Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4634/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทราบมาก่อนซื้อที่ดินพร้อมบ้านแล้วว่าจำเลยจะก่อสร้างปรับปรุงยกระดับถนน โจทก์จึงคาดหมายได้ว่าการยกระดับถนนอาจทำให้ที่ดินและบ้านที่โจทก์กำลังจะซื้อนั้น ถูกถนนพิพาทบังทางลมและแสงสว่าง เท่ากับโจทก์ยอมรับสถานการณ์ดังกล่าวก่อนซื้อที่ดินและบ้านไว้แล้ว และเมื่อเปรียบเทียบประโยชน์ที่ประชาชนทั่วไปจำนวนมากที่จะได้รับความสะดวกปลอดภัยและความเจริญของท้องถิ่นจากการยกระดับถนนพิพาทในระดับที่สร้างกับการที่โจทก์ต้องขาดความสะดวกสบายไปบ้างแล้ว ความเดือดร้อนของโจทก์ไม่เกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมาย โจทก์จำต้องยอมรับเอาดังเช่นบุคคลอื่นที่อยู่ร่วมกับโจทก์ในสังคมยอมรับ ควรก่อสร้างปรับปรุงยกระดับถนนพิพาทการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับนายณรงค์ ภาณุสุวัฒน์ เป็นเจ้าของที่ดินตามโฉนดเลขที่ 54265 ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดงจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมบ้านไม้สองชั้นเลขที่ 427 หมู่ที่ 19บนที่ดินจำเลยที่ 1 ก่อสร้างทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3109 ทางผ่านแนวเขตที่ดินของโจทก์ด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ ถ้าสร้างถนนเสร็จตามโครงการแล้วจะบังทางลมและแสงสว่างที่จะเข้าบ้านโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย จึงขอให้จำเลยทั้งสามงดการก่อสร้างถนนทางหลวงสายดังกล่าวด้วยจำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 ได้มอบหมายให้จำเลยที่ 2ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ 3 ก่อสร้างขยายปรับปรุงทางหลวงจังหวัดหมายเลข 109 (สายคลองเตย-จระเข้น้อย) ตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ และก่อสร้างตามแบบแปลนที่ได้สำรวจออกแบบตามความจำเป็นของสภาพถนนที่ต้องยกระดับสูงขึ้นเพื่อให้ได้ระดับกับถนนเดิมอันเป็นสะพานข้ามคลอง เพื่อป้องกันน้ำท่วมและเพื่อความสะดวกปลอดภัยในการจราจรของประชาชน

จำเลยทั้งสามไม่ได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือมีเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์เดือดร้อนเสียหาย และโจทก์ก็ไม่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ตามปกติและเหตุอันควร ทั้งโจทก์ทราบว่าจะมีการก่อสร้างถนนทางหลวงนี้มาก่อนรับโอนบ้านแล้ว โจทก์ย่อมต้องยอมรับสภาพที่เกิดขึ้นขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามทำละเมิดโดยทำให้เกิดความเสียหายหรือเดือดร้อนแก่โจทก์เกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติหรือเหตุอันควรหรือไม่โจทก์มีตัวโจทก์และนายณรงค์ ภาณุสุวัฒน์ เบิกความสรุปได้ว่าการก่อสร้างปรับปรุงถนนพิพาททำให้โจทก์ไม่สามารถเข้าออกบ้านโจทก์ทางทิศตะวันออกได้และบังทางลมกับแสงสว่าง

ทั้งค้าขายได้ไม่เป็นปกติก่อนสร้างถนนพิพาทโจทก์ขายสินค้าได้เดือนละ 70,000 บาทขึ้นไปปัจจุบันขายได้ไม่เกิน 63,000 บาท โจทก์ซื้อที่ดินพร้อมบ้านในราคา500,000 บาท และเสียค่าตกแต่งอีก 100,000 บาทเศษ ขณะนี้โจทก์จะขายที่ดินพร้อมบ้านในราคา 1,200,000 บาท ส่วนฝ่ายจำเลยมีนายวันชัย ภาคลักษณ์ วิศวกรโยธา 6 กองสำรวจและออกแบบของจำเลยที่ 1 ผู้ออกแบบก่อสร้างถนนพิพาท และนายฟูศักดิ์ เลาหสวัสดิ์นายช่างโยธา 6 กองก่อสร้างทางหลวงจังหวัดของจำเลยที่ 1 ผู้ควบคุมการก่อสร้างถนนพิพาทเบิกความสรุปได้ว่า เดิมถนนพิพาทมีระดับต่ำบางช่วงเสียหายมาก ไม่เหมาะสำหรับใช้สัญจรไปมา บางช่วงน้ำท่วมจึงจำเป็นต้องยกระดับถนนให้สูงขึ้น บางช่วงเขตทางแคบเพียง 12 เมตรจึงต้องทำกำแพงกันดินโดยเฉพาะหน้าบ้านโจทก์อยู่ในบริเวณคอสะพานข้ามคลองสำโรงซึ่งเป็นสะพานเก่า

การสร้างสะพานข้ามคลองสำโรงเป็นส่วนหนึ่งของถนนพิพาทจึงจำเป็นต้องสร้างถนนเชื่อมให้ได้ระดับที่รับกัน และเพื่อความมั่นคงแข็งแรงและป้องกันความเดือดร้อนของชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ข้างถนนจึงต้องสร้างตัวพยุงดินหรือแบริ่งยูนิตพร้อมทั้งก่อกำแพงกันดินจากคอสะพานทั้งสองด้านออกไปเป็นระยะทางประมาณ 70 เมตร เหตุที่ต้องยกระดับถนนพิพาทในระดับที่สร้างเพราะกรมชลประทานไม่ให้ลดระดับของสะพานข้ามคลองสำโรง หากจะปรับปรุงถนนพิพาทให้สูงจากพื้นดินเดิม 80 เซนติเมตร จะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่รถที่วิ่งข้ามไปมาบนสะพานและทำให้รถต้องวิ่งช้าทำให้การจราจรติดขัดซึ่งสภาพของถนนเดิมเกิดอุปสรรคดังกล่าวอยู่แล้ว หลังจากสร้างถนนพิพาทแล้วบ้านโจทก์ได้รับประโยชน์จากการทำท่อประปา

เนื่องจากเดิมบ้านโจทก์ต้องใช้น้ำบาดาล และน้ำไม่ท่วมถนนฝุ่นไม่มี ทั้งราคาที่ดินน่าจะสูงขึ้น กันสาดชั้นล่างของบ้านโจทก์ล้ำเข้ามาในเขตถนนพิพาท ซึ่งถ้าตัดกันสาดนี้ออกลมและแสงแดดก็จะเข้าสู่บ้านโจทก์ได้ดีขึ้น โจทก์สามารถนำรถยนต์เข้าออกบ้านโจทก์ได้ทางด้านทิศใต้ และฝ่ายจำเลยมีนายทองปอนด์ พรรณสังข์ หัวหน้าฝ่ายผลประโยชน์กองจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา กรมชลประทาน เบิกความสนับสนุนว่า เมื่อ พ.ศ. 2521 คณะรัฐมนตรีมีมติเกี่ยวกับการสร้างสะพานข้ามทางน้ำชลประทานคือคลองสำโรงซึ่งเป็นทางน้ำประเภทสอง คือทางน้ำที่เรือแพใช้สัญจรไปมาและมีการชลประทานทางน้ำรวมอยู่ด้วยการสร้างสะพานข้ามคลองประเภทสองต้องสูงกว่าระดับน้ำสูงสุดในบริเวณนั้นโดยนับจากคานสะพานถึงระดับน้ำสูงสุดไม่น้อยกว่า 3 เมตร80 เซนติเมตร

คลองสำโรงใช้สำหรับเรือสัญจรไปมาและให้เรือขุดผ่านเข้าออกไปขุดลอกคลองและใช้เพื่อโครงการตามพระราชดำริเกี่ยวกับการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร กรมชลประทานไม่ยินยอมให้จำเลยที่ 1รื้อสะพานข้ามคลองสำโรงเห็นว่า ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับขณะเกิดกรณีพิพาทคดีนี้ ข้อ 7 กำหนดให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ขยาย บูรณะ และบำรุงรักษาทางหลวงจังหวัด และข้อ 18 ให้อธิบดีของจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าหน้าที่กำกับ ตรวจตราและควบคุมงานที่เกี่ยวกับทางหลวงจังหวัด จำเลยที่ 1ดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงถนนพิพาททางหลวงจังหวัดหมายเลข 3109โดยอาศัยอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าว เพื่อความสะดวกปลอดภัยในการจราจรของประชาชนทั่วไปและเพื่อป้องกันน้ำท่วมซึ่งเป็นการก่อสร้างความเจริญให้แก่ท้องถิ่น โดยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งผู้ใดประกอบกับไม่สามารถหลีกเลี่ยงการยกระดับถนนให้ต่ำลงกว่าที่สร้างได้

เพราะจะทำให้การจราจรติดขัดและอาจเกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของผู้ที่ต้องใช้ทางหลวงจังหวัดสายนี้จำนวนมากได้ ทั้งโจทก์ทราบมาก่อนซื้อที่ดินพร้อมบ้านแล้วว่าจำเลยที่ 1 จะก่อสร้างปรับปรุงยกระดับถนนพิพาท เมื่อเอาสภาพและตำแหน่งที่ดินพร้อมบ้านที่โจทก์ซื้อดังกล่าวซึ่งอยู่ติดถนนพิพาทมาคำนึงประกอบแล้ว โจทก์จึงคาดหมายได้ว่าการยกระดับถนนพิพาทอาจทำให้ที่ดินและบ้านที่โจทก์กำลังจะซื้อนั้นถูกถนนพิพาทบังทางลมและแสงสว่าง เท่ากับโจทก์ยอมรับสภาพดังกล่าวก่อนซื้อที่ดินและบ้านไว้แล้ว และเมื่อเปรียบเทียบประโยชน์ที่ประชาชนทั่วไปจำนวนมากจะได้รับความสะดวกปลอดภัยและความเจริญของท้องถิ่นจากการยกระดับถนนพิพาทในระดับที่สร้างกับการที่โจทก์ต้องขาดความสะดวกสบายไปบ้างแล้ว

เห็นว่า ความเดือดร้อนของโจทก์ดังกล่าวไม่เกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ และมีเหตุอันสมควร โจทก์จำต้องยอมรับเอาดังเช่นบุคคลอื่นที่อยู่ร่วมกับโจทก์ในสังคมยอมรับ การก่อสร้างปรับปรุงยกระดับถนนพิพาทไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ ดังนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสามตามฟ้องจึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้