Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2490

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พฤติการณ์ที่ถือว่า ฟ้องไม่เคลือบคลุม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 294 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 321 ป.วิ.อ. มาตรา 158

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2, 3, 5 ซึ่งรับราชการเป็นตำรวจประจำอยู่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดหนองคายได้สมคบกันกับจำเลยที่ 1, 4 กระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกระทง คือเมื่อระหว่างเวลาพระอาทิตย์ตกของวันที่ 17 กรกฎาคม 2488 ถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นของวันที่ 18 กรกฎาคม 2488 อันเป็นเวลากลางคืน ได้มีคนร้ายลักยางนอกและยางในรถยนต์อย่างละเส้น กับล้อรถยนต์ 1 อันรวมราคา 1,500 บาทของนายเจียฮวดไป ตามวันเวลาที่กล่าวแล้วจนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2488 เวลากลางวัน จำเลยที่ 1, 2, 3 กับพวกที่ยังจับตัวไม่ได้ ได้บังอาจรับทรัพย์ที่กล่าวนั้นไว้ในครอบครอง ทั้งนี้โดยจำเลยกับพวกสมคบกันลักมาหรือมิฉะนั้นจำเลยกับพวกได้รับไว้โดยรู้เป็นของร้าย และในวันที่ 18 นั้น

จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่สืบสวนผู้กระทำผิดกฎหมาย จำเลยได้สืบสวนและรู้แน่ว่าจำเลยที่ 1 กับพวกได้เป็นคนร้ายลักทรัพย์หรือรับของโจรรายนี้แทนที่จำเลยจะจัดการไปตามหน้าที่ จำเลยกลับบังอาจเพทุบายโดยเจตนาที่จะช่วยเหลือจำเลยที่ 1 กับพวกมิให้ต้องรับอาญาโดยที่จำเลยมิได้จับกุมจำเลยที่ 1 และทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 กับพวกแต่กลับสมคบกับจำเลยที่ 1, 4 เรียกค่าไถ่ทรัพย์รายนี้จากนายเจียฮวดเจ้าทรัพย์เป็นราคาทรัพย์ 1,300 บาท และจำเลยได้รับเงินส่วนแบ่ง 150 บาททั้งนี้เป็นเครื่องอุปการะแก่การที่จำเลยให้คุณหรือให้โทษแก่จำเลยที่ 1 กับพวก ในวันที่ 18 เดือนเดียวกันเวลากลางวัน จำเลยที่ 4, 5 สมคบกับจำเลยที่ 1 มีทรัพย์ของนายเจียฮวดไว้ในครอบครองโดยว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย แล้วสมคบกันเรียกค่าไถ่จากนายเจียฮวดเป็นเงิน 1,300 บาท

เหตุเกิดที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองจังหวัดหนองคาย จึงขอให้ลงโทษตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293, 294, 321, 137, 138, 142, 146, 63, 70, 71ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษฐานรับของโจรจำเลยที่ 1, 4, 5 นั้นยืนนายขันธ์ จำเลยที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้ออ้างของจำเลยที่ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมนั้น เห็นว่าฟ้องของโจทก์มีข้อความขัดพอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาของโจทก์ได้แล้ว ไม่เคลือบคลุมและฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปรีชา · มนูภันย์วิมลสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2007/2500

ถึงแม้ในคำบรรยายฟ้องอาญา โจทก์จะได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดแล้วก็ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6)ก็ยังมีความประสงค์ให้โจทก์อ้างบทมาตราแห่งความผิดไว้ในท้ายฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 395/2496

ฟ้องบรรยายว่า เมื่อเวลาค่ำคืนระหว่างวันที่ 6-7พฤศจิกายน2494 คนร้ายได้ลักทรัพย์ของผู้เสียหายไปต่อมาวันที่ 7 เดือนเดียวกัน เวลากลางวัน จับของกลางได้ที่ลิ้นชักตู้ของจำเลยทั้งนี้โดยจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2492

ไม่ปรากฎว่ากระบือของเจ้าทรัพย์หายไปแต่เวลาใด แต่ไปพบจำเลยอยู่กับกระบือเป็นเวลากลางคืนแล้ว ถ้ากระบือหายไปในตอนเช้า ก็เป็นระยะเวลาห่างจากที่พบจำเลยกับกระบือมาก ทั้งระยะทางจากที่กระบือหาย จนถึงที่พบจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 277/2490

ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ของผู้มีชื่อ ทางพิจารณาได้ความว่าผู้นั้นเป็นเพียงผู้ดูแลรักษาทรัพย์นั้นดังนี้ ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงต่างกับฟ้องฟ้องกล่าวถึงทรัพย์ที่ถูกคนร้ายลักไปแล้วกล่าวว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2486

ความผิดฐานรับของโจรจะมีได้ต่อเมื่อมีการรับของร้ายไว้จากผู้หนึ่งผู้ใด ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าทรัพย์อยู่ในความครอบครองของจำเลยแต่ไม่ได้ความว่าจำเลยร่วมคิดกับผู้อื่นลักทรัพย์นั้นมาหรือว่ามีผู้ที่ลักมาส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้