คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้ตามสัญญาทรัสต์รีซีทจำเลยที่ 1, ที่ 3 ให้การว่า เป็นตัวแทนผู้อื่น โจทก์ไม่ได้มอบเอกสารให้จำเลยที่ 1 ไปรับสินค้า สัญญาทรัสต์รีซีทไม่มีมูลหนี้จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การก่อนวันสืบพยานโจทก์
โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเป็นไม่ขอบังคับตามสัญญาทรัสต์รีซีท แต่ขอให้บังคับจำเลยที่ 1ตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตศาลชั้นต้นยกคำร้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การแก้ไขคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 จะต้องเป็นแก้ไขในกรณีต่อไปนี้(1) เพิ่มหรือลดจำนวนทุนทรัพย์ หรือราคาทรัพย์สินที่พิพาทในฟ้องเดิม หรือ(2) สละข้อหาในฟ้องเดิมเสียบางข้อ หรือเพิ่มเติมฟ้องเดิมให้บริบูรณ์โดยวิธีเสนอคำฟ้องเพิ่มเติม ฯลฯตามคำฟ้องเดิมของโจทก์ โจทก์ตั้งข้อหาตามสัญญาทรัสต์รีซีทถึงแม้โจทก์บรรยายไว้ในคำฟ้องเดิมว่า จำเลยที่ 1 ขอให้โจทก์เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อชำระราคาสินค้าที่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อจากต่างประเทศโจทก์ตกลงเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตให้จำเลยที่ 1 โดยมีจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันและต่อมาโจทก์ได้ชำระราคาสินค้าแทนจำเลยที่ 1 แล้วก็เป็นแต่เพียงการบรรยายถึงมูลเหตุแห่งการทำสัญญาทรัสต์รีซีทที่โจทก์ฟ้องเท่านั้น
มิใช่ข้อหาอีกข้อหาหนึ่งซึ่งโจทก์ขอให้บังคับแต่อย่างใด ตามคำร้องขอแก้คำฟ้องของโจทก์ที่ขอสละข้อหาตามสัญญาทรัสต์รีซีทเสียทั้งสิ้น แล้วยกข้อหาตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตขึ้นมาขอให้บังคับจำเลยเป็นการตั้งข้อหาใหม่เปลี่ยนแปลงข้อหาในคำฟ้องเดิม มิใช่เป็นการสละข้อหาบางข้อดังที่โจทก์ฎีกา การแก้ไขคำฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบที่จะกระทำได้ตามนัยแห่งบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลล่างไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องจึงชอบแล้ว"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน