Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 467/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนี้ตามสัญญาเงินกู้ซึ่งแปลงมาจากหนี้ที่ค้างชำระราคาที่ดินที่ซื้อขายกันระหว่างโจทก์จำเลยนั้น จะนำสืบการใช้เงินได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้ให้กู้มาแสดงว่าจำเลยได้ใช้เงินตามที่กู้แล้ว หรือได้มีการแทงเพิกถอนลงในสัญญากู้นั้น การที่โจทก์เซ็นในหนังสือสัญญาซื้อขาย (ที่ดินแปลงนั้น) ว่าได้รับเงินไปแล้วนั้น เป็นคนละเรื่องกับการกู้ยืมรายนี้ ยังไม่พอจะถือเป็นหลักฐานที่จำเลยได้คืนเงินกู้ให้โจทก์แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ขายที่ดินแปลงหนึ่งให้จำเลยราคา25,000 บาทชำระแล้ว 12,000 บาท ที่เหลือ 13,000 บาทได้แปลงเป็นหนี้เงินกู้ ถึงกำหนดตามสัญญากู้นั้นแล้วจำเลยไม่ชำระ ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้การรับว่าได้ซื้อที่ดินจากโจทก์ 25,000 บาท ค้างชำระ13,000 บาท แล้วทำสัญญากู้ไว้ตามฟ้องจริง แต่ต่อสู้ว่าได้ชำระเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์แล้วโดยในวันไปทำการโอนทะเบียนกันนั้น จำเลยได้ขายฝากที่ดินดังกล่าวไว้กับผู้ซื้อ 22,000 บาท ชำระให้โจทก์ไปแล้ว จำเลยขอหนังสือสัญญากู้คืน โจทก์บอกว่าจะคืนให้ภายหลังแต่ก็ไม่คืนให้จำเลย ทั้งในสัญญาซื้อขายที่ดินที่โจทก์ขายให้จำเลยก็ระบุว่าโจทก์ได้รับเงินไปจากจำเลยเป็นค่าที่ดินเสร็จสิ้นแล้วซึ่งมีผลเท่ากับโจทก์ได้ออกใบรับเงินตามหนังสือสัญญากู้ให้แก่จำเลยหนี้สินตามสัญญากู้จึงระงับสิ้นไปแล้วศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้องจำเลยฎีกาต่อมาศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์มีหนังสือสัญญากู้มาเป็นหลักฐานว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป 13,000 บาท

จำเลยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้กู้มาแสดงว่าจำเลยได้ใช้เงินตามที่กู้นี้ให้โจทก์แล้ว หรือได้มีการแทงเพิกถอนลงในสัญญากู้นี้แต่อย่างไรที่จำเลยฎีกาว่าการที่โจทก์เซ็นในหนังสือสัญญาซื้อขายว่า ได้รับเงินไปแล้วนั้น ก็เป็นเรื่องเกี่ยวแก่การซื้อขายที่ดินเป็นคนละเรื่องกับการกู้ยืมรายนี้ ยังไม่พอจะถือเป็นหลักฐานที่จำเลยได้ชำระเงินกู้ให้โจทก์แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามสัญญากู้ให้โจทก์นั้น ชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืนยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญ โชติรัต · สวัสดิ์ ภู่งาม · อุทัย ศุภนิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568

เนื้อหาที่โจทก์และจำเลยสนทนากันทางแอปพลิเคชันไลน์นั้นไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน 100,000 บาท เป็นการให้กู้ยืมเงิน แม้การสนทนากันดังกล่าวเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2567

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การทำนองเดียวกันว่าหนี้เงินกู้เป็นการกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกันเพื่อใช้เป็นเงินทุนในกิจการของจำเลยที่ 1 ปัจจุบันมีการชำระหนี้แล้ว แล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2567

แม้จำเลยให้การรับว่าได้รับเงินโอนจากโจทก์แล้วทั้งยี่สิบครั้งและพิมพ์คำว่า "ตกลง" ในโปรแกรมไลน์ (LINE) ตามที่โจทก์ให้พิมพ์ แต่การรับของจำเลยเป็นการรับตามที่ปรากฏในฟ้องเท่านั้น จำเลยยังมีข้อต่อสู้ว่าการ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้