Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตอนจำเลยนำสร้อยข้อมือของกลางมาขายฝากผู้เสียหาย จำเลยบอกว่าเป็นสร้อยข้อมือที่จำเลยสั่งทำเองโดยมีน้ำหนักมากกว่าปกติเพราะอาจมีการชุบเคลือบหนาไว้ แสดงว่าสร้อยข้อมือดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของจำเลยมาโดยตลอด ไม่มีเหตุผลใดที่จำเลยจะไม่รู้ว่าสร้อยข้อมือนั้นเป็นทองคำปลอมและจำเลยพูดจาหว่านล้อมหลอกลวงจนผู้เสียหายหลงเชื่อได้เป็นผลสำเร็จต่อมาเมื่อปรากฏว่าสร้อยข้อมือของกลางเป็นทองคำปลอม จำเลยกลับต่อสู้ว่าสร้อยข้อมือเป็นของภริยาจำเลยและจำเลยไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นทองคำปลอมจึงเชื่อไม่ได้ส่วนการที่จำเลยใช้ชื่อตัวและชื่อสกุลตามความเป็นจริงในใบสัญญาขายฝาก หรือยอมให้ตรวจสอบสร้อยข้อมือในชั้นขายขาดโดยวิธีลนไฟนั้น เป็นเรื่องตามปกติวิสัยของผู้ที่มีเจตนาทุจริตที่ยอมกระทำทุกสิ่งทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองโดยไม่คำนึงถึงผลร้ายอันจะเกิดขึ้นภายหลังว่าจะเป็นประการใด ทั้งการที่จำเลยยินยอมจ่ายเงิน 30,000 บาท แก่ผู้เสียหายโดยมีบุคคลทำหนังสือค้ำประกันเพื่อไม่เอาความแก่กันย่อมเป็นเหตุผลที่สนับสนุนว่าจำเลยกระทำความผิดเป็นอย่างดี พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยหลอกลวงนายจุมพฏ ลิขิตวัฒนาไพศาล ผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งโดยนำสร้อยข้อมือทองปลอมน้ำหนักประมาณ 62.2 กรัม จำนวน 1 เส้น ของกลาง มาขายฝากแก่ผู้เสียหาย และแจ้งแก่ผู้เสียหายว่าเป็นสร้อยข้อมือทองคำ อันเป็นความเท็จ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อยอมรับซื้อของกลาง และจำเลยได้ไปซึ่งเงินสดจำนวน 20,000 บาท จากผู้เสียหายโดยทุจริตขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 33 ริบของกลางและให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 20,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ลงโทษจำคุก 2 เดือน ริบของกลางและให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 20,000 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้อง คืนของกลางให้แก่เจ้าของนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในสำนวนฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่ดังโจทก์กล่าวหา จำเลยนำสร้อยข้อมือของกลางมาขายฝากแก่ผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็นทองคำแท้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงรับซื้อฝากไว้ในราคา 20,000 บาท ตามใบสัญญาขายฝากเอกสารหมาย จ.1 ต่อมาภายหลังมีการตกลงขายขาดของกลางดังกล่าว เมื่อตรวจสอบโดยใช้ไฟลนแล้ว ปรากฏว่าของกลางดังกล่าวเป็นทองคำปลอม

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายพยานโจทก์ว่าจำเลยบอกผู้เสียหายว่า สร้อยข้อมือของกลางที่จำเลยนำมาขายฝากนี้จำเลยเป็นผู้สั่งทำเอง ทั้งจำเลยยังบอกผู้เสียหายด้วยว่า ที่สร้อยข้อมือของกลางมีน้ำหนักมากกว่าปกติ เพราะอาจมีการชุบเคลือบหนาได้ แสดงว่าสร้อยข้อมือของกลางอยู่ในความครอบครองของจำเลยมาโดยตลอด ไม่มีเหตุอันใดที่จำเลยจะไม่รู้ว่าสร้อยข้อมือของกลางเป็นทองคำปลอม จำเลยจึงพูดจาหว่านล้อมอันเป็นการหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อได้เป็นผลสำเร็จ ครั้นเมื่อความปรากฏในภายหลังว่าสร้อยข้อมือของกลางเป็นทองคำปลอม จำเลยกลับต่อสู้ว่าสร้อยข้อมือของกลางเป็นของภริยาจำเลยได้มาจากการแต่งงาน ซึ่งจำเลยไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นทองคำปลอมซึ่งเชื่อไม่ได้ส่วนที่ได้ความว่า

จำเลยใช้ชื่อตัวและชื่อสกุลตามความเป็นจริงในใบสัญญาขายฝากเอกสารหมาย จ.1 ก็ดี หรือยอมให้ตรวจสอบของกลางในชั้นขายขาดโดยวิธีลนไฟก็ดีเห็นว่า เป็นเรื่องตามปกติวิสัยของผู้ที่มีเจตนาทุจริตที่ยอมกระทำทุกสิ่งทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง โดยไม่คำนึงถึงผลร้ายอันเกิดขึ้นภายหลังว่าจะเป็นประการใด พฤติการณ์ดังกล่าวหาเป็นพิรุธแก่คดีของโจทก์ไม่อนึ่ง การที่จำเลยยินยอมจ่ายเงินจำนวน 30,000 บาท แก่ผู้เสียหายโดยมีบุคคลทำหนังสือค้ำประกัน เพื่อไม่เอาความแก่กันย่อมเป็นเหตุผลที่สนับสนุนว่าจำเลยกระทำความผิดเป็นอย่างดี พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัตร์ สุขเกษม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วิบูลย์ มีอาสา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้