Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4672/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยดำเนินการโอนทะเบียนรถยนต์พิพาทมาเป็นชื่อโจทก์ เพื่อให้โจทก์สามารถใช้รถยนต์พิพาทได้ตามวัตถุประสงค์ของการทำสัญญาซื้อขาย หาใช่ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดชำระค่าเสียหายเพราะความชำรุดบกพร่องของรถยนต์พิพาทไม่ ความรับผิดของจำเลยจึงไม่อยู่ในบังคับอายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 474 แต่ต้องอยู่ในบังคับอายุความทั่วไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ซึ่งมีอายุความ 10 ปี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปดำเนินการโอนทะเบียนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 2 ฝ-9411 กรุงเทพมหานคร มาเป็นชื่อโจทก์ หากจำเลยไม่ไปโอนขอให้จำเลยชำระภาษีสรรพสามิตรถยนต์ดัดแปลงจำนวน 123,123 บาท ให้แก่โจทก์ และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 200 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะได้โอนทะเบียนรถยนต์แก่โจทก์เสร็จสิ้น

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระภาษีสรรพสามิตรถยนต์ดัดแปลงจำนวน 123,123 บาท แก่โจทก์และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ 100 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 2 สิงหาคม 2545) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระภาษีสรรพสามิตรถยนต์ดัดแปลงแก่โจทก์ครบถ้วน กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 600 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2543 โจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลยในราคา 700,000 บาท โจทก์ชำระราคารถยนต์พิพาทให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยส่งมอบรถยนต์พิพาทให้แก่โจทก์ในวันเดียวกัน พร้อมสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ แบบคำขอโอนและรับโอน ใบมอบอำนาจ สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชนให้แก่โจทก์ เพื่อให้โจทก์ไปดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของรถเป็นชื่อโจทก์เอง ตามแบบคำขอโอนและรับโอน ใบมอบอำนาจ สำเนารายการจดทะเบียน และหนังสือสัญญาซื้อขายรถยนต์ โจทก์ไปดำเนินการจดทะเบียนรถแต่เจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการให้เนื่องจากรถยนต์พิพาทเป็นรถยนต์ที่ถูกดัดแปลงเป็นรถยนต์ 7 ที่นั่ง

จะต้องเสียภาษีสรรพสามิตรถยนต์ดัดแปลงเสียก่อน... ปัญหาต้องวินิจฉัยตามคำแก้ฎีกาของจำเลยมีว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โดยจำเลยแก้ฎีกาว่า โจทก์รับมอบรถยนต์พิพาทเมื่อปี 2543 โจทก์ย่อมทราบถึงการดัดแปลงรถยนต์พิพาทแล้วตั้งแต่เวลานั้น แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อปี 2545 เกินกำหนดเวลา 1 ปี นับแต่เวลาที่โจทก์พบเห็นความชำรุดบกพร่อง ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474 นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยดำเนินการโอนทะเบียนรถยนต์พิพาทมาเป็นชื่อโจทก์ เพื่อให้โจทก์ใช้รถยนต์พิพาทได้ตามวัตถุประสงค์ของการทำสัญญาซื้อขาย หาใช่ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดชำระค่าเสียหายเพราะความชำรุดบกพร่องของรถยนต์พิพาทไม่ ความรับผิดของจำเลยจึงไม่อยู่ในบังคับอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 474 แต่ต้องอยู่ในบังคับอายุความทั่วไปตามมาตรา 193/30 ซึ่งมีอายุความ 10 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ คำแก้ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีการวม 5,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · บุญรอด ตันประเสริฐ · สนอง เล่าศรีวรกต
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพัทยา - นายสงวน พรอิชยานนท์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2136/2549
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1164/2545
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ608/2546
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้