Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4552/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ค่ารายปีของโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2 ที่โจทก์เช่ามาจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมประจำปีภาษี 2531 ที่ถูกต้องจำนวน 18,195,941.60 บาท ต้องถือเป็นหลักสำหรับการคำนวณค่าภาษีซึ่งจะต้องเสียในปี 2532 การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินเรียกเก็บค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2532สำหรับโรงงานดังกล่าวจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยคิดค่ารายปีเพียง 3,360,000 บาท ค่าภาษีที่จะต้องเสียจำนวน420,000 บาท โดยโรงงานนั้นไม่ได้ถูกรื้อถอนหรือถูกทำลายให้ลดลงจากเดิม ย่อมเป็นการประเมินที่ผิดพลาด ดังนั้นหลังจากพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงจำนวนค่ารายปีที่ถูกต้องแท้จริงประจำปีภาษี 2531 จากคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางแล้วได้มีหนังสือแจ้งรายการประเมินให้นำค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2532 มาชำระเพิ่มเติมอีกจำนวน 1,848,242.70 บาทจึงเป็นเพียงการแก้ไขการประเมินครั้งแรกที่ผิดพลาดนั้นเสียใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย อันเป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475มาตรา 24 ประกอบมาตรา 8 และมาตรา 18 บัญญัติไว้นั่นเองไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติห้ามพนักงานเจ้าหน้าที่แก้ไขการประเมินที่ผิดพลาดเสียใหม่ให้ถูกต้อง และมิใช่เป็นการประเมินเรียกเก็บค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินซ้ำซ้อนกันหรือเรียกเก็บปีละ 2 ครั้ง ฉะนั้นการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการประเมินค่าภาษีเพิ่มเติมอีกจำนวน 1,848,242.70 บาทจึงเป็นการชอบด้วยกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 8 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 18 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 24

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินของจำเลยที่ 1 และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 สำหรับปีภาษี 2532และ 2533 และให้โจทก์เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินแทนกรมโรงงานอุตสาหกรรมประจำปีภาษี 2532 และ 2533 เป็นเงินปีละ 48,242.70 บาทและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินภาษีโรงเรือนและที่ดินที่จำเลยที่ 1 เรียกเก็บไปเป็นเงิน 4,440,000 บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่จำเลยที่ 1ได้รับชำระเงินภาษีที่เรียกเก็บเกินไปจนกว่าจะชำระเงินภาษีคืนให้โจทก์เสร็จจำเลยทั้งสองให้การว่า ในการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2532 ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 แจ้งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมนำเงินภาษีโรงเรือนและที่ดินไปชำระเพิ่มเติมไม่ใช่เป็นการประเมินภาษีครั้งที่สอง แต่เป็นกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่แก้ไขการประเมินให้ได้จำนวนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ถูกต้อง ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถกระทำได้ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2532 ตามหนังสือที่

ปท 0116/03773 ลงวันที่14 ธันวาคม 2532 และคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 2 ในส่วนที่เกี่ยวกับการประเมินดังกล่าวและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินที่เรียกเก็บเกินไป 1,848,242.70 บาทให้โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่คืนเงินดังกล่าวให้โจทก์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 1,848,242.70 บาท นับจากวันครบกำหนด 3 เดือน จนกว่าจำเลยทั้งสองจะคืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินจำนวนที่ต้องคืนให้โจทก์เสร็จ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าโรงงานสุราบางยี่ขันจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีกำหนด 15 ปีนับแต่วันที่ 1 มกราคม 2523 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2537 ค่าเช่า2 ปีแรกปีละ 55,000,000 บาท ปีต่อ

ๆ ไปปีละ 60,000,000 บาทตามสัญญาเช่าโจทก์มีหน้าที่ที่จะต้องสร้างโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2 ติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิตให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญาข้อ 11 บรรดาสิ่งที่สร้าง ทำ ติดตั้งและจัดหามาใช้กับโรงงานให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมและโจทก์มีหน้าที่จะต้องชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินแทนกรมโรงงานอุตสาหกรรมด้วย สำหรับที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2 จำนวน 43 โฉนดนั้นโจทก์ทำสัญญาเช่าจากกระทรวงการคลัง มีกำหนด 15 ปี ค่าเช่าเป็นเงิน5,789,124 บาท ปี 2530 และปี 2531 พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประเมินค่ารายปีแห่งทรัพย์สินสำหรับโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2เป็นเงิน 18,195,941.60 บาท

ค่าภาษีที่ต้องเสียเป็นเงิน2,268,242.70 บาท ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมนำเงินไปชำระโจทก์ได้ชำระค่าภาษีดังกล่าวแทนกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้วขอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่จำเลยที่ 2 พิจารณาคำร้องของกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้วมีคำชี้ขาดให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมชำระค่าภาษีตามการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์ไม่พอใจคำชี้ขาดจึงได้นำคดีไปสู่ศาลคดีถึงที่สุด โดยศาลวินิจฉัยว่าการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับภาษีปี2530 ปรากฏตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3911/2532 ส่วนภาษีปี 2531ปรากฏตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 75/2534ปี 2532 พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประเมินค่ารายปีแห่งทรัพย์สินของโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2 เป็นเงิน 3,360,000 บาท

ค่าภาษีที่จะต้องชำระเป็นเงิน 420,000 บาท ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมนำเงินไปชำระโจทก์ได้ชำระค่าภาษีจำนวนดังกล่าวแทนกรมโรงงานอุตสาหกรรมตามสัญญาแล้ว ต่อมาเมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมินและจำเลยที่ 2 ชี้ขาดให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2 ประจำปีภาษี 2530 โดยกำหนดค่ารายปีเป็นเงิน 18,195,941.60 บาท ค่าภาษีจำนวน 2,268,242.70เป็นการประเมินและคำชี้ขาดที่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้องโจทก์และศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่าการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2 ประจำปีภาษี 2531 ชอบด้วยกฎหมายแล้วพนักงานเจ้าหน้าที่ได้มีหนังสือแจ้งการประเมินค่ารายปีแห่งทรัพย์สินของโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2 ประจำปีภาษี 2532 เป็นเงิน 18,195,941.60 บาท

ค่าภาษีจำนวน2,268,242.70 บาท ไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้นำเงินมาชำระเพิ่ม จำนวน 1,848,242.70 บาท โจทก์ได้นำเงินไปชำระเพิ่มแทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม แล้วได้ขอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ จำเลยที่ 2 พิจารณาคำร้องของกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้วมีคำชี้ขาดให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมชำระค่าภาษีตามการประเมิน สำหรับปี 2533 พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประเมินค่ารายปีแห่งทรัพย์สินของโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2เป็นเงิน 18,195,941.60 บาท ค่าภาษีที่จะต้องชำระจำนวน2,268,242.70 บาท ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมนำเงินไปชำระ โจทก์ได้ชำระค่าภาษีจำนวนดังกล่าวแทนกรมโรงงานอุตสาหกรรม แล้วได้ขอ ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่จำเลยที่ 2 พิจารณาคำร้องของกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว

มีคำชี้ขาดให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมชำระค่าภาษีตามการประเมินของเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์ไม่พอใจคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2ทั้งสองครั้งดังกล่าวจึงได้นำคดีมาสู่ศาลเป็นคดีนี้ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองก่อนอุทธรณ์ของโจทก์ ประเด็นที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า การที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งการประเมินให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2532 สำหรับโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2 เพิ่มเติมอีกจำนวน 1,848,242.70 บาทหลังจากที่ได้ประเมินเรียกเก็บค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษีดังกล่าวจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมไปในครั้งแรกแล้วจำนวน420,000 บาท จะเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าปี 2530 และปี 2531 พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประเมินเรียกเก็บค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมโดยกำหนดค่ารายปีเป็นเงินจำนวน18,195,941.60 บาท

ค่าภาษีที่ต้องเสียเป็นเงินจำนวน2,268,242.70 บาท โจทก์ชำระภาษีจำนวนดังกล่าวแทนกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้วได้ขอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ จำเลยที่ 2 พิจารณาคำร้องของกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้วมีคำชี้ขาดให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมชำระค่าภาษีตามการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์จึงนำคดีไปสู่ศาล คดีถึงที่สุดโดยศาลวินิจฉัยว่าการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ชอบแล้ว ให้ยกฟ้องของโจทก์ดังนั้นข้อเท็จจริงจึงฟังได้ยุติว่า ค่ารายปีของโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2ประจำปีภาษี 2530 และ 2531 ที่ถูกต้องเป็นเงิน 18,195,941.60 บาทเมื่อพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 18บัญญัติว่า

ค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วนั้นท่านให้เป็นหลักสำหรับการคำนวณค่าภาษีซึ่งจำต้องเสียในปีต่อมาฉะนั้นค่ารายปีของโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2 ประจำปีภาษี 2531 จำนวน18,195,941.60 บาท จึงต้องถือเป็นหลักสำหรับการคำนวณค่าภาษีซึ่งจะต้องเสียในปี 2532 ด้วย การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินเรียกเก็บค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2532 สำหรับโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2 จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมโดยคิดค่ารายปีเพียง 3,360,000 บาท ค่าภาษีที่จะต้องเสียจำนวน420,000 บาท โดยไม่ปรากฏว่าโรงงานดังกล่าวถูกรื้อถอนหรือถูกทำลายให้ลดลงจากเดิม ย่อมเห็นได้ว่าเป็นการประเมินที่ผิดพลาดไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น หลังจากพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงจำนวนค่ารายปีที่ถูกต้องแท้จริงประจำปีภาษี 2530 และ2531 จากคำพิพากษาศาลฎีกาและศาลภาษีอากรกลางตามลำดับ แล้วได้มี

หนังสือแจ้งรายการประเมินไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้นำ ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำภาษี 2532 มาชำระเพิ่มเติมเสีย ให้ครบถ้วนอีกจำนวน 1,484,242.70 บาท จึงเป็นเพียงการที่พนักงานเจ้าหน้าที่แก้ไขการประเมินครั้งแรกที่ผิดพลาดนั้นเสียใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมายอันเป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 24ประกอบมาตรา 8 และมาตรา 18 บัญญัติไว้นั่นเอง หาได้มีบทกฎหมายใด บัญญัติห้ามพนักงานเจ้าหน้าที่แก้ไขประเมินที่ผิดพลาดเสียใหม่ให้ถูกต้องแต่อย่างใด และกรณีเช่นนี้หาใช่เป็นการประเมินเรียกเก็บค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับโรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2 ประจำปีภาษี 2532 ซ้ำซ้อนกันหรือเรียกเก็บปีละ 2 ครั้งเกินกว่าที่พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน

พ.ศ. 2475 มาตรา 8 ให้อำนาจไว้ไม่ ฉะนั้นการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2532 สำหรับ โรงงานสุราบางยี่ขันแห่งที่ 2 เพิ่มเติมอีกจำนวน 1,848,242.70 บาท จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม หลังจากที่ได้ประเมินเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษีดังกล่าวจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมในครั้งแรกไปแล้วจำนวน 420,000 บาท จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือที่ ปท 0116/13773 ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2532 และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับการประเมินตามหนังสือดังกล่าวไม่ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกา"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เสียทั้งหมด

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8941/2560

โรงเรียนที่จะได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนและที่ดินตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 9 (3) จะต้องเป็นโรงเรียนสาธารณะ ซึ่งกระทำกิจการอันมิใช่เพื่อเป็นผลกำไรส่วนบุคคล และต้องใช้ในการศึกษาเท่านั้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1527/2531

ค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินพุทธศักราช 2475 มาตรา 18 หมายความถึงค่ารายปีของปีก่อนถัดจากปีที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำลังประเมิน มิใช่หมายความถึงค่ารายปีของปีก่อน ๆ นั้นขึ้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1147/2563

มาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.โรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 บัญญัติว่า "ค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วนั้น ท่านให้เป็นหลักสำหรับการคำนวณค่าภาษีซึ่งจะต้องเสียในปีต่อมา" กฎหมายมิได้บังคับให้นำค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วมาเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5449/2561

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 30 บัญญัติว่า การแจ้งคำชี้ขาดไปยังผู้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ไม่ได้บัญญัติให้มีแบบพิมพ์หรือต้องทำในลักษณะใด เมื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8302/2557

พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยกำหนดค่ารายปีประจำปีภาษี 2552 ที่พิพาท เท่ากับปีภาษี 2551 ซึ่งเป็นปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว แต่ค่ารายปีของทรัพย์สินแต่ละรายอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้แล้วแต่ข้อเท็จจริงของแต่ละปี ทั้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้