Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 ให้ศาลพิจารณาเอาความจริงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9หรือมาตรา 10 ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีทรัพย์สินหลายอย่างเพียงพอชำระหนี้โจทก์ได้ แม้จำเลยเพิ่งจะยกขึ้นอ้างในคำแก้อุทธรณ์แต่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนจำเลยย่อมมีสิทธิยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาได้ แม้จำเลยมิได้นำสืบพยานมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นก็ตามแต่การที่จำเลยเพียงแต่กล่าวอ้างลอย ๆ ได้โดยไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนให้เห็น จึงไม่มีน้ำหนักให้ศาลรับฟังเป็นความจริง ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งเมื่อวันที่13 มิถุนายน 2529 แต่ในวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาดังกล่าวจำเลยยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์จึงย้ายไม่อาจอาศัยคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาตามยอมเพื่อบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ได้ทั้งอายุความในสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดซึ่งมีกำหนดสิบปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/32 ก็ยังไม่เริ่มนับเช่นกัน เนื่องจากมาตรา 193/12ให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป หนี้ตามคำพิพากษาตามยอมถึงกำหนดที่จำเลยต้องชำระหนี้ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2529 แต่จำเลยผิดนัด โจทก์จึงอาศัยคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาตามยอมบังคับคดีได้ ระยะเวลาการบังคับคดีของโจทก์จึงเริ่มนับแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2529พร้อมกับอายุความในสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาตามยอมที่เริ่มนับแต่วันดังกล่าวโจทก์นำมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมดังกล่าวมาฟ้องจำเลยเป็นคดีล้มละลายเมื่อวันที่12 กรกฎาคม 2539 ยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลาสิบปีนับแต่วันที่จำเลยผิดนัดชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมโจทก์จึงยังไม่หมดสิทธิร้องขอให้บังคับคดีและสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมยังไม่ขาดอายุความ โจทก์จึงนำมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมมาฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ได้ คดีแพ่งซึ่งถึงที่สุดแล้ว มีประเด็นว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์หรือไม่เพียงใด ส่วนคดีล้มละลายเรื่องนี้มีประเด็นว่า เมื่อจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งดังกล่าวแล้ว จำเลยเป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ และสมควรให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือไม่ การวินิจฉัยคดีสองเรื่องนี้จึงมิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกัน โจทก์ฟ้องคดีนี้จึงไม่เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148ประกอบด้วย พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลายจำเลยทั้งสองไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีล้มละลายพิพากษากลับให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 14จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยโจทก์และจำเลยทั้งสองมิได้ฎีกาโต้แย้งคัดค้านว่าจำเลยทั้งสองเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 654/2529 ของศาลชั้นต้น ซึ่งพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 325,000 บาท แก่โจทก์โดยให้ชำระเป็น13 งวด

งวดละ 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี จำเลยทั้งสองชำระเงินงวดแรกแก่โจทก์ในวันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ส่วนงวดต่อไปให้ชำระทุกวันที่15 ของเดือน เริ่มชำระวันที่ 15 กรกฎาคม 2529 จำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ชำระเงินตั้งแต่งวดที่สองตลอดมา จำเลยทั้งสองยังค้างชำระต้นเงิน 300,000 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2529 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 224,000 บาทเศษรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 500,000 บาทเศษมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นประการแรกว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ เห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสองไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้

ต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8(5)จำเลยทั้งสองมีหน้าที่นำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าวว่าจำเลยทั้งสองไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว แต่ไม่ได้นำสืบพยานหักล้างจึงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองมีทรัพย์สินหลายอย่างเพียงพอชำระหนี้โจทก์ได้นั้น จำเลยทั้งสองเพิ่งจะยกขึ้นอ้างในคำแก้อุทธรณ์ แม้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14ให้ศาลพิจารณาเอาความจริงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9 หรือมาตรา 10 ข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสองยกขึ้นอ้างในคำแก้อุทธรณ์จึงเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งจำเลยทั้งสองมีสิทธิยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา

ทั้งที่จำเลยทั้งสองมิได้นำสืบพยานมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นก็ตาม แต่การที่จำเลยทั้งสองเพียงแต่กล่าวอ้างลอย ๆ ว่าจำเลยทั้งสองมีทรัพย์สินพอชำระหนี้โจทก์ได้โดยไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองมีทรัพย์สินตามที่อ้าง จึงไม่มีน้ำหนักให้ศาลรับฟังเป็นความจริงได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวชอบแล้วปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองต่อไปมีว่า มูลหนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้ โจทก์ไม่ได้ร้องขอบังคับคดีภายในสิบปี นับแต่วันมีคำพิพากษา โดยอาศัยและตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษานั้น เป็นผลให้โจทก์หมดสิทธิที่จะบังคับคดีแล้วหรือไม่ และสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวขาดอายุความแล้วหรือไม่

เห็นว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 654/2529 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2529แต่ในวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาดังกล่าว จำเลยทั้งสองยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมโจทก์จึงยังไม่อาจอาศัยคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาตามยอมเพื่อบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ได้ ทั้งอายุความในสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดซึ่งมีกำหนดสิบปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/32ก็ยังไม่เริ่มนับเช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 ให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป แต่เมื่อถึงกำหนดที่จำเลยทั้งสองต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมงวดที่สองในวันที่15 กรกฎาคม 2529 จำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ชำระหนี้แก่โจทก์โจทก์จึงอาศัยคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาตามยอมบังคับคดีได้ระยะเวลาการบังคับคดีของโจทก์จึงเริ่มนับแต่วันที่16 กรกฎาคม 2529 พร้อมกับอายุความในสิทธิเรียกร้องตามคำพิพากษาตามยอมก็เริ่มนับแต่วันดังกล่าว

โจทก์นำมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมมาฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้เมื่อวันที่12 กรกฎาคม 2539 ดังนั้น ในวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จึงยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลาสิบปี นับแต่วันที่จำเลยผิดนัดชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์จึงยังไม่หมดสิทธิร้องขอให้บังคับคดีและสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมยังไม่ขาดอายุความโจทก์จึงนำมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมมาฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ได้ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประการสุดท้ายมีว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 654/2529 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่าคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 654/2529 ของศาลชั้นต้นซึ่งถึงที่สุดแล้วนั้น มีประเด็นว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์หรือไม่เพียงใด ส่วนคดีนี้มีประเด็นว่า เมื่อจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งดังกล่าวแล้ว จำเลยเป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ สมควรให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือไม่ การวินิจฉัยคดีสองเรื่องนี้จึงมิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกัน

โจทก์ฟ้องคดีนี้จึงไม่เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ได้นำสืบพยานให้เห็นว่า จำเลยทั้งสองอาจชำระหนี้ได้ทั้งหมด หรือมีเหตุอื่นนอกจากที่ศาลฎีกาวินิจฉัยมาแล้ว อันจะเป็นเหตุที่ไม่สมควรให้จำเลยทั้งสองล้มละลายจึงชอบที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะพิพากษาให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภิศักดิ์ พรวชิราภา · สมปอง เสนเนียม · พิชัย เตโชพิทยากุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้