Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 ในฐานะส่วนตัวและฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ที่ 2กับ ส. และพวกทำสัญญาประนีประนอมยอมความตกลงกันจะก่อตั้งบริษัทขึ้นใหม่อีกบริษัทหนึ่งเพื่อประกอบกิจการการเดินรถแทนบริษัทโจทก์ที่ 2ต่อมา ส. กับพวกได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นใหม่เป็นบริษัทจำเลยโดยโจทก์มิได้ร่วมก่อตั้งด้วย ดังนี้ บริษัทจำเลยเป็นนิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายมีสิทธิและหน้าที่ของตนเองต่างหากจากผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัท และมิได้เป็นคู่สัญญาประนีประนอมยอมความฉบับดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบริษัทจำเลยเพื่อขอให้เลิกบริษัทโดยอาศัยข้อตกลงในสัญญาฉบับนี้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 ในฐานะส่วนตัวและฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ที่ 2 กับเจ้าของรถร่วมสายนครนายก - คลอง 14 ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความก่อตั้งบริษัทขึ้นใหม่อีกบริษัทหนึ่งเพื่อประกอบการเดินรถแทนบริษัทโจทก์ที่ 2 ต่อมานายสานิตย์ ลัคนาทิน กับพวกซึ่งได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นใหม่เป็นบริษัทจำเลยโดยไม่ให้โจทก์ทั้งสองร่วมก่อตั้งด้วย การจดทะเบียนบริษัทจำเลยจึงเป็นการฝ่าฝืนสัญญาประนีประนอม ทั้งเป็นการทำผิดในการประชุมตั้งบริษัท ทำให้โจทก์เสียหายขอให้พิพากษายกเลิกบริษัทจำเลยจำเลยให้การว่า บริษัทจำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมที่ทำไว้กับโจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงโดยไม่นำรถไปดำเนินการให้ถูกต้อง

โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า บันทึกข้อตกลงหาใช่เป็นการประชุมตั้งบริษัทตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1107,1108 ไม่ และไม่เป็นการกระทำผิดในการประชุมตั้งบริษัทอันจะเป็นเหตุให้ศาลสั่งเลิกบริษัทได้ตามมาตรา 1237 พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บริษัทจำเลยเป็นนิติบุคคล ที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมายมีสิทธิและหน้าที่ของตนเองต่างหากจากผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัท ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่าบริษัทจำเลยไม่ได้เป็นคู่สัญญาฉบับลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2515 กับโจทก์ที่ 1 ด้วย ฉะนั้นโจทก์ที่ 1 จึงไม่มีอำนาจฟ้องบริษัทจำเลยเพื่อขอให้เลิกบริษัทโดยอาศัยข้อตกลงในสัญญาฉบับลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2515 นั้น ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องนี้แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นไว้ในคำแก้ฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ เพราะเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมคิด มงคลชาติ · ชลอ จามรมาน · อุดม ทันด่วน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2082/2543

การแก้ไขคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 179 จะต้องเป็นการแก้ไขข้อหาข้ออ้างที่มีต่อจำเลยอันกล่าวไว้ในคำฟ้อง ที่เสนอต่อศาลแต่แรกโดยการเพิ่มหรือลดทุนทรัพย์หรือราคาทรัพย์สินที่พิพาทในฟ้องเดิมหรือสละข้อหาในฟ้องเดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1772/2540

การขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1237นั้นมิได้กำหนดไว้ให้ต้องทำเป็นคำร้องขอโจทก์จึงชอบที่จะขอให้เลิกบริษัทจำเลยที่1โดยทำเป็นคำฟ้องได้และตามคำฟ้องบรรยายว่าจำเลยที่2ถึงที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2127/2538

โจทก์จำเลยทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับที่ดินพิพาทและทรัพย์สินที่โจทก์ยกให้แก่จำเลยโดยจำเลยยอมยกทรัพย์สินดังกล่าวส่วนหนึ่งให้บุคคลภายนอกและอีกส่วนหนึ่งจำเลยยอมโอนคืนให้แก่โจทก์โดยโจทก์ยอมยกยุ้งข้าว1หลังให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้