Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4615/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินประจำตำแหน่งเป็นเงินที่ทางราชการจ่ายให้แก่ข้าราชการขณะดำรงตำแหน่งตามที่ระบุ ส่วนเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งข้าราชการ เป็นเงินที่ทางราชการจ่ายให้แก่ข้าราชการผู้มีสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่งได้รับในลักษณะคงที่แน่นอนเช่นเดียวกับเงินเดือนและเป็นรายเดือน จึงเป็นรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนของข้าราชการ ชึ่งไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 286 (2) โจทก์ย่อมขอบังคับคดีไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,142,988.20 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,118,534.24 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่จำเลยทั้งสองชำระหนี้ไม่ครบถ้วนตามคำพิพากษา โจทก์ขอออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้องเงินปันผล เงินเฉลี่ยคืนและเงินค่าหุ้นเมื่อพ้นสมาชิกภาพที่จำเลยทั้งสองมีสิทธิได้รับจากสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการสำนักงานอัยการสูงสุด จำกัด กับอายัดเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการและเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง อย่างละร้อยละ 30 ที่จำเลยทั้งสองมีสิทธิได้รับจากสำนักงานอัยการสูงสุด

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 18, 23 และ 29 ธันวาคม 2552 กับแก้ไขคำร้องว่า จำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ครบแล้ว ทั้งยังชำระหนี้เกินกว่าที่เป็นหนี้ด้วย ส่วนเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการและเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง เป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือนทั้งยังเป็นรายได้อื่นลักษณะเดียวกันของข้าราชการ จึงไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีและนับแต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจนถึงวันที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี แล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิบังคับคดีอีกต่อไป ขอให้งดบังคับคดี ให้เพิกถอนการอายัดเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการและเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งของจำเลยทั้งสองและการอายัดทรัพย์สินอื่น

ๆ ของจำเลยทั้งสอง ให้โจทก์คืนเงิน 143,200 บาท และ 2,476 บาท กับเงินปันผล 362,051.50 บาท ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคืนเงินปันผลปี 2553 ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการสำนักงานอัยการสูงสุด จำกัด ส่งให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี 90,444.75 บาท พร้อมกับเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการและเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งแก่จำเลยทั้งสอง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยทั้งสองยังชำระหนี้แก่โจทก์ไม่ครบถ้วน โจทก์ยื่นคำขออายัดเงินจำเลยทั้งสองต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีภายในระยะเวลาบังคับคดี 10 ปี โจทก์มีสิทธิบังคับคดีได้ต่อไป เงินประจำตำแหน่งกับเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งมิใช่เงินเดือนและมิใช่ส่วนหนึ่งของเงินเดือน ไม่ต้องห้ามบังคับคดี ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดเงินประจำตำแหน่งและเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการของจำเลยทั้งสอง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อโจทก์ยอมรับว่า หนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้คงค้างอยู่ประมาณ 1,300,000 บาท และจำเลยทั้งสองเบิกความยืนยันว่า เงิน 1,000,000 บาท ที่จำเลยที่ 2 กู้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการสำนักงานอัยการสูงสุด จำกัด นั้น จำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษาในคดีนี้ ส่วนข้อต่อสู้ของโจทก์ที่ว่า เงินกู้เป็นการชำระหนี้ตามเช็คอื่นที่โจทก์ไม่ได้ฟ้องและชำระค่าเบี้ยประกันภัยตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 7159/2543 ของศาลชั้นต้นนั้น ก็ขัดแย้งกับคำคัดค้านของโจทก์ที่คัดค้านเพียงว่า ไม่ได้รับเงินกู้ จึงไม่น่าเชื่อถือ เมื่อรวมกับเงิน 515,460.18 บาท และเงินปันผลที่สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการ สำนักงานอัยการสูงสุด

จำกัด ส่งให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี 90,444.75 บาท หักชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว จำเลยทั้งสองยังค้างชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์อีกบางส่วน โจทก์ยังมีสิทธิบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองได้ต่อไปเท่าที่จำเลยทั้งสองยังคงค้างชำระหนี้อยู่ แต่เงินประจำตำแหน่งของข้าราชการอัยการ เทียบได้กับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือน จึงถือเป็นค่าตอบแทนที่ข้าราชการอัยการจะได้รับเป็นรายเดือน อันเป็นรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนค่าจ้างของข้าราชการ จึงไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 (2) ส่วนเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งของข้าราชการอัยการนั้น

เงินดังกล่าวออกตามระเบียบกระทรวงการคลังซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้เฉพาะแก่บุคคลผู้มีสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่งได้ค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง ถือได้ว่าเป็นเงินตอบแทนพิเศษในลักษณะที่แตกต่างจากเงินเดือน แต่มีลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนของข้าราชการ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 (2) จึงไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีเช่นกัน พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า เงิน 1,000,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นการชำระหนี้ในคดีนี้ความจริงเป็นการชำระหนี้ในคดีนี้เพียง 600,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 400,000 บาท เป็นการชำระหนี้ในคดีอื่น จำเลยทั้งสองจึงยังค้างชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้มากกว่าที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย นั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงไว้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้อีก ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ส่วนฎีกาของโจทก์ที่ขอให้อายัดเงินประจำตำแหน่งและเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการของจำเลยทั้งสองต่อไปนั้น แม้โจทก์มิได้ฎีกาโต้แย้งว่า

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ถูกต้องอย่างไร แต่ปัญหาว่าเงินทั้งสองจำนวนอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีหรือไม่นั้น เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246, 247 (เดิม) และเห็นว่า เงินประจำตำแหน่งนั้นเป็นเงินที่ทางราชการจ่ายให้แก่ข้าราชการขณะดำรงตำแหน่งตามที่ระบุไว้นั้น ส่วนเงินค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการของจำเลยทั้งสอง เป็นเงินที่ทางราชการจ่ายให้แก่ข้าราชการผู้มีสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่งโดยให้ได้รับค่าตอบแทนแบบเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่งกับได้รับในลักษณะคงที่แน่นอนเช่นเดียวกับเงินเดือนและเป็นรายเดือน จึงเป็นรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนของข้าราชการ ซึ่งไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 (2) โจทก์ย่อมขอบังคับคดีไม่ได้ คำสั่งและคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วันทนี กีรติพิบูล · สมชาติ ธัญญาวินิชกุล · ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นางสาวปิตาภรณ์ ศุขอารีย์
ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์ กลั่นวารินทร์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.3419/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ10570/2541
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ18518/2542
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้