Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 450/2493

พ.ศ. 2493 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีแพ่งซึ่งถ้าเป็นจริงตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่า บิดาจำเลยผู้ทำสัญญามัดจำขายที่ดินให้โจทก์ได้ตายแล้ว จำเลยได้ยอมรับปฎิบัติตามสัญญามัดจำจะโอนให้โจทก์ทั้งยอมให้โจทก์ครอบครองที่ดินนั้นจนบัดนี้ ดังนี้ ย่อมเรียกได้ว่าจำเลยยอมรับสภาพหนี้ต่อโจทก์อันทำให้อายุความสะดุดหยุดลงหากศาลชั้นต้นงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายเสียและวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. 2481 ค. โจทก์ที่ 1 จ. และ ผ. ได้จำนองที่ดินไว้กับโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นภริยาโจทก์เป็นเงิน 1,100 บาท แล้ว จ. ทำสัญญามัดจำขายที่ดินเฉพาะส่วนของตนเป็นราคา 450 บาท โจทก์ชำระมัดจำไปแล้ว 80 บาท จ. ได้ตกลงให้หักหนี้จำนองเฉพาะส่วนของ จ. หักใช้เป็นราคาที่ดินด้วย และโจทก์กล่าวในฟ้องตอนท้ายว่า "ต่อมา จ. ตาย จำเลยซึ่งเป็นบุตรยอมรับจะปฏิบัติตามสัญญามัดจำโดยจะโอนนารายนี้ ที่ จ. ขายให้นั้นให้แก่โจทก์ ทั้งยอมให้โจทก์เข้าครอบครองและทำนาต่อมาจนทุกวันนี้ ซึ่งโจทก์มิได้ละเว้นเพิกเฉยการเรียกร้องมาแต่ต้นเลย คงติดต่อทวงถามและจำเลยก็รับคำเสมอมา"

จำเลยให้การต่อสู้ว่าสัญญาเป็นโมฆะและตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเพราะ จ. ตายกว่า 1 ปีศาลชั้นต้นงดสืบพยาน และเห็นว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมคนใดคนหนึ่งอาจจำหน่ายส่วนของตนได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรคต้น แต่ปรากฏว่า จ. ตายมา 7-8 ปี แล้ว

โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อเกิน 1 ปี จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรค 3 ให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์เห็นว่า เรื่องอายุความมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรค 3 นั้น ตามฟ้องเดิมและฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์มีประเด็นว่าจำเลยลูกหนี้ได้รับสภาพหนี้ต่อโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องสืบ แต่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานเสียทั้ง 2 ฝ่ายเสีย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่จำเลยฎีกา ในชั้นฎีกามีปัญหาแต่เฉพาะเรื่องอายุความ ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าเป็นจริงตามที่โจทก์กล่าวยืนยันในฟ้องตอนท้าย ก็เรียกได้ว่าจำเลยรับสภาพต่อโจทก์ ผู้เป็นเจ้าหนี้อายุความย่อมสะดุดหยุดลงตามมาตรา 172 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา · มนูกิจวิมลอรรถ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้