Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเช่าห้องพิพาทใช้เป็นที่เก็บสินค้าและสัมภาระซึ่งมีไว้ขายแม้จะมีบริวารของจำเลยหลับนอนในห้องพิพาทก็เพื่อเฝ้าดูแลรักษาสินค้าเพื่อประโยชน์ในทางการค้าของจำเลยห้องพิพาทจึงไม่เป็นที่อยู่อาศัยจำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยอ้างว่าอาศัยแต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเช่าแต่ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ ควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 ดังนี้แม้โจทก์จะกล่าวถึงมูลกรณีเดิมว่าจำเลยเข้าอยู่ทีแรกโดยการเช่าหรืออาศัยก็ตาม ก็เป็นเพียงการกล่าวถึงมูลกรณีเดิมซึ่งไม่ใช่สารสำคัญเพราะจำเลย จะอยู่โดยการเช่าหรืออาศัยโจทก์ก็ได้บอกกล่าวให้จำเลยออกจาก ห้องพิพาทโดยชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 566 แล้ว แสดงว่าการเช่าหรือการอาศัยสิ้นสุดแล้วการอยู่ต่อมาจึงเป็น การละเมิด การที่ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยจึงไม่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนในวันนัดสืบพยานจำเลยโจทก์ไม่มาศาล ศาลสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและดำเนินการสืบพยานจำเลยได้ 1 ปากจำเลยขอเลื่อนไป ถึงวันนัดสืบพยานจำเลยนัดต่อมา โจทก์มาศาลถือว่าโจทก์มาศาลเมื่อยังไม่พ้นเวลาที่โจทก์จะนำพยานของตนเข้าสืบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรค 3 อนุมาตรา (1)เพราะจำเลยยังสืบพยานไม่หมดโจทก์จึงมีสิทธินำพยานของตนเข้าสืบตลอดจนระบุอ้างพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2510)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องพิพาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายโดยอ้างว่าจำเลยอาศัยและโจทก์ได้บอกให้จำเลยออกไปจากห้องพิพาทแล้วจำเลยที่ 1 ให้การว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทจากโจทก์แต่ได้เลิกเช่าคืนห้องให้แก่โจทก์แล้ว และไม่เคยเกี่ยวข้องกับห้องพิพาทอีกเลยจำเลยที่ 2 ให้การว่ามิได้อาศัยแต่เช่าห้องพิพาทจากโจทก์เป็นที่อยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 ไม่เคยค้างค่าเช่า โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกการเช่าและฟ้องขับไล่จำเลย โจทก์ไม่เสียหาย ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยที่ 1 ออกไปจากห้องพิพาทก่อนโจทก์ฟ้องแล้ว จำเลยที่ 2 อาศัยห้องโจทก์อยู่ ไม่ได้รับความคุ้มครองพิพากษาให้ขับไล่จำเลยที่ 2 และให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยที่ 2 อุทธรณ์โดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นรับรองให้อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่า

จำเลยเช่า แต่ไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าฯ โจทก์มาศาลเมื่อยังไม่พ้นเวลาที่โจทก์จะนำพยานของตนเข้าสืบ จึงมีสิทธินำพยานของตนเข้าสืบและระบุอ้างเพิ่มเติมได้ แม้โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยอาศัย แต่ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยเช่า ก็ไม่นอกฟ้องและผิดประเด็นอันจะเป็นเหตุให้ยกฟ้องโจทก์ได้ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกจากห้องพิพาทแล้ว จึงฟ้องขับไล่จำเลยได้ พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 2 เช่าห้องพิพาทมิได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยแต่ใช้เป็นที่เก็บสินค้าและสัมภาระซึ่งมีไว้ขาย แม้จะมีบริวารของจำเลยหลับนอนในห้องพิพาทก็เพื่อเฝ้าดูแลรักษาสินค้าเพื่อประโยชน์ในทางการค้าของจำเลย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่า พ.ศ. 2504

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าเมื่อฟังว่าจำเลยเช่า ต้องยกฟ้องนั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าห้องพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ให้จำเลยอาศัย โจทก์ต้องการห้องคืนบอกกล่าวให้จำเลยออกก็ไม่ออก ขืนอยู่โดยไม่มีสิทธิเป็นการละเมิด ขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่าเช่าได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินฯ จึงเป็นการยอมรับว่าจำเลยได้อยู่ในห้องพิพาทโจทก์จริง แต่จำเลยจะอาศัยหรือเช่าไม่ใช่สารสำคัญ เพราะเป็นการกล่าวถึงมูลกรณีเดิมว่าจำเลยเข้าอยู่ในห้องพิพาทได้อย่างไรแม้จะฟังว่าจำเลยเข้าอยู่อาศัยโดยการเช่า ก็ไม่เป็นเหตุให้ยกฟ้อง และเมื่อจำเลยไม่ได้เช่าอยู่อาศัย ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะฯ การเช่าไม่มีกำหนดเวลา และโจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยออกจากห้องพิพาทโดยชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 566 แล้วการเช่าก็สิ้นสุด จำเลยขืนอยู่ต่อมาจึงเป็นละเมิด การที่ศาลพิพากษาขับไล่จำเลย จึงไม่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบ หรืออ้างพยานเพิ่มเติมนั้นเห็นว่าจำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน ในวันนัดสืบพยานจำเลย โจทก์ไม่มาศาลศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา และดำเนินการสืบพยานได้1 ปาก จำ เลยขอเลื่อนถึงวันนัดสืบพยานจำเลยนัดต่อมาโจทก์มาศาลถือว่าโจทก์มาศาลเมื่อยังไม่พ้นเวลาที่โจทก์จะนำพยานของตนเข้าสืบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรค 3 อนุมาตรา (1)เพราะจำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน และยังสืบพยานของจำเลยไม่หมดโจทก์จึงมีสิทธินำพยานของตนเข้าสืบ ตลอดจนระบุอ้างพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้