Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4544/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ตายกับพวกบุกรุกเข้าไปในบ้านของจำเลยในเวลากลางคืนโดยเจตนาที่จะลักทรัพย์ เมื่อจำเลยได้ยินเสียงสัญญาณป้องกันขโมยดังขึ้นจึงนำอาวุธปืนสั้นลงมาดู ก็ถูกฝ่ายผู้ตายใช้อาวุธปืนยิงก่อนในระยะใกล้แม้กระสุนปืนไม่ถูกจำเลยก็ยังไม่เป็นการแน่นอนว่าฝ่ายผู้ตายจะยิงซ้ำอีกหรือไม่ การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงไปทางกลุ่มคนร้ายซึ่งมีผู้ตายอยู่ด้วยเพียงนัดเดียวในระยะกระชั้นชิดเช่นนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันสิทธิในชีวิตและทรัพย์สินของตนให้พ้นภยันตรายอันเกิดจากการประทุษร้ายของผู้ตายกับพวกพอสมควรแก่เหตุ เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายจำเลยไม่มีความผิด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 69 จำคุก 5 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าตามวันเวลาเกิดเหตุ นายปรีชา ทรงแสงจันทร์ ผู้ตายถูกยิงถึงแก่ความตายในบริเวณบ้านของจำเลย ปรากฏรายละเอียดตามรายงานการชันสูตรพลิกศพของแพทย์และพนักงานสอบสวนเอกสารหมาย จ.7 ปัญหามีว่าจำเลยเป็นคนยิงฆ่าผู้ตายหรือไม่ เห็นว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีพยานโจทก์รู้เห็นว่าผู้ใดเป็นคนยิงผู้ตาย แต่จำเลยเบิกความว่าเมื่อเห็นคนร้ายและร้องถามไปว่าใคร คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงมาทางจำเลย1 นัด จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงโต้ตอบไป 1 นัด แล้วคนร้ายยิงมาที่จำเลยอีก 2 นัด ที่จำเลยยิงคนร้ายนี้จำเลยได้หมอบลงที่ขั้นบันไดล่างลักษณะของบาดแผลที่ผู้ตายตามรายงานชันสูตรพลิกศพ เอกสารหมายจ.7 มีว่า

รอยกระสุนปืนเข้ากลางหลังไม่พบรอยกระสุนออก นายธาดาชัยสุทธิประภา แพทย์โรงพยาบาลโพธารามได้ผ่าตัดผู้ตายพบหัวกระสุนปืน 1 หัว การที่จำเลยยิงไปยังคนร้ายขณะกำลังเดินออกจากใต้ถุนบ้านโดยหันหลังให้จำเลยในระยะกระชั้นชิดและจำเลยมิได้นำสืบว่ากระสุนปืนที่ได้จากการผ่าตัดผู้ตายมิใช่ของจำเลยเช่นนี้ข้อเท็จจริงมีเหตุผลให้รับฟังได้ว่าผู้ตายถูกกระสุนปืนของจำเลยถึงแก่ความตาย

ปัญหาต่อไปมีว่า จำเลยยิงผู้ตายเพื่อป้องกันสิทธิของตนพอสมควรแก่เหตุอันเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เห็นว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 1 นาฬิกาของวันที่ 3ธันวาคม 2527 หลังเกิดเหตุพันตำรวจโทสุขุม จันทน์หอม สารวัตรสืบสวนสอบสวนกับร้อยตำรวจเอกพิสันต์ สอนวิสัย รองสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอโพธารามได้ร่วมกันสอบสวนนายลำพองหรือสำรวล นาคาภูมิพัฒน์ นายสุรินทร์ ตุ้มเล็ก และนายณรงค์ปุจฉาการ ไว้ตามบันทึกคำให้การของพยาน เอกสารหมาย ล.12แผ่นที่ 1 ที่ 8 และที่ 9 ซึ่งเป็นเวลากระชั้นชิดใกล้เคียงกับเวลาเกิดเหตุ นายลำพองหรือสำรวลให้การว่าได้ยินเสียงปืนดัง 4 นัดนายสุรินทร์และนายณรงค์ ให้การว่าได้ยินเสียงปืนดัง 3-4 นัดและนายจิตต์

รอดคำ นายวิเชียร นิ่มจันทร์ กับเด็กชายบุญธรรมแซ่ภู พยานโจทก์เบิกความว่าได้ยินเสียงปืนดัง 3 นัด เมื่อจำเลยได้ยิงผู้ตายแล้ว เวลาประมาณ 6 นาฬิกา พันตำรวจโทสุขุมกับร้อยตำรวจเอกพิสันต์ได้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ร้อยตำรวจเอกพิสันต์เบิกความชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า ขณะตรวจสถานที่เกิดเหตุได้สอบถามจำเลยแล้ว จำเลยแจ้งว่าได้ยินเสียงสัญญาณป้องกันขโมยดังขึ้นจึงนำอาวุธปืนสั้นลงมาดูเห็นคนร้าย 3 คน คนร้ายยิงจำเลย1 นัด จำเลยยิงสวนไป 1 นัด เมื่อจำเลยได้มอบอาวุธปืนที่ใช้ยิงผู้ตายให้แก่พนักงานสอบสวนนั้นก็ปรากฏว่าในลูกโม่ซึ่งบรรจุกระสุนปืนได้ 5 นัดนั้น มีกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ใช้ยิง 4 นัด กับปลอกกระสุนปืนที่ยิงแล้ว 1 ปลอก

ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่า ได้มีเสียงปืนดังขึ้น 3 หรือ 4 นัด แต่จำเลยได้ยิงเพียงนัดเดียวคือนัดที่ถูกผู้ตาย ส่วนเสียงปืนนัดอื่นน่าจะเป็นปืนของคนร้ายอีก 2 คน ที่มากับผู้ตายดังแจ้งและให้การต่อพันตำรวจโทสุขุมกับร้อยตำรวจเอกพิสันต์ในชั้นสอบสวนและตามที่จำเลยนำสืบไว้ การที่ผู้ตายกับพวกได้เข้าไปในบริเวณบ้านของจำเลยเวลาประมาณ 1 นาฬิกา ทั้งมีร่องรอยการงัดสายยูประตูห้องเก็บของซึ่งอยู่ใต้ถุนบ้านของจำเลยอันเป็นการบุกรุกโดยเจตนาที่จะลักทรัพย์ของจำเลยและจำเลยถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงก่อนในระยะใกล้ไม่มีแสงสว่างที่จะเห็นได้ชัดว่าคนร้ายอยู่บริเวณใดแม้กระสุนปืนจากคนร้ายไม่ถูกจำเลยก็ยังไม่เป็นการแน่นอนว่าคนร้ายจะยิงซ้ำอีกหรือไม่

การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงไปทางกลุ่มคนร้ายซึ่งมีผู้ตายอยู่ด้วยเพียงนัดเดียวในระยะกระชั้นชิดเช่นนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันสิทธิในชีวิตและทรัพย์สินของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายของผู้ตายกับพวกพอสมควรแก่เหตุเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1597/2562

การกระทำซึ่งจะเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตาม ป.อ. มาตรา 68 ต้องเป็นการกระทำโดยเจตนา จำเลยเอาอาวุธปืนออกมาขู่ผู้ตายและทำปืนลั่นโดยประมาทถูกผู้ตายถึงแก่ความตายไม่ใช่การกระทำโดยเจตนา การกระทำของจำเลยจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8063/2560

การที่จำเลยมาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เชื่อว่าเพื่อมาพูดคุยเรื่องที่ผู้ตายโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตำหนิจำเลย มิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยอ้างว่า เหตุที่มาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เพราะถูกผู้ตายถีบรถจักรยานยนต์ของจำเลย เพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2812/2556

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ อันถือได้ว่าเป็นการป้องก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 864/2554

ในวันเกิดเหตุตอนเช้าเวลาประมาณ 10 นาฬิกา จำเลยที่ 1 มีเหตุชกต่อยกับผู้ตายมาก่อน มีอาจารย์เข้ามาห้ามแต่จำเลยที่ 1 กับพวกก็ยังคงไม่ยุติ ออกติดตามหากลุ่มของผู้ตายต่อไป แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 กับพวก ยัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5904/2553

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงสวนผู้เสียหายไปในทันทีทันใดในท่านอนตะแคง โดยไม่มีโอกาสเลือกยิงจุดสำคัญของร่างกายผู้เสียหาย เมื่ออาวุธปืนโดยสภาพย่อมเป็นอาวุธที่ใช้ทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ในทันทีทันใด ประกอบกับกระสุน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้