Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 462/2493

พ.ศ. 2493 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยทำสัญญาขายแร่ในนามของตนเอง ในสัญญามิได้ระบุว่าทำแทนใคร แม้จะมีตัวการตัวการก็ไม่เคยแสดงต่อผู้ซื้อมาก่อนว่าจำเลยทำแทน ดังนี้จำเลยต้องรับผิดตามสัญญา ตัวการหาอาจทำให้เสื่อมสิทธิของผู้ซื้อที่มีต่อจำเลย ฐานจำเลยผิดสัญญาได้ไม่ เมื่อข้อความในสัญญามิได้ระบุว่า จำเลยทำแทนผู้ใด ที่จำเลยนำสืบว่าทำในฐานะตัวแทน จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 ข้อสัญญาที่ว่า ค่าส่งจากสถานีถึงโกดังผู้ซื้อ ผู้ขายต้องเสียเองนั้นหมายถึงว่า ผู้ขายต้องส่งมอบถึงโกดังผู้ซื้อ ไม่หมายเลยไปถึงว่า ผู้ขายจะต้องไปเอาแร่จากที่ใดที่หนึ่งมาส่ง ผู้ขายจึงอ้างเหตุสุดวิสัยว่าไม่สามารถขนส่งแร่จากที่หนึ่งมาแก้ตัวไม่ได้ การซื้อขายแร่แม้ผู้ซื้อขายไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติความผิดอยู่ที่ไม่ขออนุญาตกฎหมายมิได้ห้ามการซื้อขายแร่ทั้งสัญญาได้ทำในจังหวัดที่ยังมิได้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ฯ 2474 สัญญานั้นไม่เป็นโมฆะ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาขายแร่ดีบุกให้โจทก์ 40 ตันภายในเวลา 2 เดือนราคากิโลกรัมละ 4 บาท 80 สตางค์ จำเลยส่งให้แล้ว 20 ตันอีก 20 ตันหาได้ส่งไม่ ขอให้จำเลยส่งแร่อีก 20 ตัน ส่งไม่ได้ให้ใช้ค่าเสียหาย 93,200 บาท จำเลยปฏิเสธความรับผิดต่อสู้ว่าไม่ได้ทำสัญญาในฐานะส่วนตัว แต่ทำในฐานะตัวแทนนายสว่างโจทก์ทราบดีว่าแร่รายนี้มาจากตะกั่วป่าต้องบรรทุกเรือที่ภูเก็ตสัญญาซื้อขายเป็นโมฆะและอื่น ๆ นายสว่างร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม สัญญามีข้อความว่า "พระนคร ที่ 1 พฤษภาคม 1944 (พ.ศ. 2487)แจ้งความมายังบริษัทดิทแฮล์ม จำกัด พระนคร ข้าพเจ้า ขอยืนยันว่าได้ขายสิ่งของที่กล่าวไว้ข้างล่างนี้ให้แก่ท่านรายการ แร่ดีบุกจำนวนและราคา 40 ตัน

จะส่งได้ภายใน 2 เดือน นับแต่วันนี้ราคากิโลละ 4.80 บาท (รวมทั้งค่าภาคหลวง)ความบริสุทธิ์ 99.5 เปอร์เซ็น ผู้ขายจะต้องส่งใบรับรองความบริสุทธิ์ของกรมวิทยาศาสตร์ให้ค่าส่ง จากสถานีถึงโกดังของผู้ซื้อ ผู้ขายต้องเสียเองโดยความนับถือ(ลงลายมือชื่อ) ไล่อัน สิริสิงห์ผู้ซื้อได้สนองรับแล้วฯลฯได้ความว่าเมื่อจำเลยส่งแร่ดีบุกให้โจทก์ 2 คราว ๆ ละ 10 ตันแล้ว จำเลยบอกโจทก์ว่าส่งให้ไม่ได้ เพราะเรือบันทุกถูกยิงจม ให้โจทก์ไปรับที่ภูเก็ต โจทก์ไม่ไปรับ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่จำเลยไม่สามารถส่งให้โจทก์ตามสัญญาเนื่องจากเหตุสุดวิสัยตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219 ให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามสัญญาจำเลยขายแร่ในนามของตนเอง ไม่แสดงว่าขายในนามของนายสว่าง และตามสัญญาจำเลยจะเอาแร่ที่ไหนมาส่งโจทก์ก็ได้จำเลยจะอ้างเหตุสุดวิสัยไม่ได้ สัญญาไม่เป็นโมฆะพิพากษาแก้ให้จำเลยส่งดีบุก20 ตัน เนื้อบริสุทธิ์ 99.5 เปอร์เซ็นถึงโกดังโจทก์ในกรุงเทพฯ ส่งไม่ได้ให้ใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ขาดกำไร 76,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยนายไล่อันและนายสว่างจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า การซื้อขายแร่รายนี้คู่สัญญามุ่งหมายถึงคุณภาพหรือความบริสุทธิ์ของแร่เป็นใหญ่ ข้อสัญญาที่ว่าค่าส่งจากสถานีถึงโกดังผู้ซื้อ

ผู้ขายต้องเสียเองนั้น หมายถึงผู้ขายต้องส่งมอบแร่ถึงโกดังผู้ซื้อ หรือนัยหนึ่งค่าขนส่งผู้ซื้อไม่ต้องเสียเท่านั้น จะแปลเลยไปถึงว่าผู้ขายต้องเอาแร่มาจากตะกั่วป่าหรือปักษ์ใต้มาส่งให้แก่ผู้ซื้อหาได้ไม่ จำเลยจึงอ้างเหตุสุดวิสัยตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219 ไม่ได้และที่จำเลยนำสืบว่าทำเพียงในฐานะตัวแทนเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในสัญญาต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 แม้จำเลยจะเป็นตัวแทนจริงดังคำผู้ร้องสอด ๆ ก็ยอมให้จำเลยทำการออกหน้าเป็นตัวการเพราะในสัญญาไม่ระบุว่าทำแทนใครและนายสว่างไม่เคยแสดงต่อโจทก์มาก่อน จึงหาทำให้เสื่อมสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 806 กฎหมายมิได้ห้ามการซื้อขายแร่ ความผิดอยู่ที่การไม่ขออนุญาตทั้ง พระราชบัญญัติเหมืองแร่แก้ไขเพิ่มเติม 2474 ยังไม่ได้ประกาศใช้ในจังหวัดพระนครอันเป็นที่ ๆ ทำสัญญากัน สัญญาไม่เป็นโมฆะ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งศาลแพ่งยกฟ้องในเรื่องสุดวิสัยข้อเดียว ศาลอุทธรณ์ย่อมวินิจฉัยในข้อผิดสัญญาและค่าเสียหายได้ เมื่อเห็นว่าจำเลยอ้างเหตุสุดวิสัยมาต่อสู้ไม่ได้ โดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลแพ่งวินิจฉัย เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวัติ ปัตตพงศ์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทปัญญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้