Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 462/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีข้อหา ลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ส่งตัวจำเลย ไปฝึกอบรมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดเวลา 3 ปี จึงต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิเมื่อคดี ต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง จำเลยจึงไม่อาจยื่นฎีกาข้อเท็จจริงได้ ไม่รับเป็นฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย เพราะเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ จำเลยฎีกาได้ตามนัยของคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 462/2521 และฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 37)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำเลยอายุ 12 ปีเศษ พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งการกระทำผิด แล้ว เห็นสมควรให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมยังสถานพินิจ และคุ้มครองเด็กจังหวัดนครสวรรค์มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 36)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 37)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยเป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่า อุทธรณ์ของจำเลยไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 217 ถึง 221 จึงฎีกา ได้ตามมาตรา 216 ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาให้ศาลชั้นต้น ดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 195/2535พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทองโจทก์เด็กหญิงประไพสิน คล้ายพงษ์หรือแซ่ลิ้มจำเลยเด็กหญิงประไพสิน คล้ายพงษ์หรือแซ่ลิ้ม จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 216, ม. 217ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีข้อหา ลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ส่งตัวจำเลย ไปฝึกอบรมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดเวลา 3 ปี จึงต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิเมื่อคดี ต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง จำเลยจึงไม่อาจยื่นฎีกาข้อเท็จจริงได้ ไม่รับเป็นฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย เพราะเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ

จำเลยฎีกาได้ตามนัยของคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 462/2521 และฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 37)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำเลยอายุ 12 ปีเศษ พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งการกระทำผิด แล้ว เห็นสมควรให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมยังสถานพินิจ และคุ้มครองเด็กจังหวัดนครสวรรค์มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 36)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 37)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาของจำเลยเป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่า อุทธรณ์ของจำเลยไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 217 ถึง 221 จึงฎีกา ได้ตามมาตรา 216 ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาให้ศาลชั้นต้น ดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · มงคล สระฏัน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้