Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4746/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยไม่มีพยานหลักฐานมาสืบให้เห็นว่า โจทก์และภรรยาได้รับดอกเบี้ยตามสัญญาจำนองเลย คงอ้างแต่เพียงว่าเมื่อระบุว่าคิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ไว้ในสัญญาจำนอง ก็ต้องถือว่าโจทก์และภรรยาได้รับดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้นั้น พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ฟังได้ว่า โจทก์และภรรยาไม่ได้รับเงินดอกเบี้ยตามสัญญาจำนอง จึงไม่มีเงินได้พึงประเมินจากเงินดอกเบี้ย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 84 ป.รัษฎากร มาตรา 40

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินภาษีสรรพากรเขตพื้นที่ ๗ ได้ประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสรรพากรเขตพื้นที่ ๗ ได้ประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับระยะเวลาปี ๒๕๒๗ และ๒๕๒๘ จากโจทก์เป็นเงิน ๔๘,๓๔๘ บาท และ ๕๐,๑๖๐ บาท ตามลำดับเห็นว่าภรรยาโจทก์มีเงินได้เป็นดอกเบี้ยตามสัญญาจำนอง เพราะในสัญญาจำนองมีข้อความกำหนดเรื่องดอกเบี้ยไว้ โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้าน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์โดยเห็นว่าการประเมินของเจ้าพนักงานถูกต้องแล้วและไม่มีเหตุ อันควรผ่อนผันงดหรือลดเบี้ยปรับ โจทก์ได้นำเงินภาษี ๑๑๘,๓๙๘ บาท ไปชำระให้แก่จำเลยแล้ว ขอให้พิพากษาเพิกถอนการประเมินและให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๑๑๘,๓๙๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ได้พิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และภรรยาโจทก์ผู้ให้กู้ยืมกับนางสาวสมปองผู้กู้ยืมแล้วเห็นว่า ภรรยาโจทก์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนางสาวสมปองโดยบิดาของนางสาวสมปองเป็นพี่ชายของบิดาภรรยาโจทก์ บิดาของนางสาวสมปองเคยมีบุญคุณต่อโจทก์และภรรยา แม้จะได้ความตามทางนำสืบของโจทก์ว่า เงินจำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท ที่โจทก์และภรรยาให้นางสาวสมปองกู้ไปนั้น บางส่วนโจทก์ถอนจากเงินฝากธนาคารของโจทก์และบางส่วนโจทก์ยืมมาจากเพื่อนโดยไม่เสียดอกเบี้ย ซึ่งการถอนเงินฝากของโจทก์จากธนาคารไปให้นางสาวสมปองกู้โดยไม่ให้ดอกเบี้ย จะทำให้โจทก์ขาดรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากก็ตาม แต่ก็อยู่ในวิสัยของผู้ที่มีความสำนึกในบุญคุณของผู้อื่นที่ได้เคยช่วยเหลือมา

จะพึงเสียสละรายได้จากเงินฝากธนาคารส่วนนี้เพื่อตอบแทนบุญคุณของผู้นั้น ซึ่งมิใช่เป็นเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด จากเหตุผลและพฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าวจึงเชื่อว่าโจทก์และภรรยามิได้คิดดอกเบี้ยเงินกู้จากนางสาวสมปอง ส่วนที่ระบุไว้ในสัญญาจำนองว่า ตกลงคิดดอกเบี้ยจากเงินกู้ร้อยละ ๑๕ ต่อปีนั้นก็ได้ความจากคำเบิกความของนางสาวสมปองว่า วันทำสัญญาจำนองภรรยาโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับจำนองไม่ได้ไปสำนักงานที่ดินเอง แต่ได้มอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปแทน เมื่อพยานไปถึงสำนักงานที่ดินผู้รับมอบอำนาจเป็นคนเดินเรื่องทั้งหมด พยานเพียงแต่เซ็นชื่อในเอกสารเท่านั้น โดยพยานไม่ทราบข้อความเกี่ยวกับดอกเบี้ยดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งคำเบิกความของนางสาวสมปองดังกล่าวมีเหตุผลรับฟังได้เพราะในสัญญาจำนองเป็นแบบพิมพ์ซึ่งมีช่องให้กรอกอัตราดอกเบี้ยไว้ด้วย

ผู้รับมอบอำนาจของโจทก์จึงอาจแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำสัญญาให้กรอกอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายลงไปโดย ที่คู่สัญญาไม่ทราบมาก่อนก็ได้ ฝ่ายจำเลยไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบให้เห็นว่า โจทก์และภรรยาได้รับดอกเบี้ยตามสัญญาจำนองแต่อย่างใด คงอ้างแต่เพียงว่าเมื่อระบุว่าคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปีไว้ ในสัญญาจำนอง ก็ต้องถือว่าโจทก์และภรรยาได้รับดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้นั้น พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์และภรรยาไม่ได้รับเงินดอกเบี้ยจากนางสาวสมปองดังที่ระบุในสัญญาจำนอง โจทก์จึงไม่มีเงินได้พึงประเมินจากเงินดอกเบี้ยดังกล่าว คำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน ให้จำเลยคืนเงิน ๑๑๘,๓๙๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ตัน เวทไว · ตัน เวทไว · อุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายสุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2536

ค่าจ้างคนทำสวน ค่าซักล้างทำความสะอาดพรม ค่าซักผ้าม่านค่าทำความสะอาดสระว่ายน้ำ ค่าผงคลอรีน สำหรับใส่สระว่ายน้ำค่าผงซักฟอก ค่ากำจัดปลวก ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่โจทก์จ่ายไปเพื่อบำรุงรักษาทรัพย์สินของโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3654/2531

บิดาของโจทก์เช่าตึกแถวจากผู้ให้เช่า ต่อมาโจทก์ได้รับโอนสิทธิการเช่าต่อบิดาซึ่งถึงแก่กรรม แล้วโจทก์โอนสิทธิการเช่านี้ให้แก่ธนาคารโดยได้เงินตอบแทน 2,000,00 บาท ในประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่า สิทธิการเช่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1201/2567

ในวันนัดเดินเผชิญสืบ คู่ความทั้งสองฝ่ายลงชื่อรับรองความถูกต้องของแผนผังและแถลงสละประเด็นพิพาท ข้อ 2 ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยทั้งสอง กรณีจึงไม่จำต้องสืบพยานและวินิจฉัยประเด็นพิพาท ข้อ 2 อีกต่อไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4847/2566

การที่ผู้คัดค้านในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดที่ดินของจำเลย เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดเป็นเงินได้ของกองทรัพย์สินจำเลย จำเลยโดยผู้คัดค้านมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ตาม ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้