Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกาศขายไม้ซุงโดยวิธีประมูลปิดซองมีเงื่อนไขในการประมูลว่าผู้ยื่นประมูลจะต้องวางเงินมัดจำซองแพละ 10,000 บาท หากผู้ใดประมูลได้ผู้นั้นจะต้องชำระค่าไม้ซุง 15% ของแต่ละแพที่ประมูลได้ภายใน 15 วัน นับแต่ วันประกาศแจ้งผู้ประมูลได้หากพ้นกำหนดนี้โจทก์จะริบเงินมัดจำซอง ที่วางไว้ ต่อมาคณะกรรมการของโจทก์ปิดประกาศแจ้งให้จำเลยทราบว่า จำเลยเป็นผู้ประมูลไม้ได้จำนวน 5 แพ แล้วโจทก์นำเช็ค ของจำเลยจำนวนเงิน 50,000 บาท ซึ่งจำเลยวางเงินมัดจำประจำซองไว้ ไปขึ้นเงินที่ธนาคาร แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะเงินจำเลยไม่มีในบัญชี และครั้นเมื่อถึงกำหนดชำระเงิน 15% ของไม้ที่ประมูลได้ จำเลยไม่นำเงินมาชำระ ซึ่งจำเลยจะต้องถูกริบเงินมัดจำซอง 50,000 บาท แต่โจทก์ก็ไม่อาจริบได้เพราะเช็คนั้นไม่มีเงิน จึงขอให้ บังคับจำเลยชำระเงิน 50,000 บาท ดังนี้ ฟ้องโจทก์เป็นการฟ้อง โดยอ้างสิทธิที่จะริบมัดจำซึ่งได้แก่เช็ครายนี้ คำบรรยายฟ้องของโจทก์จึงเป็นการฟ้องเรียกเงินตามเช็ค เพราะถ้าไม่มีการนำเอา เช็ครายนี้ไปวางมัดจำประจำซองแล้ว ก็ย่อมถือไม่ได้ว่ามีการ ให้มัดจำไว้ตามมาตรา 377 ตามมาตรา 378(2) ฉะนั้น เมื่อเช็ค ที่โจทก์นำมาฟ้องลงวันที่เกินกว่า 1 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ตามมาตรา 1002

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกาศขายไม้ซุงโดยวิธีประมูลปิดซองมีเงื่อนไขในการประมูลว่า ผู้ยื่นประมูลจะต้องวางเงินมัดจำซองแพละ 10,000 บาท หากผู้ใดประมูลได้ผู้นั้นจะต้องชำระค่าไม้ซุง 15 % ของแต่ละแพที่ประมูลได้ภายใน 15 วันนับแต่วันประกาศแจ้งผู้ประมูลได้ หากพ้นกำหนดนี้ โจทก์จะริบเงินมัดจำซองที่วางไว้ ต่อมาคณะกรรมการของโจทก์ได้ปิดประกาศแจ้งให้จำเลยทราบว่าจำเลยเป็นผู้ประมูลไม้ได้จำนวน 5 แพ แล้วโจทก์นำเช็คของจำเลยจำนวน 50,000 บาทซึ่งจำเลยวางเงินมัดจำประจำซองไว้ไปขึ้นเงินที่ธนาคาร แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เพราะเงินจำเลยไม่มีในบัญชีและครั้นเมื่อถึงกำหนดชำระเงิน 15 % ของไม้ที่ประมูลได้ จำเลยไม่นำเงินมาชำระ ซึ่งจำเลยจะต้องถูกริบเงินมัดจำซอง50,000 บาท แต่โจทก์ก็ไม่อาจริบได้เพราะเช็คนั้นไม่มีเงิน จึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 50,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม

เพราะตอนต้นโจทก์บรรยายฟ้องเป็นเรื่องซื้อขาย แต่ตอนท้ายกลับว่าจำเลยไม่ชำระเงินตามเช็ค ฟ้องโจทก์เป็นการฟ้องเรียกเงินตามเช็ค และขาดอายุความศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เป็นการฟ้องเรียกเงินตามเช็ค และโจทก์ฟ้องมาเกิน 1 ปี จึงขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์นั้น เช็คจำนวน 50,000 บาท รายนี้เป็นเงินวางมัดจำประจำซองที่จำเลยประมูลซื้อไม้ได้ 5 แพ เพราะโจทก์จะยึดเงินมัดจำซองของผู้ประมูลได้ไว้ก่อนเพื่อให้ผู้ประมูลนำเงินร้อยละ 15 ของราคาไปชำระให้โจทก์ภายใน 15 วัน ปรากฏต่อมาว่าโจทก์นำเช็ค 50,000 บาทนี้ไปขึ้นเงินไม่ได้ และภายในกำหนด 15 วัน

จำเลยก็ไม่ชำระเงินร้อยละ 15 จำเลยจึงจะต้องถูกริบมัดจำซอง 50,000 บาท แต่เช็ครายนี้ขึ้นเงินไม่ได้ เพราะจำเลยไม่มีเงินในบัญชี โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยชำระเงิน 50,000 บาท ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่า คำบรรยายฟ้องของโจทก์เช่นนี้เป็นการฟ้องเรียกเงินตามเช็ค 50,000 บาทนั่นเอง เพราะถ้าไม่มีการนำเอาเช็ครายนี้ไปวางมัดจำประจำซองแล้วก็ย่อมถือไม่ได้ว่ามีการให้มัดจำไว้ตามมาตรา 377 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และไม่อาจริบมัดจำได้ ตามมาตรา 378(2) คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานผิดสัญญา แต่เป็นการฟ้องโดยอ้างสิทธิที่จะริบมัดจำ สิ่งที่เป็นมัดจำคือเช็ครายนี้เอง ฉะนั้น จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็ค ซึ่งโจทก์ถือว่าเป็นมัดจำและโจทก์มีสิทธิริบได้เมื่อเป็นการฟ้องเรียกเงินตามเช็คซึ่งลงวันที่ 15 ธันวาคม 2509 แต่โจทก์มาฟ้องเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2511 และจำเลยก็ต่อสู้อายุความเช่นนี้ ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความตามมาตรา 1002 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพนธ์ ศาตะมาน · ประสาท สุคนธมาน · อัศนี เกาไศยนันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้