คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการเป็นตำรวจตำแหน่งพนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส มีหน้าที่ตรวจตราบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรและออกไปนอกราชอาณาจักร จำเลยบังอาจรับรองเป็นหลักฐานโดยการบันทึกลงในหมายเหตุในหนังสือเดินทางของนายราซิค นายดาลี และนายมูฮำหมัด คนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตว่าบุคคลดังกล่าวถูกศาลพิพากษาลงโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว เป็นการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งเอกสารที่มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ เพราะบุคคลดังกล่าวไม่เคยถูกจับและถูกพิพากษาตามที่จำเลยบันทึกไว้ในหนังสือเดินทาง เป็นการปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบและโดยทุจริต และจำเลยใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบพูดจาจูงใจให้บุคคลดังกล่าวมอบเงินแก่จำเลยแล้วจำเลยรับเงินไว้โดยทุจริต
ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 157, 162(1)(4), 91จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 162(1)(4) จำคุก 5 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในข้อหาตามมาตรา 162(1)(4)เสียด้วยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162ผู้กระทำจะต้องเป็นเจ้าพนักงานและมีหน้าที่ทำเอกสาร รับรองเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร จึงจะถือว่าได้กระทำการในการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยเป็นตำรวจประจำที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองอำเภอเมืองนราธิวาส มีหน้าที่เขียนประจำวัน มิได้มีหน้าที่เกี่ยวกับหนังสือเดินทางของคนต่างด้าวเข้าเมืองแต่อย่างใด ดังนั้นถึงแม้จำเลยจะจดข้อความดังกล่าวลงในหนังสือเดินทางของนายดาลีจริง จำเลยก็กระทำเป็นส่วนตัวของจำเลยเองโดยไม่มีหน้าที่ การกระทำของจำเลยไม่ใช่กระทำการในการปฏิบัติการตามหน้าที่ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 162 จำเลยขาดคุณสมบัติอันเป็นองค์ประกอบความผิดจึงกระทำความผิดตามมาตรานี้ไม่ได้พิพากษายืน