คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริษัทแก๊สซัพพลายส์ จำกัด บริวารออกจากที่ดินพิพาทเพราะจำเลยไม่ชำระค่าเช่า
จำเลยให้การว่า
โจทก์ฟ้องผิดตัว เพราะคู่กรณีของโจทก์คือบริษัทแก๊สซัพพลายส์ จำกัด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง บริษัทแก๊สซัพพลายส์ จำกัด
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องกับโจทก์ร่วมกันลงทุนในลักษณะของห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนเพื่อประกอบกิจการสถานีบริการก๊าซเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์โดยผู้ร้องลงทุนในการก่อสร้างและใบอนุญาต ส่วนโจทก์ลงทุนให้ใช้ที่ดินพิพาท ผู้ร้องมิได้เป็นผู้เช่าและมิใช่บริวารของจำเลย การที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยดังกล่าวคำพิพากษาของศาลย่อมจะทำให้ผู้ร้องถูกบังคับขับไล่ ผู้ร้องสอดจึงยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความในคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ากรณีตามคำร้องของผู้ร้องสอดไม่มีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) จึงไม่รับคำร้องผู้ร้องสอดอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนผู้ร้องสอดฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "แม้ผู้ร้องสอดจะมีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีนี้ได้ดังข้ออ้างของผู้ร้องสอดก็ตาม
เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินกับบริวารออกจากที่พิพาท ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน คดีถึงที่สุด และอยู่ระหว่างการออกหมายบังคับคดี ดังนั้นหากศาลฎีกาจะมีคำสั่งย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดี แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาใหม่ทั้งหมดก็จะทำให้คดีดังกล่าวข้างต้นต้องล่าช้าไม่เป็นประโยชน์แก่คู่กรณี เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ผู้ร้องสอดไปฟ้องเป็นคดีใหม่ ฎีกาของผู้ร้องสอดฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ร้องสอดที่จะไปฟ้องคดีใหม่