Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 467/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การถูกกระทำร้ายถึงเสียอวัยวะที่จะถือว่าเป็นอันตรายสาหัสตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 คำว่าอวัยวะอื่นใดในอนุมาตรา 3 นั้น ย่อมหมายถึงอวัยวะอื่นนอกจากที่ระบุไว้ซึ่งต้องเป็นอวัยวะที่สำคัญเช่นกันและเมื่อสูญเสียอวัยวะนั้นไปแล้วย่อมเป็นเหตุให้ผู้ได้รับอันตรายกลายเป็นคนพิการไปด้วย การที่จำเลยขับรถโดยประมาทชนรถผู้อื่นทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บฟันหัก 1 ซี่ นั้นยังถือไม่ได้ว่าได้รับอันตรายสาหัสตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้อง

จำเลยให้การรับสารภาพฟังได้ว่า จำเลยขับรถยนต์ส่วนบุคคลด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นจำเลยจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ โดยจำเลยขับรถฝ่าฝืนกฎหมายขับผ่านทางแยกไปโดยไม่หยุดรถที่ป้ายหยุดและขับรถไปด้วยอัตราความเร็วสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เป็นเหตุให้ชนรถซึ่งนายมีฮก แซ่เบ๊ ขับขี่มาเสียหายคิดเป็นเงิน 6,000 บาทนายมีฮกได้รับบาดเจ็บ 7 วัน ฟันหน้าล่างซ้ายหัก 1 ซี่ และเด็กชายฮวงเจ็ง แซ่เบ๊ ซึ่งนั่งมาด้วยบาดเจ็บ 14 วันศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 29, 31, 66 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2481 มาตรา 4 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 โดยวินิจฉัยว่า

การที่นายมีฮก แซ่เบ๊ ได้รับอันตรายฟันหักยังไม่ถือว่าเป็นการเสียอวัยวะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(3) ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกจำเลย 20 วัน และปรับ 500 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 10 วันและปรับ 250 บาท โทษจำคุกให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า การถูกกระทำร้ายถึงเสียอวัยวะที่จะถือว่าเป็นอันตรายสาหัสนั้น ได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(1)(2)(3) คือ ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด เสียอวัยวะสืบพันธ์เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้ว หรืออวัยวะอื่นใด จะเห็นได้ว่าอวัยวะต่าง ๆ ที่ระบุชื่อไว้นั้นล้วนแต่เป็นอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกายทั้งสิ้น ซึ่งเมื่อเสียไปแล้วไม่อาจเยียวยารักษา

ผู้ได้รับอันตรายนั้นกลายเป็นคนพิการไป ฉะนั้น คำว่า อวัยวะอื่นใด ใน (3) ของมาตรา 297 จึงย่อมหมายความถึงอวัยวะอื่นนอกจากที่ระบุชื่อไว้และต้องเป็นอวัยวะที่สำคัญเช่นกัน ซึ่งเมื่อสูญเสียอวัยวะนั้น ๆ ไปแล้ว เป็นเหตุให้ผู้ได้รับอันตรายตกเป็นคนพิการไปด้วย เห็นว่าแม้ฟันจะเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่ก็ไม่ใช่อวัยวะส่วนสำคัญและการสูญเสียฟันไปเพียง 1 ซี่นั้น มิได้ทำให้ผู้ได้รับอันตรายกลายเป็นคนพิการ อันจะเทียบได้กับการเสียอวัยวะอื่นดังที่ได้ระบุชื่อไว้ในมาตรา 297(1)(2)และ (3)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยง เหลืองรังษี · การุณย์นราทร · พร สุขารมณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้