Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4726/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ ร. แสดงเจตนาไว้เป็นคำมั่นสัญญาว่า เมื่อ ร. ถึงแก่ความตาย ร. ยกที่ดินพิพาทให้ผู้ร้อง แต่ขณะเดียวกัน ร. ก็ได้แสดงเจตนาที่ก่อให้เกิดผลผูกพันแก่ผู้ร้องในขณะที่ ร. ยังมีชีวิตอยู่ว่า อนุญาตให้ผู้ร้องมีสิทธิเข้าไปปลูกบ้านในที่ดินของ ร. ได้โดยมีข้อตกลงว่า ร. จะไม่ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 9183 ข้อตกลงดังกล่าวนี้รวมตลอดถึงการแสดงเจตนาล่วงหน้าของ ร. ที่ว่า จะยกที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องเมื่อตนถึงแก่ความตาย แสดงให้เห็นว่า ร. ต้องการให้ผู้ร้องปลูกสร้างบ้านในที่ดินพิพาทได้ด้วยความมั่นใจว่าจะไม่ถูกกระทบกระเทือนสิทธิ หรือได้รับความเดือดร้อนเมื่อ ร. ถึงแก่ความตายแล้วเท่านั้น แต่หาได้มีความหมายไปถึงว่า ร. ยกที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องตั้งแต่วันทำหนังสือยกให้ไม่ หาก ร. ยกที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องในทันทีก็ไม่จำต้องระบุเกี่ยวกับการอนุญาตให้ปลูกสร้างบ้าน และการยกที่ดินพิพาทให้โดยพินัยกรรมอันเป็นการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายแต่อย่างใด ขณะ ร. มีชีวิตอยู่ ที่ดินพิพาทจึงยังเป็นของ ร. เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ร้องแสดงเจตนาเปลี่ยนแปลงการยึดถือครอบครองต่อ ร. ว่าจะยึดถือเพื่อตน จึงถือว่าผู้ร้องครอบครองแทน ร. ตลอดมา แม้ผู้ร้องจะครอบครองที่ดินพิพาทมานานเพียงใด ผู้ร้องก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น โดยการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 9183 ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เนื้อที่ 1 งาน 22 ตารางวา โดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอ ให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้คัดค้าน โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 9183 มีชื่อนางสาวรำไพเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เมื่อปี 2529 ผู้ร้องปลูกสร้างบ้านเลขที่ 50/1 ในที่ดินดังกล่าวบางส่วน เนื้อที่ 1 งาน 22 ตารางวา ต่อมาวันที่ 9 เมษายน 2546 นางสาวรำไพจดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 9183 ซึ่งรวมถึงที่ดินพิพาทให้แก่ผู้คัดค้าน

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องประการแรกว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แล้วหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องอ้างว่า ผู้ร้องปลูกสร้างบ้านพักอาศัยในที่ดินพิพาทเนื่องจากนางสาวรำไพยกที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องโดยทำหนังสือยกให้ไว้ ซึ่งมีข้อความระบุเป็นสาระสำคัญว่า นางสาวรำไพขอทำพินัยกรรมให้ไว้แก่ผู้ร้องว่า นางสาวรำไพอนุญาตให้ผู้ร้องปลูกสร้างบ้านพักอาศัยเป็นตึกสองชั้นบนที่ดินโฉนดเลขที่ 9183 พื้นที่รวมทั้งตัวอาคารเป็นเนื้อที่ 1 งาน 22 ตารางวา โดยให้คำมั่นสัญญาว่าพินัยกรรมฉบับนี้ยกที่ดิน 1 งาน 22 ตารางวา ให้ผู้ร้องปลูกสร้างบ้านโดยผู้ร้องออกเงินค่าปลูกสร้างเอง

ทั้งนี้นางสาวรำไพและผู้ร้องตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใดๆ ในโฉนดที่ดินเลขที่ 9183 จะไม่ทำการซื้อขายเป็นอันขาด ท้ายหนังสือดังกล่าวนางสาวรำไพและผู้ร้องต่างได้ลงลายมือชื่อไว้ในฐานะผู้ให้และผู้รับคำมั่นสัญญาตามลำดับ จากข้อความดังกล่าวเห็นได้ว่า นางสาวรำไพแสดงเจตนาไว้เป็นคำมั่นสัญญาว่า เมื่อนางสาวรำไพถึงแก่ความตาย นางสาวรำไพยกที่ดินพิพาทให้ผู้ร้อง แต่ขณะเดียวกันนางสาวรำไพก็ได้แสดงเจตนาที่ก่อให้เกิดผลผูกพันแก่ผู้ร้องในขณะที่นางสาวรำไพยังมีชีวิตอยู่ว่า อนุญาตให้ผู้ร้องมีสิทธิเข้าไปปลูกบ้านในที่ดินของนางสาวรำไพได้ โดยมีข้อตกลงว่านางสาวรำไพจะไม่ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 9183 ข้อตกลงดังกล่าวนี้รวมตลอดถึงการแสดงเจตนาล่วงหน้าของนางสาวรำไพที่ว่า

จะยกที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องเมื่อตนถึงแก่ความตาย แสดงให้เห็นว่านางสาวรำไพต้องการให้ผู้ร้องปลูกสร้างบ้านในที่ดินพิพาทได้ด้วยความมั่นใจว่าจะไม่ถูกกระทบกระเทือนสิทธิ หรือได้รับความเดือดร้อน เมื่อนางสาวรำไพถึงแก่ความตายแล้วเท่านั้น แต่หาได้มีความหมายไปถึงว่านางสาวรำไพยกที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องตั้งแต่วันทำหนังสือยกให้ดังกล่าวไม่ หากนางสาวรำไพยกที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องในทันที ก็ไม่จำต้องระบุเกี่ยวกับการอนุญาตให้ปลูกสร้างบ้านและการยกที่ดินพิพาทให้โดยพินัยกรรมอันเป็นการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายแต่อย่างใด ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับคำมั่นสัญญาตามหนังสือยกให้ดังกล่าวย่อมทราบความข้อนี้ดี ดังนั้น ขณะนางสาวรำไพมีชีวิตอยู่ ที่ดินพิพาทจึงยังเป็นของนางสาวรำไพ

การที่ผู้ร้องครอบครองที่ดินพิพาทย่อมเป็นการครอบครองโดยอาศัยสิทธิของนางสาวรำไพเท่านั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ร้องแสดงเจตนาเปลี่ยนแปลงการยึดถือครอบครองต่อนางสาวรำไพว่าจะยึดถือเพื่อตน จึงถือว่าผู้ร้องครอบครองแทนนางสาวรำไพตลอดมา แม้ผู้ร้องจะครอบครองที่ดินพิพาทมานานเพียงใด ผู้ร้องก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นโดยการครอบครอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และเมื่อที่ดินยังคงเป็นของนางสาวรำไพ นางสาวรำไพย่อมมีสิทธิจำหน่ายจ่ายโอนได้ ส่วนการกระทำดังกล่าวจะเป็นการผิดข้อตกลงหรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องหรือไม่ อย่างไร ผู้ร้องย่อมต้องว่ากล่าวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และเมื่อผู้ร้องไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแล้ว กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาข้ออื่นของผู้ร้องอีก เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำร้องขอมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เมทินี ชโลธร · ไชยยงค์ คงจันทร์ · สมยศ เข็มทอง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลพบุรี - นายปราโมทย์ ฉิมพินิจ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายรัถยา สัตยาบัน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1532/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ839/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ28/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้