรรยาจำเลยทราบก็ไม่คัดค้านประการใด จำเลยได้ร้องขอประกันตัวผู้ต้องหาคนหนึ่งต่อกรมการอำเภอตามแบบพิมพ์หลวงเอาสวนแปลงนี้ตรอกลงในบัญชีทรัพย์สินและกล่าวรับของในสัญญาประกันข้อ ๓ ว่าทรัพย์ที่ประกันนี้เป็นของจำเลยมีกรรมสิทธิแต่ผู้เดียว โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษฐานแจ้งความเท็จ ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าคดียังฟังไม่ถนัดว่าจำเลยมีเจตนาแจ้งความเท็จเพราะที่สวนรายนี้เป็นของภรรยาจำเลย ๆ ได้ปลูกต้นผลไม้และบ้านเรืองอยู่ในที่ดินแปลงนี้มาหลายปีแล้ว จำเลยอาจเข้าใจว่าตนมีสิทธิในทรัพย์สินเหนือภรรยา จึงได้ไปกล่าวอ้างดังนี้คดียังไม่พอจะฟังว่าจำเลยมีเจตนาแจ้งความเท็จ
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์