Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4700/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป.ผู้ทำพินัยกรรมได้เติมวันที่และเดือนในพินัยกรรมที่ส.พิมพ์มาให้ตามความต้องการของป. และลงลายมือชื่อในพินัยกรรมแล้วพยาน3คนได้ลงลายมือชื่อการที่ป. เติมวันที่และเดือนลงในพินัยกรรมมิใช่เป็นการตกเติมแก้ไขเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมที่จะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1656วรรคสองและเป็นการเติมก่อนที่ป. และพยานในพินัยกรรมลงลายมือชื่อพินัยกรรมจึงสมบูรณ์ไม่เป็นโมฆะ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรของนางปราณี ทองคำใส ภริยาเดิมของนายประทีป ทองคำใส แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสแล้วเลิกร้างกันนายประทีปได้จดทะเบียนสมรสกับจำเลยมีบุตรด้วยกัน 8 คน ก่อนถึงแก่กรรมนายประทีปทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้แก่จำเลยและบุตรทั้ง 8 คน แต่พินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะผู้ทำพินัยกรรมไม่ได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน ผู้พิมพ์และพยานคนหนึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกัน ไม่มีการลงลายมือชื่อกำกับในช่องที่กรอกวันที่และเดือน โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว และอยู่ในฐานะทายาทโดยธรรมจึงมีสิทธิ 1 ใน 10 ของทรัพย์มรดกมูลค่า 11,000,000 บาท ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้อง แต่จำเลยไม่ยอมแบ่งปันให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยแบ่งทรัพย์มรดกจำนวน1 ใน 10 ส่วน โดยโอนและส่งมอบให้แก่โจทก์หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้ใช้ราคาเป็นเงิน 1,100,000 บาทจำเลยให้การว่า

พินัยกรรมมีผลบังคับตามกฎหมายเพราะผู้ทำพินัยกรรมและพยานรวม 3 คน ได้ลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพร้อมกันการกรอกวันที่และเดือนในช่องว่างมิใช่การแก้ไขตกเติมที่ต้องลงลายมือชื่อกำกับไว้ โจทก์ถูกตัดมิให้รับมรดกจึงหามีสิทธิอย่างใดในทรัพย์มรดก ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะหรือไม่ จำเลยมีนายสมบัติ วอทองและนายสมชาย วจนะวิชากร เบิกความตรงกันว่า ประมาณปลายเดือนสิงหาคม 2526 นายประทีปได้ให้นายสมบัติซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความร่างพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้จำเลยและบุตรอีก 8 คน และตัดโจทก์ออกมิให้รับมรดก ทั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดก นายสมบัตได้ร่างและพิมพ์พินัยกรรมให้โดยเว้นช่องวันที่และเดือนไว้ ในวันที่ 1 กันยายน 2526 นายประทีปได้นัดหมายให้นายสมบัติ นายสมชายและนายสถาพร เรืองเสรีไปพร้อมกันที่บ้านของนายประทีป นายประทีปบอกบุคคลดังกล่าวว่าจะทำพินัยกรรม ได้อ่านข้อความให้พยานฟังและลงวันที่และเดือนในช่องที่เว้นไว้

หลังจากนั้นนายประทีปได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้ทำพินัยกรรมต่อหน้า นายสมบัติ นายสมชาย และนายสถาพรพยานทั้งสามคนได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้ทำพินัยกรรมต่อหน้านายประทีปดังนี้จะเห็นได้ว่าพยานจำเลยดังกล่าวเบิกความมีเหตุมีผลสอดคล้องเชื่อมโยงกัน ทั้งไม่ปรากฏว่ามีสาเหตุโกรธเคืองกับฝ่ายใดมาก่อนฝ่ายโจทก์นำสืบว่านายประทีปทำพินัยกรรมโดยไม่ได้ลงวันที่และเดือนที่ทำพินัยกรรมอ้างว่านายประทีปเคยนำพินัยกรรมไปให้โจทก์ดูนั้นซึ่งขาดเหตุผล เพราะเมื่อนายประทีปได้ตัดโจทก์ออกจากการเป็นทายาทจึงไม่มีเหตุที่จะให้โจทก์ดูพินัยกรรมเพราะจะทำให้โจทก์โกรธเคืองได้ ส่วนที่ว่านายสถาพรเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า ได้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในพินัยกรรมที่สำนักงานเทศบาลเมืองอุบลราชธานี โดยตามคำเบิกความไม่ปรากฏแน่ชัดว่านายประทีปได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานหรือไม่

ได้ความจากทางนำสืบของจำเลยว่า นายสถาพรเคยเป็นฝ่ายตรงข้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลอาจมีสาเหตุโกรธเคืองกับนายประทีปและจำเลยกับพวกภายหลังจากทำพินัยกรรมแล้วก็ได้ ดังจะเห็นได้จากการที่จำเลยไม่ได้เชิญนายสถาพรไปร่วมงานศพของนายประทีปนายสถาพรจึงอาจเบิกความช่วยเหลือโจทก์ก็ได้พยานจำเลยมีเหตุผลและน้ำหนักน่าเชื่อกว่าพยานโจทก์ข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายประทีปได้เติมวันที่และเดือนในพินัยกรรมที่นายสมบัติพิมพ์มาให้ตามความต้องการของนายประทีปแล้วลงลายมือชื่อในพินัยกรรม หลังจากนั้นพยานอีก 3 คน จึงลงลายมือชื่อเช่นนี้ การที่นายประทีปเติมวันที่และเดือนลงในพินัยกรรมดังกล่าวมิใช่เป็นการตกเติม แก้ไขเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 วรรคสองทั้งเป็นการเติมก่อนที่นายประทีปและพยานในพินัยกรรมลงลายมือชื่อดังนั้นการติดข้อความดังกล่าวจึงไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 1656 วรรคสอง พินัยกรรมจึงสมบูรณ์ตามกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมปอง เสนเนียม · พิมล สมานิตย์ · ผล อนุวัตรนิติการ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้