Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4719/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แถลงการณ์กระทรวงการคลัง เรื่องเปิดโอกาสให้เสียภาษีอากรเพิ่มเติม ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2525 มีความประสงค์ที่จะขยายเวลาชำระภาษีอากร โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มิได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมิได้หักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย หรือหักไว้ไม่ครบถ้วน ได้มายื่นชำระภาษีอากรหรือเสียภาษีอากรเพิ่มเติม หรือนำส่งภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มใด ๆ ทั้งสิ้น จากข้อความที่ว่า ไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มนั้น แสดงอยู่ในตัวว่าในขณะที่กระทรวงการคลังออกแถลงการณ์ ได้ล่วงเลยกำหนดเวลาชำระภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากรมาแล้ว แต่ผู้ต้องเสียภาษีอากรยังมิได้ ยื่นแบบแสดงรายการ หรือยื่นแบบแสดงรายการไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือ มิได้หักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย โดยระบุว่าการขยายเวลานั้นไม่รวมถึงภาษีอากรที่ต้องเสียหรือนำส่งที่ถึงกำหนดเวลาเสียหรือนำส่งตามปกติในหรือหลังวันที่ที่ลงในแถลงการณ์ แสดงว่าแถลงการณ์กระทรวงการคลังที่ขยายเวลาออกไปถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2525 นั้นไม่รวมถึงการเสีย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี 2524 ที่ต้องยื่นรายการภายในวันที่ 31 มีนาคม 2525 ดังนี้การที่โจทก์ขายที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไรเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2524 แต่โจทก์มิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2525 ตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร โจทก์เพิ่งมายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2525 ซึ่งล่วงเลยเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ โจทก์จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับประโยชน์จากแถลงการณ์กระทรวงการคลังฉบับดังกล่าว และไม่ได้รับยกเว้น ภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 42(9)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 42 ป.รัษฎากร มาตรา 56

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินร่วมกับนางสุมาลย์รวม ๒ แปลงเมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๒๔ โจทก์ขายที่ดินทั้งสองแปลงนั้นไปในราคา ๓,๓๐๒,๔๐๐ บาท ต่อมาวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๒๕ โจทก์ยื่นแบบ ภ.ง.ด.๙๐ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี ๒๕๒๔ และได้แสดงรายการเงินได้จากการขายที่ดินดังกล่าวไว้เพื่อขอยกเว้นภาษีเงินได้เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร นอกจากนี้ยังมีแถลงการณ์ของกระทรวงการคลังฉบับลงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ เปิดโอกาสให้โจทก์ยื่นรายการเพิ่มเติมเพื่อขอยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๔๒(๙) แห่งประมวลรัษฎากรอีกด้วย ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ทำการประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากโจทก์ โดยอ้างว่าโจทก์ต้องเสียภาษีเงินได้จากการขายที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว

โจทก์ยื่นอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยว่า ให้ลดภาษีและเงินเพิ่ม คงให้โจทก์เสียภาษีและเงินเพิ่มรวมเป็นเงิน๙๗,๘๔๒.๘๐ บาท จึงขอให้ศาลเพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

จำเลยให้การว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว การที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๔ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๒๕ โดยแสดงเงินได้และแจ้งรายการขอยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้จากการขายที่ดินทั้งสองแปลง การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของโจทก์ไม่อยู่ในข่ายได้รับสิทธิให้ขยายกำหนดระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการตามแถลงการณ์กระทรวงการคลัง เนื่องจากโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้เกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ศาลภาษีอากรกลางเห็นว่า โจทก์ได้รับประโยชน์จากแถลงการณ์กระทรวงการคลัง ลงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ มีสิทธิยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ปี ๒๕๒๔ ภายในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๕ เมื่อโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้เมื่อ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๒๕ จึงได้รับยกเว้นภาษีเงินได้พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า แถลงการณ์กระทรวงการคลังเรื่องเปิดโอกาสให้เสียภาษีอากรเพิ่มเติม ลงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ มีข้อความดังนี้คือ "ฯลฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อาศัยอำนาจตามมาตรา ๓ อัฎฐแห่งประมวลรัษฎากร จึงขยายเวลาชำระและนำส่งภาษีอากรเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มิได้เสียภาษีอากร หรือเสียภาษีอากรไว้ยังไม่ครบถ้วน หรือผู้ที่มิได้หักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย หรือหักไว้ไม่ครบถ้วน ได้ยื่นชำระภาษีอากรหรือเสียภาษีอากรเพิ่มเติมหรือนำส่งภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มใด ๆ ทั้งสิ้นและไม่จำกัดจำนวนปีหรือรอบระยะเวลาบัญชี แต่ไม่รวมถึงภาษีอากรที่ต้องเสียหรือนำส่งที่ถึงกำหนดเวลาเสียหรือนำส่งตามปกติในหรือหลังวันที่ที่ลงในแถลงการณ์

ฯลฯ ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขและเงื่อนเวลาดังต่อไปนี้ ข้อ ๑. ผู้มีหน้าที่เสียหรือนำส่งภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรผู้ใดมายื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีอากรตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือยื่นแบบแสดงรายการไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ก่อนวันที่ที่ลงในแถลงการณ์นี้และยังไม่ถูกเรียกตรวจสอบไต่สวน ถ้าได้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีอากรภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๗ แล้ว ผู้นั้นไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มใด ๆสำหรับภาษีอากรที่ชำระนั้น ฯลฯ ข้อ ๗ ผู้ซึ่งประสงค์จะได้รับประโยชน์ตาม.........................แถลงการณ์นี้ให้ยื่นแบบแสดงรายการหรือแบบชำระภาษีอากรตามที่อธิบดีกำหนดพร้อมกับชำระเงินค่าภาษีอากรภายในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ข้อ ๘ ผู้มีเงินได้จากการขายทรัพย์สินที่ได้.......................มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร และมิได้แสดงรายการขอยกเว้นไว้ในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามระเบียบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด เป็นเหตุให้เงินได้นั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา ๔๒(๙)

แห่งประมวลรัษฎากร ถ้าได้ยื่นรายการเพิ่มเติมขอยกเว้นให้เป็นไปตามระเบียบดังกล่าว ภายในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้ถือว่าผู้นั้นได้ปฏิบัติตามระเบียบนั้นแล้ว....................... เห็นว่า ตามแถลงการณ์กระทรวงการคลังฉบับ.................ดังกล่าวแล้วนั้นมีความประสงค์ที่จะขยายเวลาชำระภาษีอากร โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มิได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมิได้หักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายหรือหักไว้ไม่ครบถ้วน ได้มายื่นชำระภาษีอากรหรือเสียภาษีอากรเพิ่มเติม หรือนำส่งภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มใด ๆ ทั้งสิ้นจากข้อความที่ว่า ไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มนั้น

แสดงอยู่ในตัวว่าในขณะที่กระทรวงการคลังออกแถลงการณ์นั้น ได้ล่วงเลยกำหนดเวลาชำระภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากรมาแล้ว แต่ผู้ต้องเสียภาษีอากรยังมิได้ยื่นแบบแสดงรายการ หรือยื่นแบบแสดงรายการไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมิได้หักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ซึ่งผู้ต้องเสียภาษีอากรหรือนำส่งภาษีจะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มหรือทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแล้วแต่กรณี การที่จะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มนั้น จะเกิดขึ้นได้ก็แต่เฉพาะในกรณีที่กำหนดเวลาชำระภาษีได้ล่วงเลยมาแล้ว แต่ผู้ต้องเสียภาษีหรือผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการไว้หรือยื่นแบบแสดงรายการไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือมิได้หักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย แต่ในกรณีของโจทก์นี้ขณะที่กระทรวงการคลังออกแถลงการณ์ฉบับดังกล่าว

คือในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ นั้น ยังไม่ล่วงเลยกำหนดเวลาชำระภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๔ ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๒๕ โดยในขณะนั้นโจทก์ยังไม่ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแต่อย่างใด ทั้งตามแถลงการณ์นั้นก็ยังได้ระบุไว้อีกว่า การขยายเวลานั้นไม่รวมถึงภาษีอากรที่ต้องเสียหรือนำส่งที่ถึงกำหนดเวลาเสียหรือนำส่งตามปกติในหรือหลังวันที่ที่ลงในแถลงการณ์อีกด้วย ในวันที่กระทรวงการคลังออกแถลงการณ์ คือวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ นั้นถึงกำหนดเวลาตามปกติที่จะต้องยื่นรายการภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๔ แล้ว แต่ยังไม่ล่วงเลยกำหนดเวลายื่นรายการและชำระภาษี โดยจะยื่นรายการและชำระภาษีได้จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๒๕ ยิ่งกว่านั้นกรมสรรพากรยังได้ออกคำชี้แจง (เอกสารหมายจ.๕ แผ่นที่ ๓)

ลงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ออกแถลงการณ์กระทรวงการคลัง โดยการชี้แจงของกรมสรรพากร ข้อ ๒(๑) ได้ระบุไว้แจ้งชัดว่าแถลงการณ์กระทรวงการคลังที่ให้ขยายเวลาออกไปนั้น ไม่รวมถึงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี ๒๕๒๔ ที่ต้องยื่นรายการภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๒๕ ซึ่งทำให้เห็นเจตนารมณ์ของแถลงการณ์กระทรวงการคลังฉบับดังกล่าวนั้นเด่นชัดยิ่งขึ้น ฉะนั้นการเสียภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๔ จึงมิได้ขยายเวลาการยื่นแบบและชำระภาษีออกไป โจทก์จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับประโยชน์จากแถลงการณ์กระทรวงการคลังฉบับลงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ ดังที่โจทก์จะต้องยื่นรายการภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๔ภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๒๕ ตามที่มาตรา ๕๖ แห่งประมวลกฎหมายรัษฎากรบัญญัติไว้ แต่โจทก์มิได้ยื่นรายการภาษีเงินได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

เพิ่งจะมายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๒๕ ซึ่งล่วงเลยกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เงินได้พึงประเมินจากการขายที่ดินของโจทก์นั้น ถึงแม้จะเป็นการขายทรัพย์สินซึ่งทรัพย์สินนั้นได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไรก็ตาม เมื่อโจทก์มิได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ โจทก์ก็ไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา ๔๒(๙) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องนำเงินได้จากการขายที่ดินทั้ง ๒ แปลง นั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ประจำปี ๒๕๒๔ ด้วย โจทก์จึงต้องเสียภาษีเงินได้และเงินเพิ่มตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสวก จันทร์ผ่อง · ชูเชิด รักตะบุตร์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายสุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3322/2554

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระบุปีภาษี รายละเอียดแสดงการคำนวณภาษี ภาษีที่ต้องชำระ เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ทั้งแสดงเหตุผลที่ประเมินไว้ท้ายหนังสือดังกล่าว สำหรับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10135/2539

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าการประเมินภาษีอากรไม่ชอบด้วยมาตรา49แห่งประมวลรัษฎากรเพราะมิได้รับอนุญาตจากอธิบดีนั้นแม้จะมิใช่ปัญหาที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลภาษีอากรกลางแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5133/2533

โจทก์ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งแล้วขายไปได้กำไรเพียงเล็กน้อย แต่โจทก์ซื้อมาแล้วขายไปภายในระยะเวลาเพียง 1 ปีเศษ และก่อนขายที่ดินแปลงนี้ โจทก์ก็ได้ขุดหน้าดินไปถมที่ดินของคนอื่นซึ่งโจทก์รับเหมาถมที่ดินไปแล้ว เม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6752/2567

จากบทบัญญัติตาม ป.รัษฎากร มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (3), มาตรา 50, มาตรา 50 ทวิ, มาตรา 54 วรรคหนึ่ง และมาตรา 60 เห็นได้ว่า การเก็บภาษีด้วยวิธีหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นวิธีการจัดเก็บภาษีล่วงหน้าเพื่อประโยชน์ในกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2561

ป.รัษฎากร มาตรา 57 ฉ วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่เงินได้พึงประเมินไม่อาจแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นของสามีหรือภริยาแต่ละฝ่ายจำนวนเท่าใด ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของสามีและภริยาฝ่ายละกึ่งหนึ่ง เว้นแต่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้