Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4611/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้การที่จำเลยที่ 1 ซื้อของกลางไว้ จะเป็นการกระทำในฐานะเป็นผู้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ซึ่งเป็นนิติบุคคล แต่ความผิดฐานรับของโจรมิใช่เป็นความผิดเฉพาะตัวนิติบุคคล จำเลยที่รับของโจรมิใช่เป็นเป็นความผิดเฉพาะตัวนิติบุคคลจำเลยที่ 1 จึงมีความผิดเป็นส่วนตัวด้วย ความผิดฐานรับของโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357มิใช่เป็นความผิดเฉพาะกรณีรับทรัพย์ไว้จากคนร้ายซึ่งลักทรัพย์หรือกระทำความผิดฐานใดฐานหนึ่งตามมาตรา 357วรรคแรกโดยตรงเท่านั้น การรับทรัพย์ไว้จากผู้กระทำความผิดฐานรับของโจทก์ หากรับไว้โดยรู้อยู่ว่าทรัพย์ที่ถูกลักมาก็เป็นความผิดฐานรับของโจร

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357, 83,71 คืนของกลางแก่เจ้าของและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงินจำนวน 412,200 บาทแก่เจ้าทรัพย์จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 2 ปี ข้อหาความผิดฐานลักทรัพย์ให้ยก และยกฟ้องจำเลยที่ 2 คืนของกลางแก่เจ้าของคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสียจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานรับของโจรแต่ที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษโดยไม่ระบุวรรคไม่ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ร่วมประกอบกิจการค้าเครื่องจักรและอุปกรณ์เกี่ยวกับโรงเลื่อยโดยสั่งจากบริษัทอาร์มสตรองแมนนูแฟคเจอริ่ง จำกัดประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามาจำหน่าย เมื่อระหว่างวันที่1 พฤษภาคม 2527 ถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2527 เวลากลางวันวันใดไม่ปรากฎชัด มีคนร้ายบังคับอาจลักเอาสินค้าเครื่องบีบฟันเลื่อนยี่ห้ออาร์มสตรองขนาด 4 ตัวหน้าจำนวน 6 ตัว ตัวหลังจำนวน8 ตัว ขนาด 3 หุน ตัวหน้าจำนวน 1 ตัว และยี่ห้อโอมิคส์ ขนาด3 หุนตัวหน้าและตัวหลังอย่างละ 1 ตัว ของโจทก์ร่วม ซึ่งเก็บไว้ในห้องเก็บสินค้าไป ต่อมาคนร้ายได้นำเครื่องบีบฟันเลื่อนดังกล่าวจำนวน5 ชุด (1 ชุด เท่ากับตัวหน้า 1 ตัว และตัวหลัง 1 ตัว) ไปขายให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด

อลายด์แวร์ส ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ครั้นวันที่ 25 กรกฎาคม 2527 เจ้าพนักงานยึดทรัพย์ดังกล่าวของโจทก์ร่วมได้จากห้างหุ้นส่วนจำกัดอลายด์แวร์สเป็นของกลางมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1เป็นผู้ซื้อของกลางไว้จากคนร้ายด้วยตนเองหรือไม่ และจำเลยที่ 1ทราบหรือไม่ว่าของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดอันเข้าลักษณะลักทรัพย์พฤติการณ์เหล่านี้บ่งว่า จำเลยที่ 1รู้อยู่แล้วว่าของกลางที่ซื้อไว้เป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดฐานรับของโจรที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ซื้อของกลางในฐานะที่จำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด

อลายด์แวร์สไม่ใช่เป็นการกระทำในฐานะส่วนตัว เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัด อลายด์แวร์ส เป็นจำเลยด้วย ศาลย่อมลงโทษจำเลยที่ 1ไม่ได้นั้น เห็นว่า แม้การที่จำเลยที่ 1 ซื้อของกลางไว้จะเป็นการกระทำในฐานะเป็นผู้แทนห้างหุ้นส่วนจำกัด อลายด์แวร์ส ซึ่งเป็นนิติบุคคลก็ตาม แต่การกระทำนั้นก็เป็นความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก แล้วซึ่งความผิดที่กล่าวนี้มิใช่เป็นความผิดเฉพาะตัวนิติบุคคลตามที่กฎหมายระบุไว้จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดเป็นส่วนตัวด้วย ฉะนั้น แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัด อลายด์แวร์ส เป็นจำเลยด้วย ศาลก็ชอบที่จะลงโทษจำเลยที่ 1 ได้ ฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า

การกระทำซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 นั้น ต้องเป็นกรณีรับทรัพย์ไว้จากคนร้ายที่ได้กระทำความผิดฐานใดฐานหนึ่งตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 357 วรรคแรก โดยตรง แต่คดีนี้จำเลยที่ 1 รับทรัพย์ของกลางไว้จากนายพิพัฒน์ แซ่จึง ซึ่งเป็นคนร้ายที่กระทำความผิดฐานรับของโจรไม่ใช่คนร้ายที่กระทำความผิดฐานใดฐานหนึ่งตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 357 วรรคแรก การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดฐานรับของโจรนั้น เห็นว่า การกระทำซึ่งเป็นความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 นั้น มิใช่เป็นความผิดเฉพาะกรณีที่รับทรัพย์ไว้จากคนร้ายซึ่งลักทรัพย์ หรือกระทำความผิดฐานใดฐานหนึ่งตามมาตรา 357 วรรคแรก โดยตรงเท่านั้น

กรณีที่รับทรัพย์ไว้จากคนร้ายที่ได้กระทำความผิดฐานรับของโจร หากรับไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมา ก็เป็นความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 เช่นกัน ข้อเท็จจริงคดีนี้ฟังได้ว่าขณะซื้อทรัพย์ของกลาง จำเลยที่ 1 รู้อยู่แล้วว่าทรัพย์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมา การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงครบองค์ประกอบความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรกแล้ว ฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนข้อที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้รอการลงโทษ หรือรอการกำหนดโทษนั้นเห็นว่า ขณะนี้จำเลยที่ 1 ประกอบอาชีพเป็นหลักฐาน โดยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด อลายด์แวร์ส มีครอบครัวแล้วโดยมีภริยา และมีบุตรเป็นผู้เยาว์ซึ่งจะต้องอุปการะเลี้ยงดู 3 คนอายุ 8 ปี 6 ปี และ 4 ปี ตามลำดับ

ปรากฎตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารอันดับที่ 93 แผ่นที่ 3 ในสำนวน จำเลยที่ 1 ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน แต่ที่ได้กระทำความผิดในครั้งนี้ก็เนื่องจากได้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าประเภทเดียวกับทรัพย์ของกลางในคดีนี้อยู่เป็นปกติ ทำให้เกิดช่องโอกาสกระทำความผิดกรณีมีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกไว้ คงปรับสถานเดียวและใช้วิธีการคุมประพฤติเพื่อให้โอกาสจำเลยที่ 1กลับตัวเป็นพลเมืองดี"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคแรก ลงโทษจำคุก 2 ปี และปรับ 10,000 บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 4 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้คุมความประพฤติจำเลยที่ 1โดยให้จำเลยที่ 1 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้งตลอดระยะเวลา 2 ปีแรกที่รอการลงโทษ เพื่อให้พนักงานคุมประพฤติสอบถาม แนะนำ ช่วยเหลือ หรือตักเตือน ตามที่เห็นควรในเรื่องความประพฤติและการประกอบอาชีพ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิน อักขรายุธ · เธียร ยุงทอง · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 113/2566

จำเลยให้ ม. กู้ยืมเงิน 80,000 บาท โดย ม. ส่งรถแทรกเตอร์ของโจทก์ร่วมให้แก่จำเลยยึดไว้เป็นประกันการชำระหนี้ อันเป็นการรับจำนำ และเมื่อ ม. เคยนำรถยนต์กระบะไปจำนำเป็นประกันการชำระหนี้ที่ ม. กู้ยืมเงินจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1599/2563

แม้จำเลยจะส่งมอบนาฬิกาของกลางที่ประเทศกัมพูชา แต่จำเลยแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคาร ก. ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ให้ ว. โอนเงินค่านาฬิกาเข้าบัญชีดังกล่าว ถือว่าจำเลยในฐานะตัวการได้กระทำผิดในราชอาณาจั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2373/2562

จำเลยที่ 2 ในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 993/2558 ของศาลชั้นต้น และเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 821/2560 ของศาลชั้นต้น ซึ่งในคดีอาญาหมายเลขแดงที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8491/2561

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร เป็นการฟ้องให้ศาลเลือกลงโทษจำเลยในข้อหาใดข้อหาหนึ่งตามที่พิจารณาได้ความ ศาลไม่อาจลงโทษจำเลยพร้อมกันทั้งสองข้อหาได้ เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ปรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2561

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่งเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในฟ้อง" แม้โจทก์จะนำสืบข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 336 ทวิ และจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้