Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4576/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จะพิจารณาว่าฝ่ายใดผิดนัดผิดสัญญานั้นจะต้องพิจารณาการกระทำประกอบกับเจตนาที่ฝ่ายนั้นได้แสดงออกว่าจะไม่นำพาต่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือไม่เป็นสำคัญ แม้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายไปทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในวันที่ 20 ตุลาคม 2532เวลา 11 นาฬิกา ก็ตาม แต่เวลา 11 นาฬิกาที่กำหนดนัดหมายนั้นต้องหมายถึงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายไปพร้อมกันเพื่อเริ่มดำเนินการตามแบบพิมพ์ของทางราชการ มิใช่หมายถึงเวลาที่ทำการโอนเสร็จ ฉะนั้นถ้าทนายความซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวแทนโจทก์ไปถึงตามเวลานัดหมายและแจ้งให้ทนายฝ่ายจำเลยทราบ ถึงเรื่องที่จะดำเนินการต่อไปเช่นนี้ ถือได้ว่าฝ่ายโจทก์ได้ไปตามเวลาที่นัดหมายแล้ว ข้อเท็จจริงตามคำร้องของโจทก์ จำเลยที่ 2 ยังแถลงคัดค้านอยู่ จำต้องมีการไต่สวนทั้งสองฝ่ายว่าความจริงเป็นประการใด จึงจะวินิจฉัยได้ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดนัดผิดสัญญาแต่ศาลชั้นต้นมิได้ไต่สวนในข้อนี้ ข้อเท็จจริงจึงยังไม่พอให้วินิจฉัย การวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดนัดโดยที่ยังมิได้มีข้อเท็จจริงให้เป็นประการใดนั้นจึงไม่ชอบ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม โดยสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสองลงวันที่14 กันยายน 2532 มีข้อความว่า"ข้อ 1. จำเลยทั้งสองตกลงยินยอมโดยจำเลยที่ 2 ตกลงโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 781หมู่ที่ 1 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่เนื้อที่ดิน 2 งาน (200 ตารางวา) ให้แก่โจทก์ หรือบุคคลหรือนิติบุคคลใดที่โจทก์กำหนดและโจทก์ตกลงชำระเงินให้แก่จำเลยที่ 2ตามราคาซื้อขายในสัญญาพิพาทนี้เป็นจำนวนเงิน 120,000 บาทนอกจากนี้โจทก์ยังยินยอมชำระค่าเสียหาย (ถือเป็นค่านายหน้าที่จำเลยที่ 2 เสียไป) อีกจำนวน 100,000 บาทข้อ 2. โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงจะไปทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวในวันที่ 20 ตุลาคม

ศกนี้ เวลา11 นาฬิกา ณ สำนักงานที่ดินอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการโอนของโจทก์และค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์เกี่ยวกับที่ดินนี้ ตลอดจนค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จำเลยที่ 2 จะต้องเสียนั้น โจทก์จะเป็นผู้ชำระเองทั้งสิ้นข้อ 3. หากโจทก์ไม่ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ดังกล่าวพร้อมกับชำระค่าที่ดินทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 2 ตามกำหนดในข้อ 2 แล้วให้ถือว่าโจทก์ผิดนัด โจทก์จะไม่ติดใจที่จะฟ้องร้องใด ๆเกี่ยวกับจำเลยทั้งสองและที่ดินแปลงนี้อีกต่อไปแต่หากจำเลยไม่ไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ตามกำหนดในข้อ 2แล้ว ยินยอมให้โจทก์ถือเอาคำพิพากษานี้เป็นการแสดงเจตนาโอนแทนได้ทันทีข้อ 4. สัญญายอมความในคดีนี้ให้มีผลบังคับรวมกันกับคดีแพ่งที่โจทก์นี้เป็นโจทก์ฟ้องที่ศาลนี้อีก จำนวน 6 คดี คือ คดีหมายเลขดำที่ 974/2532, 1205/2532, 1206/2532, 1213/2532,1358/2532 นี้ด้วยและให้ถือว่าเงินค่านายหน้า 100,000 บาทตามข้อ 1 นั้นเป็นค่านายหน้ารวมทั้ง 6 คดีนี้ต่อมาวันที่ 20 ตุลาคม 2532 เวลา 15.25 นาฬิกา

จำเลยที่ 2ยื่นคำร้องว่า เมื่อเวลา 10.30 นาฬิกา จำเลยที่ 2 ได้ปฏิบัติตามสัญญาโดยไปที่สำนักงานที่ดินอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่พร้อมด้วยเอกสารสิทธิและเอกสารอื่นอันจำเป็นในการจดทะเบียนเพื่อจะทำการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้โจทก์ ปรากฏว่าจนถึงเวลา 11.15 นาฬิกา โจทก์ไม่มาตามนัด จำเลยที่ 2 รออยู่จนถึงเวลา 12 นาฬิกา โจทก์ไม่มาตามนัด จำเลยที่ 2 รออยู่จนถึงเวลา 12 นาฬิกา จึงได้ให้เจ้าพนักงานที่ดินบันทึกเป็นหลักฐานไว้และไม่ประสงค์จะโอนที่ดินให้โจทก์ต่อไป ขอให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานที่ดินงดเว้นการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ด้วย ในวันเดียวกันกับที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องนั้นเมื่อเวลา 16.20 นาฬิกา

โจทก์ก็ยื่นคำร้องว่า โจทก์ได้มอบหมายให้นายมนู รัตนาสิน ทนายโจทก์ไปที่สำนักงานที่ดินอำเภอแม่ริม ถึงเมื่อเวลา 10.45 นาฬิกา และแจ้งให้ทนายจำเลยที่ 2 ทราบว่าโจทก์กำลังดำเนินการให้ธนาคารออกเช็คให้จะเดินทางตามมาขอให้แจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ ในการทำนิติกรรมให้ โจทก์เดินทางไปถึงสำนักงานที่ดินเมื่อเวลา 12.10 นาฬิกา พร้อมทั้งเช็คและเงินสดจำนวน3,696,000 บาท เพื่อชำระให้จำเลยที่ 2 และขอให้ดำเนินการโอนสิทธิในที่ดินให้แก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 2 ไม่ดำเนินการให้โจทก์แจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินให้ดำเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินให้ตามคำพิพากษาตามยอมแล้ว แต่เจ้าพนักงานไม่ดำเนินการให้โจทก์จึงได้ให้เจ้าพนักงานบันทึกไว้ตามภาพถ่ายบันทึกท้ายคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอแม่ริม

โอนสิทธิในที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นนัดสอบถาม ในวันนัดสอบถามโจทก์แถลงยืนยันตามบันทึกท้ายคำร้องของโจทก์ ทนายจำเลยแถลงคัดค้านคำร้องของโจทก์อ้างว่าโจทก์ผิดนัดศาลชั้นต้นพิจารณาเฉพาะคำร้องแล้วมีคำสั่งว่าโจทก์ผิดนัดโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "แม้สัญญาประนีประนอมยอมความในข้อ 2จะกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายไปทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวในวันที่ 20 ตุลาคม 2532 เวลา 11 นาฬิกา ก็ตามการที่จะพิจารณาว่าฝ่ายใดผิดนัดผิดสัญญานั้นจะต้องพิจารณาการกระทำประกอบกับเจตนาที่ฝ่ายนั้นได้แสดงออกมาว่าจะไม่นำพาต่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือไม่เป็นสำคัญ ตามคำร้องของโจทก์อ้างว่าได้มอบหมายให้ทนายไปที่สำนักงานที่ดินอำเภอแม่ริม เมื่อเวลา 10.45 นาฬิกาและได้แจ้งให้ทนายจำเลยที่ 2 ทราบโดยขอให้เจ้าพนักงานเตรียมหลักฐานการโอนไว้และโจทก์ได้ไปถึงสำนักงานที่ดินพร้อมทั้งเช็คและเงินสดที่จะชำระให้จำเลยที่ 2 เมื่อเวลา 12.10 นาฬิกา แต่จำเลยที่ 2 ไม่ดำเนินการให้ ซึ่งถ้าข้อเท็จจริงเป็นอย่างที่โจทก์อ้างในคำร้องแล้ว

กรณีก็ไม่อาจจะถือได้ว่าโจทก์ผิดนัดผิดสัญญา เพราะเวลา 11 นาฬิกา ที่กำหนดนัดหมายในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นต้องหมายถึงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายไปพร้อมกันเพื่อเริ่มดำเนินการตามแบบพิธีของทางราชการมิใช่หมายถึงเวลาที่ทำการโอนเสร็จเรียบร้อย การที่ทนายโจทก์ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวแทนโจทก์ไปถึงตามเวลานัดหมายและแจ้งให้ทนายฝ่ายจำเลยทราบถึงเรื่องที่จะดำเนินการต่อไปเช่นนี้ ถือได้ว่าฝ่ายโจทก์ได้ไปตามเวลาที่นัดหมายแล้ว แต่ข้อเท็จจริงตามคำร้องของโจทก์นั้น จำเลยที่ 2แถลงคัดค้านอยู่ จะต้องมีการไต่สวนทั้งสองฝ่ายว่าความจริงเป็นประการใด จึงจะวินิจฉัยได้ว่า ฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดนัดผิดสัญญา แต่ศาลชั้นต้นยังมิได้ไต่สวนในข้อนี้ ข้อเท็จจริงจึงยังไม่พอที่ศาลฎีกาวินิจฉัยไปได้ว่าโจทก์ผิดนัด ผิดสัญญาหรือไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดนัดโดยที่ยังมิได้มีข้อเท็จจริงให้เห็นว่าจะเป็นประการใดนั้นเป็นการไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนข้อเท็จจริงตามคำร้องของโจกท์และจำเลยที่ 2 แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้