คำฟ้องและคำให้การ
คดีทั้งสิบเอ็ดสำนวนศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันโดยให้เรียกโจทก์ว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 11 ตามลำดับสำนวนโจทก์ทั้งสิบเอ็ดฟ้องใจความทำนองเดียวกันว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2542 จำเลยในฐานะตัวแทนบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด นายจ้างตัวการที่อยู่ประเทศไต้หวันและมีภูมิลำเนาอยู่ประเทศไต้หวัน ทำสัญญาจัดหางานเพื่อส่งโจทก์ทั้งสิบเอ็ดไปทำงานในต่างประเทศและทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างทำงาน ณ ประเทศไต้หวัน ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2544 บริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ไม่มีงานให้ทำและส่งโจทก์ทั้งสิบเอ็ดกลับประเทศไทยโดยค้างค่าจ้างของเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2544 เป็นเงิน37,500 บาท 36,100 บาท 41,650 บาท 32,600 บาท 33,200 บาท 33,600 บาท 32,400 บาท 56,000 บาท 37,000 บาท 12,000 บาท และ 28,000 บาท ตามลำดับโดยตกลงจ่ายให้ภายในเดือนมีนาคม 2544 แต่เมื่อถึงกำหนดไม่ชำระ
ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแต่ละจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดตามลำดับจำเลยให้การว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการรับจัดหางานไปทำงานต่างประเทศ โดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม จำเลยไม่ได้เป็นตัวแทนของบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเป็นนายจ้างที่อยู่ต่างประเทศ จำเลยในฐานะบริษัทจัดหางานจัดส่งโจทก์ทั้งสิบเอ็ดไปทำงานต่างประเทศโดยมุ่งหวังผลกำไรหรือค่าบริการอันเป็นธุรกิจปกติของจำเลย และไม่มีนิติสัมพันธ์ในลักษณะนายจ้างและลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน หรือนายจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5(1)(2)(3) ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 37,500 บาท 36,100 บาท 31,650บาท 32,600 บาท 33,200 บาท 33,600 บาท 32,400 บาท 56,000 บาท 37,000 บาท12,000 บาท และ 28,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดตามลำดับจำเลยทั้งสิบเอ็ดสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า
"คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อแรกว่า จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าจ้างให้แก่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดเนื่องจากจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ที่ประเทศไต้หวัน อันเป็นตัวการซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 ตามที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า
จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ได้เป็นตัวแทนของบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเป็นนายจ้างที่อยู่ต่างประเทศ ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงเพียงว่าจำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ได้รับอนุญาตให้จัดหางานให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 จำเลยรับจัดหางานให้โจทก์ทั้งสิบเอ็ดไปทำงานกับบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ตามสัญญาจัดหางานเพื่อให้คนงานไปทำงานต่างประเทศเอกสารหมาย จ.4 โจทก์ทั้งสิบเอ็ดเดินทางไปทำงานกับบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ที่ประเทศไต้หวันเป็นเวลา 1 ปี 2 เดือน ถึง 1 ปี 5 เดือน ซึ่งบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ยังค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์ทั้งสิบเอ็ดจำนวนคนละ 2 เดือน ตามบัญชีค่าจ้างค้างจ่ายเอกสารหมาย
จ.5 ซึ่งข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาดังกล่าวไม่ปรากฏว่าบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ได้แต่งตั้งให้จำเลยเป็นตัวแทนหรือไม่ และในสัญญาจ้างแรงงานที่บริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ทำกับโจทก์ทั้งสิบเอ็ดนั้น จำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญาแทนบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด หรือไม่ อีกทั้งมีระเบียบของกรมการจัดหางานว่าด้วยการขออนุญาตจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ กำหนดให้บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานต้องแนบหนังสือของนายจ้างในต่างประเทศที่แต่งตั้งให้บริษัทจัดหางานเป็นตัวแทนมาด้วยหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาจึงยังไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัดอันเป็นตัวการที่อยู่ต่างประเทศหรือไม่ และจำเลยต้องรับผิดจ่ายค่าจ้างที่บริษัทคุณไทก่อสร้าง
จำกัด ค้างจ่ายแก่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดหรือไม่เพียงใด ดังนั้น ที่ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงในประเด็นเรื่องจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด แล้วพิพากษาให้จำเลยรับผิดตามฟ้อง จึงเป็นการไม่ชอบ จึงให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวเพิ่มเติมให้สิ้นกระแสความ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยอีกต่อไป"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า บริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ได้แต่งตั้งให้จำเลยเป็นตัวแทนหรือไม่ จำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญาจ้างแรงงานที่บริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ทำกับโจทก์ทั้งสิบเอ็ดแทนบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด หรือไม่ และมีระเบียบของกรมการจัดหางานกำหนดให้บริษัทผู้ได้รับอนุญาตให้จัดหางานต้องแนบหนังสือของนายจ้างในต่างประเทศที่แต่งตั้งให้บริษัทจัดหางานเป็นตัวแทนมาด้วยหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี