Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4740/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีมีประเด็นข้อพิพาทว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า นาย ล.ไม่ได้ยกที่พิพาทให้โจทก์ ที่พิพาทจึงไม่ใช่ของโจทก์โจทก์ไม่ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังว่าที่พิพาท ไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ดังนี้การที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนตึกแถวโดยเมื่อปรากฏว่าบริเวณที่ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้รื้อนั้นอยู่นอกบริเวณที่พิพาทกัน จึงเป็นการ พิพากษา นอกฟ้องนอกประเด็นไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ปัญหาว่าศาลพิพากษานอกฟ้องนอกประเด็นหรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความมิได้ฎีกาศาลก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5).

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ 70 ปีที่ผ่านมาผู้มีชื่อยกที่ดินให้โจทก์ต่อมาจำเลยที่ 1 และที่ 2 จงใจชี้เขตที่ดินรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ โดยจำเลยที่ 3 สมรู้ร่วมด้วยโดยไม่สุจริตทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษาว่า ที่พิพาทภายในเขตเส้นสีแดงตามแผนที่ท้ายฟ้องหมายเลข 7 เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ให้เพิกถอนการแก้ไขเนื้อที่และแผนที่ตามที่จำเลยขอแก้ในโฉนดที่ 5859 นั้นเสียให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 รื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกจากที่ดินของโจทก์ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า ที่ดินที่โจทก์อ้างว่ามีผู้ยกให้และโจทก์ครอบครองไม่มีหลักฐาน จำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์

โจทก์ไม่เสียหายตามที่เรียกร้อง ขอให้ยกฟ้องโจทก์จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 รับรองแนวเขตในการที่จำเลยที่ 1 และ 2 ขอรังวัดสอบเขตที่ดินไปตามความเป็นจริง ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 รื้อถอนตึกแถวและสิ่งปลูกสร้างเฉพาะส่วนที่รุกล้ำตามที่ปรากฏในแผนที่วิวาทตั้งแต่ตรงหลัก ล.ม.6 มา ล.ม.7 จนถึง ล.ม.3 คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่ฟังว่านายเลี่ยมยกที่พิพาทให้โจทก์ ที่พิพาทก็ย่อมจะไม่ใช่ที่ดินของโจทก์และไม่สามารถจะพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนตึกแถวได้ตามฟ้องและชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เสียนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าคดีมีประเด็นข้อพิพาทว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ประเด็นดังกล่าวศาลอุทธรณ์ฟังว่า นายเลี่ยมไม่ได้ยกที่พิพาทให้โจทก์ที่พิพาทจึงไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่ได้ฎีกา ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่า ที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 รื้อถอนตึกแถวและสิ่งปลูกสร้างตามที่ปรากฏในแผนที่วิวาทตั้งแต่หลัก ล.ม.6 มา ล.ม.7จนถึง ล.ม.3 นั้น ปรากฏตามแผนที่วิวาทว่า บริเวณศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 รื้อถอนนั้นอยู่นอกบริเวณที่พิพาทคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นการพิพากษานอกฟ้อง นอกประเด็นไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ซึ่งประเด็นนี้แม้จำเลยที่ 1 ที่ 2 มิได้ฎีกาแต่เนื่องจากเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5)

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ เล็งไธสง · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · บุญสิน ตุลากัน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13287/2558

ผู้ร้องได้รับโอนที่ดินสามยทรัพย์มาจากโจทก์ที่ 1 ภาระจำยอมที่มีอยู่ในที่ดินพิพาทของจำเลยย่อมติดไปกับสามยทรัพย์ที่โอนด้วย ผู้ร้องจึงมีสิทธิใช้ประโยชน์ในทางภาระจำยอมได้ ดังนั้น ที่ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21897/2556

โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมและในฐานะผู้จัดการมรดกของมารดาโจทก์ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทซึ่งอ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกของมารดาโจทก์คืนจากจำเลยทั้งสาม จึงเป็นการเรียกที่ดินพิพาทคืนจากจำเลยทั้งสามในฐานะเจ้าของกรรมสิทธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6078/2554

เช็คพิพาทไม่มีมูลหนี้จึงไม่มีหนี้ตามเช็คพิพาทที่จำเลยที่ 1 ผู้สลักหลังอาวัลผู้สั่งจ่ายต้องรับผิดแก่โจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 อำนาจฟ้องเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10545/2553

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์อันเป็นคดีที่ไม่มีข้อพิพาท ซึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 และมาตรา 188 (1) บุคคลใดต้องใช้สิทธิทางศาลจะต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7330/2553

ผู้ร้องทราบนัดและเข้าร่วมประชุมคราวปัญหาพร้อมกับผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ ครบทั้งหมด 7 คน สำหรับการประชุมคราวปัญหาได้มีการแจ้งนัดประชุมให้ผู้ร้องทราบทางโทรศัพท์และเป็นการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน ซึ่งผู้ร้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้