Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4635/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดบานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362มีความหมายเป็น 2 ตอน ตอนแรกรบกวนกรรมสิทธิ์ตอนที่สองรบกวนสิทธิครอบครอง โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกแถวพิพาท แต่โจทก์ยังไม่เคยเข้าไปอยู่อาศัย เนื่องจากตึกทรุดและอยู่ระหว่างที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 กับพวกต่อศาลแพ่งให้ส่งมอบตึกแถวในสภาพเรียบร้อย แสดงว่าโจทก์ยังไม่ได้รับมอบการครอบครองตึกแถวพิพาท การที่จำเลยที่ 1 นำเสาเข็มและอิฐมอญจำนวนมากไปวางใต้กันสาดตึกแถวจึงเป็นเพียงการใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับ ความเสียหาย เป็นการละเมิดต่อโจทก์ในทางแพ่งยังไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของบ้านซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของโจทก์จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นกรรมการเมื่อประมาณวันที่9 กรกฎาคม 2530 เวลากลางวัน และเวลากลางคืนต่อเนื่องกันจนถึงวันฟ้อง จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันกระทำผิดต่อกฎหมายกล่าวคือ จำเลยทั้งสามกับคนงานอีกหลายคน โดยการจ้างหรือวานหรือใช้ของจำเลยทั้งสาม ร่วมกันนำเอาเสาเข็มและอิฐมอญจำนวนมากมากองทับถมกันไว้ในบริเวณที่ดินและบ้านของโจทก์ดังกล่าวหลายครั้งหลายคราว ต่างกรรมต่างวาระโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ เมื่อโจทก์ได้แจ้งให้ขนย้ายออกไปจำเลยทั้งสามก็ยังเพิกเฉยเป็นการรบกวนการครอบครองบ้านและที่ดินของโจทก์ การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใด

ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุขขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365(2)(3), 83 และ 84ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2ส่วนจำเลยที่ 3 คดีไม่มีมูล ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2) ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 3,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด1 เดือน และปรับเป็นเงิน 3,000 บาท แต่ตามพฤติการณ์แห่งคดีการกระทำผิดของจำเลยไม่ร้ายแรงนักและไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามมาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29, 30จำเลยที่ 1 ที่ 2 และโจทก์ฎีการะหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

ทนายจำเลยที่ 1และที่ 2 แถลงต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายจึงให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 จากสารบบความศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ความผิดบานบุกรุกตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 มีความหมายเป็นสองตอนตอนแรกรบกวนกรรมสิทธิ์ตอนที่สองรบกวนสิทธิครอบครองจากข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยที่ 1 นำสืบมาแม้จะฟังได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกแถวพิพาท แต่เมื่อพิจารณาสำเนาคำฟ้อง ที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 กับพวกต่อศาลแพ่งให้ส่งมอบตึกแถวให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อยประกอบกับที่โจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่าตั้งแต่ตึกแถวพิพาททรุดครั้งแรกจนถึงปัจจุบันโจทก์และภริยาไม่เคยเข้าไปอยู่อาศัยในตึกแถวดังกล่าว จึงแสดงให้เห็นว่าโจทก์ยังไม่ได้รับมอบการครอบครองตึกแถวพิพาทแต่อย่างใด

ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 นำเสาเข็มและอิฐมอญจำนวนมากไปวางที่พื้นดินใต้กันสาดตึกแถวพิพาท จึงเป็นเพียงการใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินและตึกแถวพิพาทได้รับความเสียหายอันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ซึ่งต้องว่ากล่าวกันทางแพ่งกรณียังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาจะรบกวนกรรมสิทธิ์โดยเข้าไปถือการครอบครองที่ดินและตึกแถวพิพาทของโจทก์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือกระทำการรบกวนการครอบครองที่ดินและตึกแถวพิพาทของโจทก์โดยปกติสุข การกระทำของจำเลยที่ 1จึงยังไม่เป็นความผิดตามฟ้องโจทก์ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้นไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 1 และฎีกาของโจทก์อีกต่อไปพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้