Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4636/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำสัญญาจะซื้อที่ดินโดยในสัญญากำหนดเรื่องการโอนไว้ว่า ผู้ขายจะโอนสิทธิให้ผู้ซื้อในภายหลังเมื่อผู้ซื้อต้องการให้โอน เป็นกรณีที่เวลาอันจะพึงชำระหนี้มิได้กำหนดลงไว้ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ย่อมจะเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลันตาม ป.พ.พ. มาตรา 203 วรรคแรก สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงอาจบังคับได้ตั้งแต่วันทำสัญญา เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องบังคับตามสัญญาเกิน 10 ปีนับแต่วันทำสัญญา ฟ้องของโจทก์ย่อมขาดอายุความตามมาตรา 193/30 เมื่อโจทก์ไม่อาจฟ้องบังคับให้โอนตามสัญญาได้เพราะคดีขาดอายุความ จึงมีผลให้ไม่อาจขอเพิกถอนนิติกรรมการโอนขายที่ดินระหว่างผู้ขายกับจำเลยที่ 2 และนิติกรรมที่จำเลยที่ 2 โอนขายที่ดินต่อไปให้จำเลยที่ 3 ได้ และแม้จำเลยที่ 3 มิได้อุทธรณ์ฎีกา แต่เป็นกรณีเกี่ยวกับการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษายกฟ้องไปถึงจำเลยที่ 3 ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 247

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนการให้ที่ดินตาม น.ส. 3 ก. เลขที่ 4557 เล่ม 46 ข. หน้า 7 ตำบลอินคีรี อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างนายจุ้ยหรือจุ่ยกับจำเลยที่ 2 และเพิกถอนการขายที่ดินตาม น.ส. 3 ก. เลขที่ 4557 เล่ม 46 ข. หน้า 7 ตำบลอินคีรี อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราชระหว่างจำเลยที่ 2 กับที่ 3 ให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายจุ้ย หรือจุ่ยไปจดทะเบียนนิติกรรมโอนขายที่ดินตาม น.ส. 3 ก. เลขที่ 4557 เล่ม 46 ณ สำนักงานที่ดินอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้แก่โจทก์ 2 ไร่ หากไม่ไปโอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 หากไม่สามารถโอนที่ดินให้แก่โจทก์ได้ให้จำเลยทั้งสามและกองมรดกของนายจุ้ยร่วมกันใช้ราคาที่ดินจำนวน 400,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการให้ที่ดินตาม น.ส. 3 ก. เลขที่ 4557 ระหว่างนายจุ้ยหรือจุ่ยกับจำเลยที่ 2 ให้เพิกถอนการขายที่ดินตาม น.ส. 3 ก. เลขที่ 4557 ระหว่างจำเลยที่ 2 กับที่ 3 และให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายจุ้ยหรือจุ่ย ไปจดทะเบียนนิติกรรมโอนขายที่ดินตาม น.ส. 3 ก. เลขที่ 4557 ณ สำนักงานที่ดินอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้แก่โจทก์ เนื้อที่ 2 ไร่ หากไม่ไปโอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 3,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2530 โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตาม น.ส. 3 เลขที่ 353 ตำบลอินคีรี อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราชกับนายจุ้ยหรือจุ่ย โดยโจทก์ซื้อเพียงบางส่วนเนื้อที่ 2 ไร่ มีข้อสัญญาว่าจะจดทะเบียนโอนที่ดินให้เมื่อโจทก์แจ้งให้ดำเนินการโอน ต่อมาวันที่ 27 พฤษภาคม 2539 นายจุ้ยถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกและศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดก ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือสัญญาการซื้อขาย มีข้อความว่า ผู้ขายจะโอนสิทธิให้แก่ผู้ซื้อในภายหลังเมื่อผู้ซื้อต้องการให้โอนแก่ผู้ซื้อ จึงเป็นกรณีเวลาอันจะพึงชำระหนี้มิได้กำหนดลงไว้

โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ย่อมจะเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 วรรคแรก สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงอาจบังคับได้ตั้งแต่วันทำสัญญา คือวันที่ 23 มิถุนายน 2530 โจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 17 ธันวาคม 2541 เกินกำหนด 10 ปี จึงขาดอายุความตามมาตรา 193/30 โจทก์ไม่อาจฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติตามหนังสือสัญญาการซื้อขายได้ และย่อมมีผลให้ไม่อาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมระหว่างนายจุ้ยกับจำเลยที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับที่ 3 ตามฟ้องได้ และถือว่าเป็นกรณีเกี่ยวกับการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ แม้จำเลยที่ 3 จะมิได้อุทธรณ์และฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาถึงจำเลยที่ 3 ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 247 ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ข้ออื่นต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองหล่อ โฉมงาม · ไพโรจน์ วายุภาพ · สมชาย พงษธา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายชาญชัย สุนทรส
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายทวี เนียมประดิษฐ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2455/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1200/2544
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้