Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4546/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การทำแผนที่เกิดเหตุเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวน แต่ถึงหาก กระทำโดยไม่ชอบเพราะไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ก็ไม่มีผลกระทบถึงกับเป็นเหตุให้การสอบสวนเสียไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 1 ธ-8772กรุงเทพมหานคร ไปตามถนนเยาวราช จากบริเวณหน้าร้านทองเซ่งเฮงหลี มุ่งหน้าไปทางสี่แยกวัดตึกด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังโดยจำเลยขับรถมาจอดหน้าร้านทองดังกล่าวในช่องเดินรถช่องที่ 2 จากนั้นจำเลยได้ขับรถถอยหลังเพื่อเข้าไปในช่องเดินรถช่องที่ 1 ชิดทางเดินขอบถนนเข้าไปจอดด้านหลังรถยนต์หมายเลขทะเบียน 7 ช-7972 กรุงเทพมหานคร ที่นายเกษมสุข แสงวิมลมาส ขับ และกำลังขับรถค่อย ๆ เคลื่อนออกไป โดยหักหัวรถออกไปทางขวาเพื่อให้ พ้นท้ายรถอีกคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ข้างหน้า จำเลยเห็นอยู่แล้วว่า นายเกษมสุขกำลังขับรถเคลื่อนออกจากที่จอดออกไปทางขวาจำเลยจะต้องระมัดระวังหากถอยหลังรถเข้าจอดไม่สนิทจำเป็นจะต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้าทางขวาเพื่อตั้งลำหาจังหวะช่องว่างที่เหมาะสมเพื่อถอยเข้าจอดใหม่อีกครั้งควรจะต้องรอให้รถของ

นายเกษมสุข แล่นออกไปโดยปลอดภัยเสียก่อน แต่จำเลยหาใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอไม่ ด้วยความประมาทของจำเลย จำเลย ขับรถแล่นไปข้างหน้าทางขวาด้วยความเร็วโดยไม่รอให้รถของ นายเกษมสุข แล่นออกจากขอบทางริมถนนจนปลอดภัยเสียก่อนเป็นเหตุให้รถจำเลยพุ่งเข้าเฉี่ยวชนด้านข้างขวาของรถนายเกษมสุข ซึ่งกำลังเคลื่อนออกจากที่จอดพอดี ทำให้รถยนต์หมายเลขทะเบียน 7 ช-7972 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157 ลงโทษปรับ 1,000 บาทจำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยอ้างเหตุดังกล่าวมีใจความเป็นสำคัญว่า ตามระเบียบการทำแผนที่เกิดเหตุจะต้องให้จำเลยลงลายมือชื่อในแผนที่เกิดเหตุด้วย ถ้าจำเลยไม่ยอมลงลายมือชื่อเพราะเห็นว่าแผนที่เกิดเหตุทำขึ้นนั้นไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานตำรวจจะต้องทำแผนที่เกิดเหตุที่จำเลยเห็นว่าถูกต้องอีกฉบับหนึ่งแล้วให้จำเลยลงลายมือชื่อไว้ แต่เจ้าพนักงานตำรวจผู้ทำแผนที่เกิดเหตุในคดีนี้มิได้ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว เห็นว่าการทำแผนที่เกิดเหตุ เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวน แม้จะกระทำโดยไม่ชอบ เพราะอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็ได้นั้น ไม่มีผลกระทบ ถึงกับเป็นเหตุให้การสอบสวนเสียไป

ประกอบกับคดีนี้พนักงานอัยการโจทก์ก็ได้บรรยายฟ้องระบุว่าได้ทำการสอบสวนแล้ว จำเลยไม่ได้โต้แย้งคัดค้านปัญหาดังกล่าวนี้ไว้ตั้งแต่แรกเพิ่งมาคัดค้านขึ้นในชั้นอุทธรณ์ย่อมไม่มีเหตุที่จะวินิจฉัยให้จึงต้องฟังว่าคดีนี้ได้มีการสอบสวน โจทก์จึงอำนาจฟ้องที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · จรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7626/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ร่วมและจำเลยรวมทั้งบุคคลอื่นอีก 1 คน เป็นผู้ถือหุ้น โดยโจทก์ร่วมและจำเลยเป็นกรรมการในบริษัทร่วมกันกระทำการแทนบริษัท ต่อมาจำเลยเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของบริษัทแล้วเบียดบัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 345/2568

ปรากฏตามคำเบิกความของร้อยตำรวจโทหญิง ก. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก้งคร้อ ว่า หลังจากโจทก์ร่วมเข้าแจ้งความต่อพยานให้ดำเนินคดีแก่ ท. และจำเลยทั้งหกกับพวก พยานสอบปากคำโจทก์ร่วมและรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3462/2567

แม้การพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบจะใช้ระบบไต่สวน ซึ่งศาลมีอำนาจแสวงหาข้อเท็จจริงได้เอง แต่กรณียังคงต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 ที่นำมาใช้บังคั…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 704038)

จำเลยได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนมาแล้ว 6 ครั้ง ตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ถึงเดือนมกราคม 2563 แล้วจำเลยให้การว่าจำเลยขอหยุดให้การต่อพนักงานสอบสวนไว้เพียงแค่นี้ก่อน เนื่องจากจำเลยมีภารกิจจำเป็นเร่งด่วน และ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3277/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้