Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4729/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ออกจากสารบบความเนื่องจากจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด แต่ศาลชั้นต้นมิได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมจึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 167 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมด้วย และบทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนารมณ์ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม เมื่อพิจารณาถึงเหตุที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเนื่องจากจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และภาระที่โจทก์จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 179 ศาลฎีกาจึงคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในศาลชั้นต้นให้แก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกค้าของโจทก์ประเภทบัตรเครดิตได้นำบัตรเครดิตที่โจทก์ออกให้ไปซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าและสถานบริการที่เป็นสมาชิกของโจทก์ ตลอดจนเบิกเงินสดล่วงหน้าจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติหรือสำนักงานของโจทก์ แต่จำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินที่โจทก์ได้ชำระแทนจำเลยไป รวมเป็นต้นเงินและดอกเบี้ยทั้งสิ้น 322,761.39 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 322,761.39 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 199,271.34 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วในคดีหมายเลขแดงที่ 823/2546 ขอให้ศาลมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การและรอสอบถามโจทก์วันนัด วันที่ 13 ตุลาคม 2546 ซึ่งเป็นวันนัดชี้สองสถาน ทนายโจทก์ไม่มาศาล

ศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่อาจสอบถามเรื่องจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดได้ จึงเลื่อนไปนัดพร้อมวันที่ 31 ตุลาคม 2546 วันที่ 31 ตุลาคม 2546 ทนายโจทก์ยื่นคำร้องและแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้ว ขอถอนฟ้อง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่ได้มาแถลงให้ศาลทราบในนัดที่แล้ว ถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่เห็นสมควร ไม่อนุญาตให้ถอนฟ้อง แต่เมื่อจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และโจทก์ต้องไปดำเนินการขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเพราะเหตุจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็เพื่อให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ออกจากสารบบความ และโจทก์ต้องไปดำเนินการยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย แม้ศาลชั้นต้นจะไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องตามคำร้องแต่ศาลชั้นต้นก็มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีโจทก์ออกจากสารบบความ เพราะเหตุจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและโจทก์ต้องไปขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย ซึ่งถือว่าคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นไปตามความประสงค์ของโจทก์ ดังนั้น

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าวันที่ 13 ตุลาคม 2546 เป็นวันนัดชี้สองสถาน แต่ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่าเป็นวันนัดพร้อมเพื่อสอบถามเรื่องที่จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ขอให้เพิกถอนรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับดังกล่าวนั้น จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีโดยมิได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมด้วยนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ออกจากสารบบความโดยมิได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 167 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมด้วย ซึ่งบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมีเจตนารมณ์ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควรเมื่อพิจารณาถึงเหตุที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความเนื่องจากจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และภาระที่โจทก์จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 179 จึงเห็นสมควรคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในศาลชั้นต้นให้แก่โจทก์ อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในศาลชั้นต้นแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย จุลนิติ์ · มานะ ศุภวิริยกุล · ชาลี ทัพภวิมล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2568

การที่ภริยาจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่มีความสัมพันธ์กับสามีของตนในทำนองชู้สาวตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง ต้องเป็นกรณีที่หญิงดังกล่าวได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4687/2566

สำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2562 (เลขอ้างอิง 640610)

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การระงับข้อพิพาทโดยการอนุญาโตตุลาการเป็นไปด้วยความรวดเร็ว สมดังเจตนาของคู่พิพาทที่เลือกใช้วิธีระงับข้อพิพาทโดยการอนุญาโตตุลาการแทนการนำข้อพิพาทไปฟ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 630101)

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้บังคับผู้คัดค้านชำระเงินแก่ผู้ร้องตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ แต่ตอนท้ายที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้คัดค้านชำระดอกเบี้ยหลังวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 24 ธันวาคม 2558) นับแต่วันที่ผู้ร้องเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้