Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำฟ้องของโจทก์อ้างว่ามีความชำรุดบกพร่องของระบบเกียร์อันเป็นวัสดุที่จำเลยรับประกันไว้ว่าจะซ่อมหรือเปลี่ยนให้ตามสัญญาซื้อขายรถยนต์ โจทก์จึงบังคับให้จำเลยซ่อมหรือเปลี่ยนเกียร์ให้โจทก์ใหม่เพื่อให้ใช้งานได้ตามปกติเท่านั้น แต่ตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์กลับขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 438,000 บาท เท่ากับราคารถยนต์พิพาท หรือให้จำเลยนำรถยนต์คันใหม่ที่มีลักษณะเหมือนรถยนต์พิพาทและมีสภาพใช้งานได้ดีมาเปลี่ยนให้โจทก์ ซึ่งเป็นเรื่องนอกเหนือจากที่จำเลยได้รับประกันไว้โจทก์ไม่อาจบังคับจำเลยโดยอาศัยข้อตกลงรับประกันดังกล่าวได้ จึงเป็นคำขอที่ศาลไม่อาจบังคับให้ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2538 จำเลยที่ 1 ขายรถยนต์นั่งสองตอนท้ายบรรทุก ให้แก่โจทก์ในราคา 438,000 บาท ต่อมาได้จดทะเบียนเป็นหมายเลข ก 3884 ชัยนาท จำเลยทั้งสองรับประกันว่าจะซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนใด ๆ ที่เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากความบกพร่องของวัสดุหรือกรรมวิธีการผลิตจากโรงงานภายใต้การใช้งานตามปกติเป็นระยะเวลา 24 เดือน หรือ 50,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน หลังจากโจทก์ได้รับมอบรถยนต์ดังกล่าวมาจากจำเลยที่ 1แล้วประมาณ 1 สัปดาห์ ขณะขับรถยนต์คันดังกล่าวปรากฏว่ารถยนต์มีอาการเกียร์ 5 หลุดเป็นเกียร์ว่างและเครื่องปรับอากาศมีเสียงดังจากคอมเพรสเซอร์ โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสองทราบ จำเลยที่ 1 จึงให้โจทก์เอารถยนต์เข้าทำการตรวจซ่อมหลายครั้งแต่อาการดังกล่าวก็ยังไม่หายซึ่งโจทก์เข้าซ่อมครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2539 ขณะรถยนต์แล่นได้ระยะทาง 19,613 กิโลเมตร

ปรากฏว่ารถยนต์มีอาการผิดปกติมากกว่าเดิม คือ เกียร์ 1 และเกียร์ 2 เข้าได้ยาก เกียร์ถอยหลังจะหลุดเป็นเกียร์ว่างและเครื่องปรับอากาศมีเสียงดังเช่นเดิม โจทก์ได้นำรถยนต์ไปให้จำเลยที่ 1 ทำการตรวจเช็ค แต่พนักงานของจำเลยที่ 2 (ที่ถูกคือพนักงานของจำเลยที่ 1) กลับแจ้งว่าระบบเกียร์และเครื่องปรับอากาศปกติ และไม่ทำการซ่อมหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงใด ๆ โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ 2ทราบ แต่จำเลยที่ 2 บ่ายเบี่ยงให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับผิดชอบ โจทก์จึงได้นำรถยนต์เข้าทำการตรวจเช็คที่บริษัทโตโยต้าโฆสิตอ่างทองผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2539 แต่บริษัทดังกล่าวไม่สามารถตรวจเช็คระบบเกียร์ได้เพราะจะต้องรื้อส่วนประกอบของเกียร์ออก

คงทำการซ่อมเครื่องปรับอากาศที่มีเสียงดังให้เป็นปกติได้เท่านั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการประพฤติผิดข้อตกลงและโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 438,000 บาท หรือให้จำเลยทั้งสองนำรถยนต์คันใหม่ที่มีลักษณะเหมือนรถยนต์คันพิพาทซึ่งมีสภาพใช้งานได้ดีมาเปลี่ยนให้โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ซื้อรถยนต์ตามฟ้องไปจากจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ยังได้รับประกันรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่โจทก์จริง หลังจากที่โจทก์ได้รับรถยนต์คันดังกล่าวไปจากจำเลยที่ 1 แล้ว รถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในสภาพใช้งานได้ตามปกติตลอดมาจนกระทั่งวันที่ 5 มิถุนายน 2539 โจทก์ได้นำรถยนต์คันดังกล่าวเข้าซ่อมที่ศูนย์บริการของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1ได้ตรวจสภาพและทำการซ่อมเครื่องปรับอากาศประจำรถยนต์ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ตามปกติและยังได้เปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่ทั้งระบบให้แก่โจทก์ในวันดังกล่าวด้วย

หลังจากนั้นรถยนต์สามารถใช้งานได้ตามปกติ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 เพิ่งได้รับแจ้งจากจำเลยที่ 1เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2539 ภายหลังจากที่โจทก์ได้ใช้รถยนต์คันดังกล่าว8 เดือน แล้วเป็นระยะทาง 20,000 กิโลเมตร ว่าโจทก์ได้เรียกร้องให้แก้ไขรถยนต์คันดังกล่าวซึ่งมีอาการเกียร์ 5 หลุดเป็นเกียร์ว่าง และขอเปลี่ยนเกียร์ตามการรับประกันของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงได้ทำการส่งเกียร์ใหม่ทั้งชุดซึ่งมีมูลค่าประมาณ 60,743 บาท ให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อเปลี่ยนให้แก่โจทก์ตามสัญญารับประกันของจำเลยที่ 2 ส่วนเครื่องปรับอากาศนั้นไม่ปรากฏว่ามีการผิดปกติแต่อย่างใด หลังจากที่จำเลยที่ 1 ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงและทำการทดสอบให้แก่โจทก์เสร็จสิ้นแล้ว

จำเลยที่ 2 ได้รับแจ้งจากจำเลยที่ 1ว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นปกติไม่มีความชำรุดบกพร่องอันเนื่องมาจากสาเหตุเดิมอีก ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทมาจากจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองตกลงรับประกันว่าจำเลยทั้งสองจะซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนใด ๆ ที่เกิดความเสียหาย อันเนื่องจากความบกพร่องของวัสดุหรือกรรมวิธีการผลิตจากโรงงานภายใต้การใช้งานตามปกติเป็นระยะเวลา 24 เดือน หรือ 50,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อนโจทก์อ้างว่าระบบเกียร์ผิดปกติเพราะเข้าเกียร์ยากและบางครั้งเข้าเกียร์แล้วเกียร์จะหลุด กับระบบเครื่องปรับอากาศมีเสียงดังจากคอมเพรสเซอร์โจทก์ได้นำรถยนต์ให้จำเลยที่ 1 ทำการซ่อมระบบเกียร์หลายครั้ง

อาการดังกล่าวก็ไม่หาย คงหายเฉพาะเสียงดังของเครื่องปรับอากาศ โจทก์แจ้งจำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 ก็ให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับผิดชอบ ตามคำฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่ามีความชำรุดบกพร่องของระบบเกียร์อันเป็นวัสดุที่จำเลยทั้งสองรับประกันไว้ว่าจะซ่อมหรือเปลี่ยนให้ โจทก์จึงบังคับให้จำเลยทั้งสองซ่อมหรือเปลี่ยนเกียร์ให้โจทก์ใหม่เพื่อให้ใช้งานได้ตามปกติเท่านั้น แต่ตามคำขอท้ายฟ้อง โจทก์กลับขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 438,000 บาท เท่ากับราคารถยนต์พิพาทที่โจทก์ซื้อไปจากจำเลยที่ 1 แก่โจทก์ หรือให้จำเลยทั้งสองนำรถยนต์คันใหม่ที่มีลักษณะเหมือนรถยนต์พิพาทและมีสภาพใช้งานได้ดีมาเปลี่ยนให้โจทก์ ซึ่งเป็นเรื่องนอกเหนือจากที่จำเลยทั้งสองได้รับประกันไว้

โจทก์ไม่อาจบังคับจำเลยทั้งสองโดยอาศัยข้อตกลงรับประกันดังกล่าวได้ คำขอบังคับจึงเป็นคำขอที่ศาลไม่อาจบังคับให้ได้เมื่อโจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีกากลับคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง และบังคับจำเลยทั้งสองตามคำขอท้ายฟ้อง ศาลฎีกาจึงไม่อาจบังคับให้โจทก์ได้ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพัฒน์ บุญยุบล · สายันต์ สุรสมภพ · พิชิต คำแฝง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8007/2543

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายโดยไม่ชอบขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามเจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลย เป็นคำฟ้องที่ขอให้บังคับเจ้าพนักงานที่ดินให้กระทำการหรือไม่กระทำการ เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องเจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2540

หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ระบุถึง อ.มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกเป็นคดีนี้เท่านั้นการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2521

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันทำการจัดสรรที่ดินให้โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อ แล้วจำเลยทั้งสามประพฤติผิดสัญญาโดยไม่จัดการทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินของโจทก์และที่ดินที่จำเลยร่วมก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1319/2506

ผู้ให้เช่าไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทรัพย์ที่ให้เช่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ตกลงให้โจทก์เช่ารถมีกำหนด 1 ปี รถที่ให้เช่านี้ชำรุดอยู่ได้ตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้ซ่อมรถให้ใช้การได้ด้วยทุนทรัพย์ของโจทก์เองครั้นโจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5226/2567

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าผู้รับจำนองต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ก่อนว่าให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับคำบอกกล่าวนั้นและในกรณีเป็นก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้