Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และจำเลยที่ 1 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยที่ 1 จะยกที่ดินให้แก่บุตรของโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา เอาที่ดินนั้นไปทำจำนองไว้ กับจำเลยที่ 2 โจทก์ในฐานะที่เป็นคู่สัญญากับจำเลยที่ 1 ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมจำนองนั้นได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2503)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์กับจำเลยที่ ๑ เป็นสามีภริยากัน ต่อมาโจทก์ฟ้องขอหย่า แล้วโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ตกลงหย่ากัน ตามสัญญาข้อ ๒ มีว่า จำเลยที่ ๑ ยอมแบ่งทรัพย์ คือ ที่ดินมีโฉนด รวม ๓ แปลง ให้แก่บุตรสองคนของโจทก์และจำเลยที่ ๑ ภายหลังจำเลยที่ ๑ ไม่โอนที่ดินให้แก่บุตร กลับเอาไปจำนองจำเลยที่ ๒ ไว้ทั้ง ๓ แปลง โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้รับจำนองขอให้สั่งเพิกถอนนิติกรรมการจำนอง ระหว่างจำเลยที่ ๑ และ ที่ ๒ เสีย หากไม่สามารถ เพิกถอนทำลายนิติกรรมการจำนองไว้ ก็ให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้หนี้จำนองพร้อมทั้งดอกเบี้ย เพื่อโจทก์จะได้ไถ่ถอนชำระหนี้ จำนองต่อไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจฟ้องแล้ว สั่งฟ้องโดยยังไม่ส่งสำเนาให้จำเลยว่า ทรัพย์ที่พิพาทโจทก์และจำเลยที่ ๑ตกลงยกให้บุตรไปแล้ว บุตรจึงชอบที่จะเรียกร้องให้จำเลย ที่ ๑ ปฏิบัติการชำระหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๗๔ โจทก์ไม่ใช่บุคคลถูกโต้แย้งสิทธิไม่อาจเป็นคู่ความได้ ไม่รับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องได้ พิพากษายก ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินการพิจารณาพิพากษาต่อไป จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่าแม้ศาลชั้นต้นจะได้สั่งไม่รับฟ้องของโจทก์ โดยยังไม่ได้หมายเรียกจำเลยให้มาแก้คดีก็ตาม แต่ศาลอุทธรณ์ก็ได้ มีคำพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาแล้ว จำเลยที่ ๑ ย่อมมีสิทธิที่จะฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๗ ส่วนในข้อที่ว่า โจทก์จะมีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือมไม่นั้น เห็นว่าโจทก์ฟ้องว่าได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความไว้กับจำเลยที่ ๑ ความว่าจำเลยที่ ๑ จะยกที่ดินโฉนดที่ ๖๒๒๐, ๖๔๐๘ และ ๖๑๔๗ ให้แก่บุตรของโจทก์และจำเลยที่ ๑ แต่จำเลยที่ ๑ ทำผิดสัญญา โดยเอาที่ดินทั้ง ๓ โฉนดนี้

ไปจำนองไว้กับจำเลยที่ ๒ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าที่ดินทั้ง ๓ โฉนด จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาประนีประนอมความไว้กับโจทก์ว่าจะยกให้บุตร แสดงว่าจำเลย ๑ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยไปก่อหนี้จำนองเป็นภาระผูกพันที่ดินทั้งสามโฉนดนั้น โจทก์ในฐานะที่เป็นคู่สัญญากับจำเลยที่ ๑ ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องร้องจำเลยที่ ๑ ให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นได้ ข้อที่จำเลยที่ ๑ ว่า โจทก์ควรจะขอให้บังคับคดีเอาตามคำพิพากษาท้ายยอมนั้น ข้อนี้โจทก์ได้กล่าวในฟ้องไว้ด้วยว่า โจทก์ได้ขอให้บังคับคดีแล้ว แต่เมื่อจำเลยที่ ๑ เอาที่ดินที่ตนจะต้องยกให้แก่บุตรตามสัญญาประนีประนอมยอมความไปทำนิติกรรมจำนองไว้กับจำเลยที่ ๒ เช่นนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมจำนองเสียได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกอบ หุตะสิงห์ · สุทธิวาทนฤพุฒิ · เชื้อ คงคากุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชลบุรี - นายชลูตม์ สวัสดิทัต (สั่ง)
ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรณี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2675/2551

บันทึกหลังทะเบียนการหย่า ที่ระบุว่าบ้านเลขที่ 11/1 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง พร้อมกับที่ดินปลูกสร้างบ้านยกให้แก่โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 บุตรทั้ง 3 คน นั้น เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความและ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3702/2545

ว. มีหนังสือถึงจำเลยมีข้อความแสดงเจตนาแก่จำเลยว่าต้องการให้จำเลยจ่ายเงิน 2,112,450 บาท ให้โจทก์ โดยมีเงื่อนไขว่าจำเลยจะต้องตรวจรับงานติดตั้งกระจกและอะลูมิเนียมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นตัวแทนของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6511/2538

โจทก์มิใช่บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยที่ 1 ขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 โดยเจตนาไม่สุจริต เป็นการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้ร่วมคิดกับจำเลยที่ 2 เท่านั้น หากแต่ได้บรรยายด้วยว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะซื้อจะขา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2537

ฟ้องและฟ้องแย้งจะต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงหรือไม่ต้องพิจารณาแยกเป็นประเด็นในแต่ละคดีไป โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าออกจากตึกแถวพิพาทอันมีค่าเช่าเดือนละ 150 บาท และเรียกค่าเสียหายเดือนละ 2,500 บาท ค่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3675/2534

โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทซึ่งเป็นเช็คธนาคารจำเลยโดยมี พ.เป็นผู้สั่งจ่ายแต่ธนาคารจำเลยปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาททั้ง ๆ ที่บัญชีกระแสรายวันของ พ. พอที่จะจ่ายได้ ทั้งนี้เพราะนายจ้างของ พ. มีหนังสือแจ้ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้