Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4723/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่า "อาชีพ" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 หมายความว่า งานที่ทำเป็นประจำเพื่อเลี้ยงชีพ ดังนั้น ผู้มีอาชีพกสิกรรม จึงมีความหมายถึง ผู้ที่ประกอบอาชีพกสิกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ แม้ข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายมีอาชีพค้าขายด้วย แต่ผู้เสียหายทำนาถึง 10 ไร่ ดังนี้ ไม่ว่าผู้เสียหายจะทำนาด้วยตนเองหรือว่าจ้างผู้อื่นทำนา ย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายทำนาเพื่อเลี้ยงชีพด้วย ผู้เสียหายจึงเป็นผู้มีอาชีพกสิกรรม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 9 เดือน ในความผิดฐานทำร้ายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายได้รับอันตรายสาหัส โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 755/2542 ของศาลชั้นต้น ภายในกำหนดเวลาที่ศาลรอการลงโทษ จำเลยมากระทำความผิดคดีนี้อีกขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 335 ให้จำเลยคืนหรือชดใช้ราคาทรัพย์ 45,000 บาท แก่ผู้เสียหาย และบวกโทษจำคุกของจำเลยที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาดังกล่าวเข้ากับโทษคดีนี้

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) (12) วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 จำคุก 2 ปี บวกโทษจำคุก 9 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 755/2542 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษคดีนี้เป็นจำคุก 2 ปี 9 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 21,316.32 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 18 นาฬิกา ถึง 22 นาฬิกา จำเลยเข้าไปเกี่ยวข้าวในที่นาที่เกิดเหตุของนางเบญจวรรณ ผู้เสียหาย ต่อมาจำเลย นายบุญทิ้ง และนางพรเพ็ญ ร่วมกันนำข้าวที่เกี่ยวได้ไปขายที่สหกรณ์การเกษตรพนมทวน ตามใบชั่งน้ำหนักและรับเงิน

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ที่ได้มาจากการกสิกรรมของผู้มีอาชีพกสิกรรมในเวลากลางคืนหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ในปัญหาที่จำเลยฎีกาดังกล่าว โจทก์มีนางเบญจวรรณ ผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า นายบุญทิ้ง เป็นลูกจ้างของพยานและพักอาศัยที่โรงงานของพยาน จำเลยเป็นเพื่อนของนายบุญทิ้ง จำเลยและนายบุญทิ้งไปมาหาสู่กันเป็นประจำ นายสัมฤทธิ์ เป็นพยานเบิกความว่า จำเลยและนายบุญทิ้งไปหาพยานที่บ้าน จำเลยว่าจ้างพยานไปขนข้าว โดยจำเลยบอกว่าเป็นข้าวของจำเลยเอง นายบุญทิ้งบอกว่าจะเรียกค่าจ้างเท่าใดก็ได้ พยานจึงเรียกค่าจ้างขนข้าวเกวียนละ 130 บาท และนางลัดดา เป็นพยานเบิกความว่า จำเลยไปหาพยานที่บ้านว่าจ้างให้ไปขนข้าวที่เกี่ยวแล้วออกจากที่นา จำเลยบอกว่านางจาเป็นผู้ว่าจ้าง นายสำเภาสามีของพยานตกลงรับจ้างขนข้าวคิดค่าจ้างเกวียนละ 90 บาทต่อมาอีกประมาณ 2 วัน

พยานไปทวงค่าจ้างจากจำเลย จำเลยตะโกนบอกนายบุญทิ้งให้นำค่าจ้างให้พยาน แต่ภริยาจำเลยบอกว่านางแมวยังไม่กลับ ภริยาจำเลยจึงนำเงิน 700 บาท ให้พยาน เมื่อพยานกลับบ้านแล้วจำเลยตามไปที่บ้านและบอกว่าหากนางจาไปสอบถามให้บอกว่าไม่รู้เห็น เห็นว่า ผู้เสียหาย นายสัมฤทธิ์ และนางลัดดา ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย จึงไม่มีเหตุระแวงให้สงสัยว่าจะเบิกความปรักปรำจำเลยเชื่อว่าพยานโจทก์ทั้งสามเบิกความตามความเป็นจริง จึงมีน้ำหนักรับฟังได้ การที่จำเลยรู้ว่านายบุญทิ้งทำงานและพักอาศัยกับผู้เสียหาย แสดงให้เห็นว่าจำเลยรู้ถึงฐานะและอาชีพของนายบุญทิ้งเป็นอย่างดี ประกอบกับพฤติการณ์ที่จำเลยบอกนายสัมฤทธิ์ว่าข้าวที่ว่าจ้างให้ไปขนเป็นข้าวของจำเลย

หลังเกิดเหตุจำเลยบอกนางลัดดาไม่ให้บอกเรื่องขนข้าวให้นางจา ซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นผู้ว่าจ้างรู้ และจำเลยไปเกี่ยวข้าวในที่นาที่เกิดเหตุในช่วงเวลา 18 นาฬิกา ถึงเวลาประมาณ 22 นาฬิกา ล้วนส่อเป็นพิรุธต้องการปกปิดการกระทำของตน เชื่อได้ว่าจำเลยรู้ว่าข้าวในที่นาที่เกิดเหตุเป็นของผู้เสียหาย ดังนั้น การที่จำเลยเข้าไปเกี่ยวข้าวในที่นาที่เกิดเหตุ โดยจำเลยรู้ว่าข้าวเป็นของผู้เสียหายและเป็นผู้ติดต่อรถให้ขนข้าวที่เกี่ยวได้ แล้วร่วมกับนายบุญทิ้ง และนางพรเพ็ญ นำข้าวที่เกี่ยวได้ไปขายฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับนายบุญทิ้งและนางพรเพ็ญลักทรัพย์ของผู้เสียหาย และคำว่า "อาชีพ" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 หมายความว่างานที่ทำเป็นประจำเพื่อเลี้ยงชีพ

ดังนั้น ผู้มีอาชีพกสิกรรม จึงมีความหมายถึง ผู้ที่ประกอบอาชีพกสิกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ แม้ข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายมีอาชีพค้าขายด้วย แต่ผู้เสียหายทำนาถึง 10 ไร่ ดังนี้ ไม่ว่าผู้เสียหายจะทำนาด้วยตนเองหรือว่าจ้างผู้อื่นทำนา ย่อมแสดงให้เห็นได้ว่าผู้เสียหายทำนาเพื่อเลี้ยงชีพด้วย ผู้เสียหายจึงเป็นผู้มีอาชีพกสิกรรม และข้าวที่จำเลยกับพวกลักไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกสิกรรม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายศักดิ์สิทธิ์ สุขสาคร
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายชัชวาล บุนนาค
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.887/2548
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2299/2544
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ3585/2545
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้