Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2498 (เลขอ้างอิง 46635)

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่า "อาจต้องรับผิดเสียเงินอีก ฯลฯ" ตามความใน มาตรา 23,26 แห่งประมวลรัษฎากรนั้น เป็นเรื่องที่กฎหมาย กำหนดให้ใช้ดุลพินิจหนักเบาตามควรแก่กรณีเป็นเรื่องๆไม่ว่าควรเรียกภาษีเพิ่มถึงเต็มพิกัดหรือลดหย่อนลงเพียงใด เมื่อปรากฏว่าเจ้าพนักงานประเมินเรียกเก็บภาษีเพิ่มเป็นจำนวนเกินสมควรแก่พฤติการณ์ที่ผู้เสียควรต้องรับผิดแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจกำหนดลดให้ตามที่เห็นสมควรได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 24 ป.รัษฎากร มาตรา 23 ป.รัษฎากร มาตรา 25 ป.รัษฎากร มาตรา 26

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้ข้าหลวงตรวจการสรรพากรภาค 3 นครราชสีมา ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานประเมินภาษีอากรในรายปี 5 ปีนั้น ระบุเป็นรายปีว่าปีใดโจทก์แสดงรายการภาษีเงินได้ตามแบบที่ยื่นยังขาดไปไม่ถูกต้องความจริง สั่งแก้จำนวนที่ประเมินไว้เดิม และแจ้งจำนวนเงินภาษีโดยตรงที่ยังขาดจริงที่ต้องชำระตามประมวลรัษฎากร มาตรา 20 จำนวนหนึ่ง กับที่ต้องรับผิด (ทำนองค่าปรับแต่คงให้ถือว่าเป็นค่าภาษี) เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20ของจำนวนแรก ตามมาตรา 23 อีกจำนวนหนึ่ง และปีใดโจทก์ไม่ยื่นรายการภาษีเงินได้ เจ้าพนักงานฯ จึงแจ้งภาษีโดยตรงที่โจทก์ต้องชำระตาม มาตรา 24 จำนวนหนึ่ง กับที่ต้องรับผิด (ทำนองค่าปรับแต่คงให้ถือว่าเป็นค่าภาษี) เพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าของจำนวนแรกตาม มาตรา 26 อีกจำนวนหนึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้พ.ศ.ฯลฯภาษีที่เรียกเพิ่ม2491ฯลฯ(20%) 1434.362492ฯลฯ(20%) 12,637.622493ฯลฯ(20%) 38,059.872494ฯลฯ(2เท่า) 306,450.402495ฯลฯ(2เท่า) 545,087.58รวม 5 พ.ศ.ฯลฯ903,660.83ในทุก

พ.ศ. ที่เจ้าพนักงานประเมินใหม่นี้ โจทก์มิได้คัดค้านในลักษณะความผิดในจำนวนเงินได้ และจำนวนเรียกภาษีโดยตรงเป็นแต่เถียงข้อเดียวในจำนวนภาษีที่เรียกเพิ่มว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงอุทธรณ์คัดค้านการประเมินของเจ้าพนักงานฯ จำเลยพิจารณาแล้วสั่งให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์โจทก์จึงอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยต่อศาล ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 30 โดยทำเป็นคำฟ้องแยกเป็น 5 สำนวนตามรายปีและได้พิจารณาพิพากษารวมกันจำเลยให้การว่ากรณีนี้เจ้าพนักงานฯ ประเมินใหม่นั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว การเรียกเงินเพิ่มภาษีเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานฯประเมินที่จะใช้ดุลยพินิจ ฯลฯศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์คงฎีกาต่อมาข้อเดียวคือ ในการใช้ดุลยพินิจให้จำเลยรับผิดศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลทั้งสองที่ว่าไม่ควรต้องฟังคำพยานต่อไปในเมื่อจำเลยยื่นรายการไม่ถูกต้อง หรือไม่ยื่นรายการ แล้วก็อาจต้องรับผิดถูกเรียกภาษีเพิ่มตาม มาตรา 22, 26 ซึ่งบัญญัติรวมความว่าผู้ยื่นรายการไม่ถูกต้องหรือไม่บริบูรณ์อาจต้องรับผิดเสียเงินอีกร้อยละ 20 และผู้ไม่ยื่นรายการอาจต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอีก2 เท่าของจำนวนเงินภาษีโดยตรง

เมื่อได้พิเคราะห์ข้อความของ 2 มาตราที่ว่า "อาจต้องรับผิดเสียเงินอีก ฯลฯ" เห็นว่าเป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ดุลยพินิจหนักเบาตามควรแก่กรณีเป็นเรื่อง ๆ ไปว่าควรเรียกภาษีเพิ่มถึงเต็มพิกัดหรือลดหย่อนผ่อนลงเพียงใด เรื่องนี้จำเลยมิได้โต้เถียงข้ออ้างของโจทก์ที่ว่า โจทก์ยอมส่งมอบหลักฐานให้โดยดีและทันทีนับว่าให้ความสะดวกแก่การตรวจค้นซึ่งมีเหตุอันควรจะกรุณาแก่จำเลยอยู่บ้าง พฤติการณ์ดังกล่าวหากจะให้จำเลยต้องรับผิดในจำนวนภาษีที่เรียกเพิ่มเพียง 2 ใน 3 ของอัตราเดิมพิกัดตามที่ถูกประเมินมาก็เป็นการสมควรแก่การใช้ดุลพินิจให้จำเลยต้องรับผิดตามเกณฑ์นี้จำเลยต้องถูกเรียกภาษีเพิ่มรวม 5 ปีเงิน602,440.55 บาท ซึ่งรวมกับจำนวนที่โจทก์เสียภาษีโดยตรงอีก686,423.78 บาท ยังล้นกว่าจำนวนเงินได้ของโจทก์ไปถึงเกือบสองแสนบาทอยู่แล้ว

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ให้โจทก์ต้องรับผิดในจำนวนภาษีที่เรียกเพิ่มใน 5ปีนี้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 22, 26 เป็นเงิน 602,440.55 บาท(หรือเท่ากับ 2 ใน 3 ของจำนวนที่โจทก์ถูกเจ้าพนักงานเรียกประเมินมาให้จำเลยสั่งคืนหรือสั่งให้เจ้าพนักงานประเมินคืนในส่วนที่เสียเกินไป 1 ใน 3 เป็นเงินรวม 301,220.28 บาท นอกนี้คงเดิม

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · พิบูลย์ไอศวรรย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2531

โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2524 และชำระภาษีเงินได้บางส่วนแล้วก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินโจทก์ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 แห่งเงินภาษีอากรที่เพิ่มขึ้น ตามประม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2498 (เลขอ้างอิง 79566)

คำว่า "อาจต้องรับผิดเสียเงินอีก ฯลฯ " ตามความใน ม.23 ,26 แห่งประมวลรัษฎากรนั้นเป็นเรื่องที่ ก.ม.กำหนดให้ใช้ดุลยพินิจหนักเบาตามควรแก่กรณีเป็นเรื่อง ๆ ไม่ว่าควรเรียกภาษีเพิ่มถึงเต็มพิกัดหรือลดหย่อนลงเพี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8829/2550

ปัญหาเรื่องการออกหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินเป็นไปโดยชอบด้วย ป.รัษฎากร มาตรา 19 หรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจในการประเมินภาษีอากรว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6340/2549

เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินระบุไว้ชัดเจนว่าผู้โอนได้รับเงินมัดจำจากผู้รับโอนไปถูกต้องแล้ว แม้ผู้รับโอนจะทำสัญญากู้เงินจากผู้โอนไว้ เป็นจำนวนเงินเท่ากับจำนวนเงินมัดจำ ก็เท่ากับผู้โอนมอบเงินมัดจำนั้นให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2278/2548

ขณะที่เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกโจทก์ โจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2535 แต่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้