Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินรกร้างว่างเปล่าซึ่งนายอำเภอประกาศสงวนเมื่อวันที่30 ตุลาคม 2478 สำหรับใช้ดำเนินการเป็นทัณฑ์นิคมของกรมราชทัณฑ์นั้น. แม้ในประกาศสงวนจะมีความว่าห้ามราษฎรบุกรุกถากถางจับจอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน.แต่เมื่อต่อมามีพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2479แล้ว. การถอนการหวงห้ามที่สงวนตามประกาศสงวนของนายอำเภอดังกล่าวจะทำได้ก็แต่โดยพระราชกฤษฎีกา.ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นจะโอนแก่กันมิได้เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา.โจทก์เข้าก่นสร้างที่พิพาทซึ่งเป็นที่สงวนเมื่อ พ.ศ.2483. ขอจับจองและได้รับใบเหยียบย่ำเมื่อ พ.ศ.2494. ครอบครองทำประโยชน์และได้รับหนังสือรับรองการทำประโยชน์เมื่อ พ.ศ.2501. ไม่ทำให้โจทก์อ้างสิทธิขึ้นเป็นข้อต่อสู้แผ่นดินได้. ที่พิพาทยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่นั่นเอง. เจ้าพนักงานจะออกใบเหยียบย่ำหรือโฉนดบนที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินชนิดนี้ให้เอกชนไม่ได้.(อ้างฎีกาที่ 214/2480).

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และนางอิ่มภริยาถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเนื้อที่50 ไร่ ได้มาโดยการจับจอง แล้วครอบครองจนได้รับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) นางอิ่มตาย โจทก์ร้องขอทำนิติกรรมขายที่ดินส่วนหนึ่ง และร้องขอรับมรดกส่วนของนางอิ่ม จำเลยซึ่งเป็นผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองไผ่ คัดค้านว่าที่ดินโจทก์อยู่ในแนวเขตที่ดินสงวนและสั่งบริวารบุกรุกที่ดินดังกล่าว ขอให้สั่งพนักงานที่ดินจัดทำนิติกรรมและจดทะเบียนสิทธิที่ดินตาม น.ส.3 ให้โจทก์ และบังคับจำเลยกับบริวารออกจากที่ดิน ห้ามเกี่ยวข้อง จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินของกรมราชทัณฑ์ ได้มาโดยประกาศสงวนที่ดินของนายอำเภอจันทึก โจทก์ได้ น.ส.3 มาโดยเจ้าพนักงานหลงผิด โจทก์บุกรุกที่พิพาทกรมราชทัณฑ์มอบอำนาจให้จำเลยดำเนินคดีฟ้องแย้ง จึงฟ้องแย้งขอให้ขับไล่โจทก์และบริวารและขอให้ศาลสั่งเพิกถอน น.ส.3 ซึ่งออกให้แก่โจทก์และนางอิ่ม

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ไม่รับรองว่าที่พิพาทเป็นที่ดินของกรมราชทัณฑ์ โจทก์ได้ที่พิพาทมาด้วยวิธีการอันชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ของอำเภอสีคิ้ว ซึ่งออกให้แก่ดจทก์และนางอิ่ม ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไป

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า กรมราชทัณฑ์ไม่ได้เป็นคู่ความ ไม่มีอำนาจฟ้องแย้ง พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตประกาศสงวนที่ดินสำหรับทัณฑ์นิคมคลองไผ่ของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งนายอำเภอวันที่ออกประกาศสงวนเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2478 ย้ายประกาศสงวนที่ดินมีความว่า"ฉะนั้น ตามเหตุที่กล่าวนี้ ห้ามไม่ให้ราษฎรคนใดเข้าไปบุกรุกถากถางจับจองเป็นอันขาด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ส่วนที่ดินเฉพาะที่เป็นสิทธิของราษฎรมีมาแต่ก่อนแล้ว ก็ให้เป็นสิทธิคงเดิมห้ามไม่ให้ถากถางจับจองรุกล้ำออกไปอีก" โจทก์และภริยาเข้าก่อสร้างที่พิพาทเมื่อ พ.ศ. 2483 พ.ศ. 2494 โจทก์ยื่นขอจับจองนายอำเภอสีคิ้วออกใบเหยียบย่ำให้ โจทก์ครอบครองทำดินมาจน พ.ศ. 2511 จึงได้รับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) มีปัญหาว่าโจทก์จะได้สิทธิในที่พิพาทหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประกาศสงวนที่ดินลงวันที่ 30 ตุลาคม 2478ดังกล่าวข้างต้น ต่อมามีพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2474 มาตรา 7 บัญญัติว่าการถอนการหวงห้ามทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ก็ให้ออกเป็นกฤษฎีกา การถอนการหวงห้ามที่ว่ามานี้ ให้รวมทั้งการหวงห้ามที่มีไว้ก่อนใช้พระราชบัญญัตินี้ด้วยดังนั้น ที่สงวนรายพิพาทจะถอนการหวงห้ามได้ก็แต่โดยพระราชกฤษฎีกาอนึ่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305 สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา การที่โจทก์ยื่นขอจับจองจนได้รับใบเหยียบย่ำใน

พ.ศ. 2494 ครอบครองทำประโยชน์และได้ใบรับรองการทำประโยชน์ใน พ.ศ. 2511 ซึ่งเป็นเวลาที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าว ยกเลิกและมีประมวลกฎหมายที่ดินใช้แทน แต่ตามมาตรา 4 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินก็คุ้มครองเฉพาะผู้มีสิทธิในที่ดินก่อนวันประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับดังนั้นจึงไม่ทำให้โจทก์อ้างสิทธิขึ้นเป็นข้อต่อสู้แผ่นดินได้ ที่พิพาทยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่นั่นเอง เจ้าพนักงานจะออกใบเหยียบย่ำหรือโฉนดบนที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินชนิดนี้ให้เอกชนไม่ได้ ดังนัยฎีกาที่ 214/2480

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โกวิท ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้