Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 46562)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดได้รับอนุญาตให้จัดหางานให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศและได้รับจัดหางานให้โจทก์กับพวกไปทำงานในต่างประเทศกับบริษัท ค. โจทก์กับพวกได้เดินทางไปทำงานกับบริษัทดังกล่าว ต่อมาบริษัทดังกล่าวค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์กับพวก แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าบริษัท ค. ได้แต่งตั้งให้จำเลยเป็นตัวแทนหรือไม่ และสัญญาจ้างแรงงานที่บริษัท ค. ทำกับโจทก์กับพวกนั้น จำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญาแทนบริษัท ค. หรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาจึงยังไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทอันเป็นตัวการที่อยู่ต่างประเทศหรือไม่ และจำเลยต้องรับผิดจ่ายค่าจ้างที่บริษัท ค. ค้างจ่ายแก่โจทก์กับพวกหรือไม่ เพียงใด ดังนั้น ที่ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงในประเด็นเรื่องจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัท ค. แล้วพิพากษาให้จำเลยรับผิดตามฟ้อง จึงเป็นการไม่ชอบ จึงให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวเพิ่มเติมให้สิ้นกระแสความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสิบเอ็ดสำนวนศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันโดยให้เรียกโจทก์ว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 11 ตามลำดับสำนวนโจทก์ทั้งสิบเอ็ดฟ้องใจความทำนองเดียวกันว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2542 จำเลยในฐานะตัวแทนบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด นายจ้างตัวการที่อยู่ประเทศไต้หวันและมีภูมิลำเนาอยู่ประเทศไต้หวัน ทำสัญญาจัดหางานเพื่อส่งโจทก์ทั้งสิบเอ็ดไปทำงานในต่างประเทศและทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างทำงาน ณ ประเทศไต้หวัน ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2544 บริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ไม่มีงานให้ทำและส่งโจทก์ทั้งสิบเอ็ดกลับประเทศไทยโดยค้างค่าจ้างของเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2544 เป็นเงิน37,500 บาท 36,100 บาท 41,650 บาท 32,600 บาท 33,200 บาท 33,600 บาท 32,400 บาท 56,000 บาท 37,000 บาท 12,000 บาท และ 28,000 บาท ตามลำดับโดยตกลงจ่ายให้ภายในเดือนมีนาคม 2544 แต่เมื่อถึงกำหนดไม่ชำระ

ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแต่ละจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดตามลำดับจำเลยให้การว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการรับจัดหางานไปทำงานต่างประเทศ โดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม จำเลยไม่ได้เป็นตัวแทนของบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเป็นนายจ้างที่อยู่ต่างประเทศ จำเลยในฐานะบริษัทจัดหางานจัดส่งโจทก์ทั้งสิบเอ็ดไปทำงานต่างประเทศโดยมุ่งหวังผลกำไรหรือค่าบริการอันเป็นธุรกิจปกติของจำเลย และไม่มีนิติสัมพันธ์ในลักษณะนายจ้างและลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน หรือนายจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5(1)(2)(3) ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 37,500 บาท 36,100 บาท 31,650บาท 32,600 บาท 33,200 บาท 33,600 บาท 32,400 บาท 56,000 บาท 37,000 บาท12,000 บาท และ 28,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดตามลำดับจำเลยทั้งสิบเอ็ดสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

"คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อแรกว่า จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าจ้างให้แก่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดเนื่องจากจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ที่ประเทศไต้หวัน อันเป็นตัวการซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 ตามที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า

จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ได้เป็นตัวแทนของบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเป็นนายจ้างที่อยู่ต่างประเทศ ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงเพียงว่าจำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ได้รับอนุญาตให้จัดหางานให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 จำเลยรับจัดหางานให้โจทก์ทั้งสิบเอ็ดไปทำงานกับบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ตามสัญญาจัดหางานเพื่อให้คนงานไปทำงานต่างประเทศเอกสารหมาย จ.4 โจทก์ทั้งสิบเอ็ดเดินทางไปทำงานกับบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ที่ประเทศไต้หวันเป็นเวลา 1 ปี 2 เดือน ถึง 1 ปี 5 เดือน ซึ่งบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ยังค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์ทั้งสิบเอ็ดจำนวนคนละ 2 เดือน ตามบัญชีค่าจ้างค้างจ่ายเอกสารหมาย

จ.5 ซึ่งข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาดังกล่าวไม่ปรากฏว่าบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ได้แต่งตั้งให้จำเลยเป็นตัวแทนหรือไม่ และในสัญญาจ้างแรงงานที่บริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ทำกับโจทก์ทั้งสิบเอ็ดนั้น จำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญาแทนบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด หรือไม่ อีกทั้งมีระเบียบของกรมการจัดหางานว่าด้วยการขออนุญาตจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ กำหนดให้บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานต้องแนบหนังสือของนายจ้างในต่างประเทศที่แต่งตั้งให้บริษัทจัดหางานเป็นตัวแทนมาด้วยหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาจึงยังไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัดอันเป็นตัวการที่อยู่ต่างประเทศหรือไม่ และจำเลยต้องรับผิดจ่ายค่าจ้างที่บริษัทคุณไทก่อสร้าง

จำกัด ค้างจ่ายแก่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดหรือไม่เพียงใด ดังนั้น ที่ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงในประเด็นเรื่องจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด แล้วพิพากษาให้จำเลยรับผิดตามฟ้อง จึงเป็นการไม่ชอบ จึงให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวเพิ่มเติมให้สิ้นกระแสความ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยอีกต่อไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า บริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ได้แต่งตั้งให้จำเลยเป็นตัวแทนหรือไม่ จำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญาจ้างแรงงานที่บริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด ทำกับโจทก์ทั้งสิบเอ็ดแทนบริษัทคุณไทก่อสร้าง จำกัด หรือไม่ และมีระเบียบของกรมการจัดหางานกำหนดให้บริษัทผู้ได้รับอนุญาตให้จัดหางานต้องแนบหนังสือของนายจ้างในต่างประเทศที่แต่งตั้งให้บริษัทจัดหางานเป็นตัวแทนมาด้วยหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · วีรพจน์ เพียรพิทักษ์ · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5001/2562

โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ 2 ครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องฉบับแรกให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์วันที่ 2 กันยายน 2559 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7994/2561

เมื่องานที่โจทก์ทำให้จำเลยชำรุดบกพร่อง โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยชำระหนี้นั้น ถูกต้องแล้ว แต่ศาลชั้นต้นยังคงต้องวินิจฉัยให้จำเลยชำระค่าการงานที่ได้ทำใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7069/2560

อุทธรณ์ของผู้ร้องที่ 2 ที่ ป. ซึ่งถูกถอนออกจากการเป็นทนายความลงชื่อเป็นผู้อุทธรณ์และผู้เรียง/พิมพ์ โดยไม่ได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจใช้สิทธิอุทธรณ์นั้น ถือเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6549/2560

ตามฟ้องคดีนี้เป็นคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องคดีอาญา และศาลชั้นต้นที่พิจารณาคดีเป็นศาลจังหวัด จึงเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ที่ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูลและพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3460/2559

ในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เมื่อศาลชั้นต้นซึ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูลและพิพากษาเฉพาะคดีส่วนอาญาเท่านั้น ฟ้องโจทก์ยังคงมีคดีส่วนแพ่งต้องพิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้