Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4589/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 เรือนจำกลางบางขวางแจ้งว่าจำเลยที่ 4 ถึงแก่ความตาย แต่ศาลชั้นต้นมิได้แจ้งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ทราบเพื่อมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 4 จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาใหม่ เมื่อจำเลยที่ 4 ถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ , ๖๖ , ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ และริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๓ ให้การรับสารภาพ

ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๒ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ออกจากสารบบความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง (ที่ถูกวรรคหนึ่งและวรรคสอง) , ๖๖ วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวน ส่วนจำเลยที่ ๔ ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คนละหนึ่งในสาม และลดโทษให้จำเลยที่ ๔ หนึ่งในสี่ คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คนละ ๓๓ ปี ๔ เดือน และจำคุกจำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๓๗ ปี ๖ เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๓ ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษให้จำเลยที่ ๓ กึ่งหนึ่ง คงให้จำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๒๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า?

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๙ เรือนจำกลางบางขวางมีหนังสือแจ้งว่าจำเลยที่ ๔ ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๔๔ แต่ศาลชั้นต้นมิได้ดำเนินการเกี่ยวกับจำเลยที่ ๔ โดยแจ้งให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ทราบเพื่อหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและมีคำสั่งให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๑) การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๔ โดยมิได้หยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาใหม่

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๔ ถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๑)

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คนละ ๒๗ ปี จำเลยที่ ๓ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ หนึ่งในสาม จำเลยที่ ๓ กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๘ ปี จำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๑๓ ปี ๖ เดือน และให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๔ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
หัสดี ไกรทองสุก · ศิริชัย สวัสดิ์มงคล · ธาดา กษิตินนท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดตรัง - นายนิธิ ศรีนาราง
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชวลิต สุจริตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3681/2568

การยอมความกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) หมายถึง การยอมความในทางอาญาเท่านั้น มิได้หมายความว่า เมื่อมีการยอมความกันไม่ว่าจะในเรื่องใดแล้ว จะทำให้คดีอาญาต้องระงับไปด้วย เมื่อผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508/2567

มูลหนี้ตามเช็คในคดีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยออกเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงิน 1,200,000 บาท เพื่อชำระหนี้กู้ยืม หลังจากธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจึงได้ชำระเงินสด 300,000 บาท และนำเช็ค 3 ฉบับ ฉบับละ 75,00…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2567

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันฉ้อโกงโจทก์โดยการหลอกลวงแสดงข้อความอันเป็นเท็จให้โจทก์โอนเงิน 1,000,000 บาทให้จำเลยที่ 1 โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 341 อั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้