Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4745/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำร้องขอระบุพยานบุคคล 3 อันดับ พยานเอกสาร 6 อันดับ รวม 9 อันดับเพิ่มเติม อ้างเหตุสองประการคือบัญชีระบุพยานยังพิมพ์ขาดตกบกพร่อง และเอกสารที่ขอระบุเพิ่มเติมนี้เพิ่งทราบว่ามีและหาได้ พยานบุคคลที่ขอระบุเพิ่มเติมได้ความว่า พยานบุคคลที่ระบุไว้เดิมมาเบิกความไม่ได้ในวันนัดโจทก์จึงระบุพยานเพิ่มเติมแทนพยานที่ระบุไว้เดิม และนำตัวมาพร้อมที่จะเบิกความด้วยในวันนัดเช่นนี้นั้น กรณีถือได้ว่ามีเหตุอันสมควร ส่วนพยานเอกสารที่ขอเพิ่มเติม 6 อันดับ โจทก์อ้างว่าเพิ่งทราบว่ามีอยู่ จำเลยมิได้คัดค้านและไม่ปรากฏว่าเป็นเอกสารที่โจทก์รู้อยู่ก่อนแล้วว่ามี กรณีต้องฟังตามคำร้องของโจทก์ว่าเพิ่งทราบว่ามีอยู่ จึงเข้าหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดคดีภาษีอากรข้อ 8 วรรคสี่ เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งคดีเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จึงอนุญาตให้โจทก์ระบุพยานเพิ่มเติม นัดสืบพยานโจทก์นัดแรกโจทก์ขอเลื่อนโดยแถลงว่านัดหน้าจะนำพยานมาสืบ นัดต่อมาโจทก์ไม่มีพยานตามที่ระบุไว้แล้วมาศาล คงมีแต่พยานบุคคลที่โจทก์ขอระบุเพิ่มเติมในวันนั้นมาศาลพร้อมที่จะสืบ แต่ศาลไม่อนุญาตให้โจทก์ระบุพยานเพิ่มเติม โจทก์แถลงถึงความจำเป็นที่พยานคนเดิมไม่มาศาลไว้ด้วย พฤติการณ์เช่นนี้ยังไม่พอฟังว่าโจทก์มีเจตนาประวิงคดีให้ชักช้า และการที่โจทก์นำพยานบุคคลที่ระบุเพิ่มเติมเข้าสืบก็ไม่มีข้อที่จะทำให้จำเลยเสียเปรียบในทางคดีแต่อย่างใด เพราะแม้ตามบัญชีระบุพยานเดิมเมื่อถึงวันนัดจำเลยก็ไม่อาจรู้ได้ว่าโจทก์นำพยานบุคคลอื่นใดเข้าสืบก่อนหลัง และไม่อาจรู้ได้ก่อนว่าพยานปากใดจะเบิกความในประเด็นแห่งคดีเรื่องอะไรก่อนที่จะลงมือสืบพยาน ถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์จะเอาเปรียบจำเลยในทางคดี กรณีมีเหตุอันสมควรให้โจทก์สืบพยานไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17 ป.วิ.พ. มาตรา 243 ข้อกำหนดคดีภาษีอากร มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย โจทก์ทิ้งฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๓ ศาลภาษีอากรกลางจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ ให้การว่า การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะ-กรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องของโจทก์ ในวันนัดสืบพยานโจทก์

โจทก์ยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติม และจะนำพยานที่ขอระบุเพิ่มเติมอันดับ ๑ เข้าสืบโดยไม่ได้นำพยานบุคคลปากอื่นมาศาล จำเลยแถลงคัดค้าน ศาลมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมของโจทก์ และเห็นว่าเป็นการประวิงคดี ประสงค์จะเอาเปรียบจำเลยในทางคดี เมื่อโจทก์ไม่ได้นำพยานปากอื่นมาศาลถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ และมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยปัญหาสมควรอนุญาตให้โจทก์ระบุพยานเพิ่มเติมหรือไม่ว่า คำร้องระบุพยานเพิ่มเติมของโจทก์ยื่นโดยอาศัยข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ ๘ วรรคสี่ ในคำร้องอ้างเหตุสองประการคือบัญชีระบุพยานของโจทก์ยังพิมพ์ขาดตกบกพร่องอยู่และเอกสารต่าง ๆที่โจทก์ขอระบุเพิ่มเติมนี้เป็นเอกสารที่โจทก์เพิ่งทราบว่ามีและหาได้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมขอให้ศาลอนุญาต เห็นว่าบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของโจทก์เป็นพยานบุคคล ๓ อันดับ และพยานเอกสาร๖ อันดับ รวม ๙ อันดับ สำหรับพยานบุคคลของโจทก์ที่ระบุเพิ่มเติมนั้นได้ความว่า โจทก์ระบุเพิ่มเติมเพื่อจะนำเข้าสืบแทนพยานบุคคลที่ระบุไว้เดิม เนื่องจากพยานบุคคลที่ระบุไว้ตามบัญชีระบุพยานเดิมนั้นมีความจำเป็นไม่อาจมาเบิกความในวันดังกล่าวได้เพราะพยานอันดับหนึ่งเป็นชาวต่างประเทศ

ยังหาล่ามแปลไม่ได้ พยานอันดับสองเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนพยานอันดับสามยังไม่พร้อมที่จะเบิกความสำหรับพยานอันดับสามนั้นตามเหตุที่โจทก์แถลงนั้นยังไม่อาจเห็นถึงความจำเป็นในการที่จะมาเบิกความไม่ได้ แต่เหตุผลสำหรับพยานสองอันดับแรกในบัญชีระบุพยานเดิมนั้น การที่มาเบิกความไม่ได้นับว่ามีเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่อาจมาเบิกความได้ การที่พยานบุคคลที่ระบุไว้เดิมมาเบิกความไม่ได้ในวันนัด โจทก์จึงระบุพยานบุคคลเพิ่มเติมและนำตัวมาพร้อมที่จะเบิกความด้วยในวันนัดเช่นนี้นั้น กรณีถือได้ว่ามีเหตุอันสมควรตามข้อกำหนดไว้ในข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ ๘ วรรคสี่แล้ว ทั้งจำเลยก็มิได้คัดค้านในข้อที่ว่ามีเหตุสมควรหรือไม่ คงอ้างว่าโจทก์ประสงค์จะเอาเปรียบในทางคดีเท่านั้น

สำหรับพยานเอกสารเพิ่มเติมรวม ๖ อันดับ ที่โจทก์อ้างว่าเพิ่งทราบว่ามีอยู่นั้น จำเลยมิได้คัดค้านและก็ไม่ปรากฏว่าเป็นเอกสารที่โจทก์รู้อยู่ก่อนแล้วว่ามีกรณีต้องฟังตามคำร้องของโจทก์ว่าเพิ่งทราบว่ามีอยู่จึงเข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดคดีภาษีอากรข้อ ๘ วรรคสี่ ที่ว่า ตนไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่ เห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานที่โจทก์ระบุเพิ่มเติม จึงอนุญาตให้โจทก์ระบุพยานเพิ่มเติมตามบัญชีระบุพยานลงวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๓๒ ได้ ที่ศาลภาษีอากรกลางสั่งไม่รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของโจทก์ดังกล่าวศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ส่วนปัญหาเรื่องประวิงคดีวินิจฉัยว่า

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินอันเป็นการฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์เท่าจำนวนเงินที่โจทก์จะต้องชำระตามหนังสือแจ้งการประเมินการที่คดีเนิ่นช้าไปนั้นโจทก์มิได้รับประโยชน์อะไรเพิ่มขึ้นจากการล่าช้านั้น ฉะนั้นโดยลักษณะของคดีจึงไม่มีเหตุผลที่โจทก์จะประวิงให้ชักช้าเพื่อเหตุใด และเมื่อพิจารณาถึงพฤติการณ์ในการดำเนินคดีของโจทก์ในการสืบพยานโจทก์นัดแรกโจทก์ขอเลื่อนโดยแถลงว่านัดหน้าจะนำพยานมาสืบ นัดต่อมาโจทก์ไม่มีพยานบุคคลตามที่ระบุพยานไว้แล้วมาศาล คงมีแต่พยานบุคคลที่โจทก์ขอระบุเพิ่มเติมในวันนั้นมาศาลพร้อมที่จะสืบ แต่ศาลไม่อนุญาตให้โจทก์ระบุพยานเพิ่มเติม โจทก์จึงนำพยานบุคคลที่มาศาลในวันนั้นเข้าสืบไม่ได้ เพราะพยานบุคคลตามบัญชีระบุพยานเดิมไม่มาศาลโดยโจทก์แถลงถึงความจำเป็นที่พยานบุคคลตามบัญชีระบุพยานเดิมไม่มาศาลไว้ด้วย ซึ่งศาลภาษีอากรกลางมิได้พิจารณาในส่วนนี้ว่ามีเหตุผลฟังได้หรือไม่เพียงใดฟังเลยว่าเป็นการประวิงคดี

เห็นว่าพฤติการณ์แห่งการกระทำอย่างนี้นั้นยังไม่พอที่จะถือว่าโจทก์มีเจตนาที่จะประวิงคดีให้ชักช้า สำหรับกรณีที่การดำเนินคดีของโจทก์ประสงค์จะเอาเปรียบฝ่ายจำเลยในทางคดีหรือไม่นั้น เห็นว่าการที่โจทก์จะนำพยานบุคคลที่ระบุเพิ่มเติม วันนั้นเข้าสืบเลยนั้นไม่มีข้อที่จะทำให้จำเลยเสียเปรียบในทางคดีแต่อย่างใด เพราะถึงแม้พยานบุคคลตามบัญชีระบุพยานเดิมเมื่อถึงวันนัด จำเลยก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าโจทก์จะนำพยานบุคคลอันดับใดเข้าสืบก่อนหลังเพราะไม่มีกฎหมายกำหนดไว้ว่าจะต้องเข้าสืบตามลำดับ และพยานบุคคลตามบัญชีระบุพยานนั้น ทั้งศาลและคู่ความฝ่ายตรงข้ามก็ไม่อาจจะรู้ได้ก่อนว่าพยานปากใดจะเบิกความในประเด็นแห่งคดีในเรื่องอะไรก่อนที่จะลงมือสืบพยาน กรณีอย่างนี้จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์จะเอาเปรียบจำเลยในทางคดี กรณีมีเหตุอันสมควรที่จะให้โจทก์สืบพยานไปตามที่โจทก์อุทธรณ์ร้องขอมาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๓ (๒) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรกลางและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๑๗

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง ให้ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาพิพากษาใหม่.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · เดชา สุวรรณโณ · สวิน อักขรายุธ
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายสุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 435/2551

คดีนี้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรขาดนัดยื่นคำให้การ ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับโอนบัตรภาษีจากจำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การภายในกำหนด ต่อมาในวันนัดสืบพยานโจทก์ทนายจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2548

การพิจารณาว่าจะอนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีอย่างคนอนาถาได้หรือไม่เพียงใดนั้น ศาลต้องพิจารณาสาระสำคัญ 2 ประการคือ ประการแรก คดีของโจทก์มีมูลที่จะฟ้องร้องหรือไม่ โดยพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่โจทก์กล่าวอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1889/2546

ในชั้นชี้สองสถานศาลภาษีอากรกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ 5 ข้อ คือ 1. โจทก์มีอำนาจฟ้องและหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 2. ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ 3. คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ 4. ห้างหุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3382/2536

ศาลภาษีอากรกลางสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยแล้ววินิจฉัยว่าราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดง-รายการการค้าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดและพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ทั้ง ๆที่ข้อเท็จจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4167/2535

ประเด็นเรื่องราคาอันแท้จริงในท้องตลาด เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องนำสืบ โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องว่าโจทก์ที่ 1 ตรวจสอบพบว่าจำเลยสำแดงราคาตามใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าต่ำกว่าราคาอันแท้จร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้