Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4622/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป.วิ.พ. มาตรา 150 (เดิม) ประกอบมาตรา 246 บัญญัติให้คู่ความฝ่ายที่ประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ต้องนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางตามที่ศาลกำหนด หากไม่นำมาวาง อุทธรณ์ย่อมไม่ชอบ คดีนี้ศาลชั้นต้นให้เวลาจำเลยที่ 1 นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในส่วนฟ้องแย้งมาวางศาลให้ครบถ้วน โดยจำเลยที่ 1 ขอขยายระยะเวลาการวางเงินหลายครั้งเป็นเวลานานถึง 2 ปีเศษ การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งประกอบธุรกิจที่มีมูลค่าทางธุรกิจสูงดังเช่นทำสัญญากับโจทก์คดีนี้ในวงเงินถึง 160,000,000 บาท ไม่นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในส่วนฟ้องแย้งมาวางศาลให้ครบถ้วน โดยอ้างเหตุขอเลื่อนการนำเงินมาวางหลายครั้งและเป็นเวลานานดังกล่าว ทำให้คดีต้องเนิ่นช้าออกไปและทำให้โจทก์ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐต้องเสียหาย พฤติการณ์ดังกล่าวส่อไปในทางที่เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะประวิงคดี ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ส่วนฟ้องแย้งเฉพาะส่วนเท่าจำนวนทุนทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 วางเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ไว้ เป็นการไม่ชอบ เมื่ออุทธรณ์ในส่วนนี้ไม่ชอบ ถึงแม้ต่อมาในชั้นฎีกาจำเลยที่ 1 ชำระค่าขึ้นศาลในส่วนฟ้องแย้งนี้มาครบถ้วน ก็ไม่ทำให้อุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายกลายเป็นชอบด้วยกฎหมายขึ้นได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในส่วนฟ้องแย้งที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับมา จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 172,870,319.64 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 156,933,333.32 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง และจำเลยที่ 2 ชำระเงิน 43,366,986.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 40,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอบังคับโจทก์ชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 384,400,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 156,933,333.32 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินค่าโฆษณาแต่ละงวดของงวดเดือนกุมภาพันธ์ 2547 ถึงธันวาคม 2547 งวดละ 13,333,333.33 บาท นับแต่วันที่ 30 เมษายน 2547 วันที่ 1 พฤษภาคม 2547 วันที่ 30 มิถุนายน 2547 วันที่ 1 สิงหาคม 2547 วันที่ 30 สิงหาคม 2547 วันที่ 1 ตุลาคม 2547 วันที่ 30 ตุลาคม 2547 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 วันที่ 1 มกราคม 2548 วันที่ 29 มกราคม 2548 และวันที่ 2 มีนาคม 2548 ตามลำดับ และให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 43,336,986.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 40,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2549)

จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่จำเลยที่ 2 ต้องชำระให้โจทก์และร่วมรับผิดค่าทนายความ 10,000 บาท และยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 1 กับค่าฤชาธรรมเนียมสำหรับฟ้องแย้งระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมตามฟ้องเดิมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ตามฟ้องแย้ง คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ตามฟ้องแย้งทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ตามฟ้องแย้งนอกจากนี้ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังว่า จำเลยที่ 1 ซื้อเหมาเวลาโฆษณาในรายการข่าวของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยงานของโจทก์ เป็นช่วงเวลาตลอดปี 2547 ในราคา 160,000,000 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 11,200,000 บาท รวมเป็นเงิน 171,200,000 บาท ตกลงชำระเป็นงวด งวดละเดือน เดือนละ 14,266,666.66 บาท งวดแรกชำระภายใน วันที่ 1 เมษายน 2547 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน การชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 ในวงเงิน 40,000,000 บาท หลังจากทำสัญญาดังกล่าวแล้ว โจทก์ดำเนินการโฆษณาให้แก่จำเลยที่ 1 หมดครบทุกรายการที่จำเลยที่ 1 แจ้ง แต่จำเลยที่ 1 ชำระค่างวดให้โจทก์เพียงงวดแรก งวดเดียว งวดที่เหลือจำเลยที่ 1 ปฏิเสธไม่ชำระ โดยอ้างว่าในช่วงเวลาที่จำเลยที่ 1 ซื้อเหมาเวลาโฆษณาในรายการข่าว

โจทก์ดำเนินการให้มีการโฆษณาแฝง ทั้งในรูปแบบของการโฆษณาในช่วงเวลาโดยตรง การโฆษณาในช่วงรอยต่อของเวลาระหว่างรายการข่าวกับรายการอื่นและการใช้ตัววิ่งในช่วงเวลาของรายการข่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ 1 เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหาย เมื่อถูกโจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้ จำเลยที่ 1 จึงให้การต่อสู้คดีว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาและฟ้องแย้งให้โจทก์ชำระค่าเสียหาย ทั้งในส่วนที่จำเลยที่ 1 เห็นว่า โจทก์ทำให้จำเลยที่ 1 ขายโฆษณาไม่ได้หรือได้ในราคาต่ำกว่าที่ควรและทั้งในส่วนที่โจทก์ให้ข่าวว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญา ทำให้จำเลยที่ 1 เสียชื่อเสียง ขอให้บังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยที่ 1 เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 417,474,416.60 บาท

เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามฟ้องและให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นทั้งในส่วนที่โจทก์ฟ้องและในส่วนที่จำเลยที่ 1 ฟ้องแย้ง โดยยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 แต่จำเลยที่ 1 เสียค่าขึ้นศาลครบถ้วนคือ จำนวน 200,000 บาท เฉพาะตามฟ้องเดิม ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฟ้องแย้ง จำเลยที่ 1 ไม่ได้ชำระค่าขึ้นศาล เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าขึ้นศาลในส่วนนี้ จำเลยที่ 1 ชำระให้บ้างเป็นบางส่วน แต่ไม่ครบถ้วน และขอผัดผ่อนการชำระค่าขึ้นศาลตลอดมาหลายครั้งหลายหน ในที่สุดศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2555 ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ทั้งในส่วนฟ้องเดิมและในส่วนฟ้องแย้ง โดยในส่วนของฟ้องแย้งให้รับเป็นอุทธรณ์เฉพาะส่วนเท่าจำนวนทุนทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 วางเงินค่าขึ้นศาลไว้

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในส่วนที่เป็นฟ้องแย้งว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่เสียค่าขึ้นศาลไม่ครบไม่ชอบด้วยกฎหมายและพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 ใช้เวลาขอขยายระยะเวลาในการวางเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในส่วนของชั้นฟ้องแย้งนี้นานถึง 2 ปี 5 เดือน เป็นการประวิงคดีให้ล่าช้า จึงไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ในส่วนของฟ้องแย้ง จำเลยที่ 1 ฎีกา คดีนี้โดยเสียค่าขึ้นศาลทั้งในส่วนของฟ้องเดิมและในส่วนของฟ้องแย้งในอัตราสูงสุดคือ ส่วนละ 200,000 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ทั้งในส่วนของฟ้องเดิมและในส่วนของฟ้องแย้ง มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ในส่วนฟ้องแย้ง คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบแล้วหรือไม่

เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 150 (เดิม) ประกอบมาตรา 246 คู่ความฝ่ายที่ประสงค์จะยื่นอุทธรณ์จะต้องนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางตามที่ศาลกำหนด หากไม่นำมาวาง อุทธรณ์ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำหรับในคดีนี้ศาลชั้นต้นให้เวลาจำเลยที่ 1 ที่จะนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในส่วนของฟ้องแย้งมาวางศาลให้ครบถ้วน โดยจำเลยที่ 1 ขอขยายระยะเวลาการวางเงินไปหลายครั้งเป็นเวลานานถึง 2 ปีเศษ จำเลยที่ 1 ประกอบการทำธุรกิจที่มีมูลค่าทางธุรกิจสูง ดังเช่น ทำสัญญากับโจทก์ในคดีนี้ในวงเงินถึง 160,000,000 บาท เช่นนี้ การที่จำเลยที่ 1 ไม่นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในส่วนของฟ้องแย้งมาวางศาลให้ครบถ้วน โดยอ้างเหตุขอเลื่อนการนำเงินมาชำระหลายครั้ง และเป็นเวลานานดังกล่าว

ทำให้คดีต้องเนิ่นช้าออกไปและทำให้โจทก์ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐต้องเสียหาย พฤติการณ์ดังกล่าวส่อไปในทางที่เห็นได้ว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะประวิงคดี จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผลร้ายจากการกระทำของตน ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ส่วนของฟ้องแย้งเฉพาะส่วนเท่าจำนวนทุนทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 วางเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ไว้เป็นการไม่ชอบและการที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่ควรมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วนอีก โดยให้ถือว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย เมื่ออุทธรณ์ในส่วนนี้ไม่ชอบ ถึงแม้ต่อมาในชั้นฎีกาจำเลยที่ 1 จะชำระค่าขึ้นศาลในส่วนของฟ้องแย้งนี้มาครบถ้วน ก็ไม่ทำให้อุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายกลายเป็นชอบด้วยกฎหมายขึ้นได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ในส่วนของฟ้องแย้งที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับมา จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนฟ้องแย้งทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของฟ้องเดิมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศาล อัยยะวรากูล · ประยูร ณ ระนอง · ภาติยะ ดวงมณี
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายองอาจ งามมีศรี
ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ ลีนะเปสนันท์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2026/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ801/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ6921/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4300/2567

การกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 จำเลยทั้งสองเป็นคู่ความร่วมใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2554

โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่กำหนดให้จำเลยรับผิดชำระค่าทดแทน 300,000 บาท แต่มาฎีกาโต้แย้งเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้อง การคำนวณทุนทรัพย์เพื่อเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาจึงต้องคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4889/2549

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 1,042,857.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ต้องชำระดอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1047/2546

เมื่อศาลชั้นต้นเห็นสมควรที่จะหยิบยกประเด็นข้อพิพาทข้อหนึ่งข้อใดขึ้นวินิจฉัยก่อน ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจกระทำเช่นนั้นได้ และได้วินิจฉัยประเด็นข้อใดแล้วมีผลให้คดีเสร็จไปแล้วก็ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้