Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2507 (เลขอ้างอิง 44984)

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ถูกจับหาว่าวิวาทชกต่อยกัน ตำรวจเปรียบเทียบสั่งปรับไปแล้ว จำเลยซึ่งเป็นนายอำเภอได้สั่งให้ควบคุมตัวโจทก์ไว้ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 21 อีก 30วัน โดยมิได้มีการสอบสวนเกี่ยวกับพฤติการณ์บุคคลอันธพาลแต่อย่างใด ดังนี้ ย่อมเป็นการแสดงว่า ไม่มีการสอบสวนในข้อหาข้อใดแก่โจทก์อีก อำนาจควบคุมตัวโจทก์ 30 วันจึงไม่เกิด จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องจำเลยว่า เมื่อ 8 เมษายน 2505 เวลากลางคืน โจทก์ทั้งสองถูกตำรวจแจ้งหาว่า วิวาททำร้ายร่างกายกันไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตราย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 จำเลยเป็นนายอำเภอบ้านแหลม มีสาเหตุโกรธเคืองกับโจทก์ ได้ปฏิบัติหน้าที่มิชอบทำรายงานเท็จว่าโจทก์เป็นบุคคลอันธพาล สั่งโดยพลการให้ควบคุมโจทก์ไว้ 30 วัน โดยอ้างประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 21 ความจริงโจทก์มิใช่บุคคลอันธพาล ตามพฤติการณ์แห่งคดีที่ถูกกล่าวหาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมตัวโจทก์ไว้ โจทก์ต้องถูกควบคุมตัวไว้ 30 วัน ระหว่าง 30 วันนั้น จำเลยหรือพนักงานสอบสวนมิได้ทำการสอบสวนใด ๆ เกี่ยวกับความผิดที่โจทก์ถูกกล่าวหา โดยเจตนาหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ให้ปราศจากเสรีภาพ

เหตุเกิดที่ตำบลและอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157, 310, 91จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้ว่า โจทก์ประพฤติตนเป็นบุคคลอันธพาลและกระทำการอันเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย จำเลยเป็นพนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมตัวโจทก์ไว้ ทำการสอบสวนได้ไม่เกิน 30 วัน ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 21ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 310 ให้กำหนดโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 1 ปี รอการลงโทษไว้ 3 ปีนายเจือโจทก์กับจำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาว่า พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งควบคุมบุคคลประพฤติตนเป็นอันธพาลตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 21 ได้ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว พนักงานสอบสวนจะมีอำนาจควบคุมบุคคลตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 21 ข้อ 1 ได้ ก็จะต้องปรากฏว่าบุคคลนั้นประพฤติตนเป็นอันธพาลหรือดำรงชีพด้วยการกระทำผิดต่อกฎหมายและได้กระทำการอันใดซึ่งเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย แล้วจัดดำเนินการต่อไป เพื่อการนี้ถ้าปรากฏมีความจำเป็นต้องจับตัวมาควบคุมไว้เพื่อทำการสอบสวนในข้อหาใด ก็ให้ดำเนินการไปโดยเคร่งครัด เมื่อดังนี้พนักงานสอบสวนก็จะมีอำนาจควบคุมตัวไว้ทำการสอบสวนได้ไม่เกิน30 วันนับแต่วันเริ่มควบคุม คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทั้งสองวิวาทชกต่อยกันไม่ถึงบาดเจ็บ

ตำรวจจับตัวโจทก์ส่งร้อยตำรวจโทเต็ม ร้อยตำรวจโทเต็มสั่งปรับโจทก์คนละ 100 บาท ต่อมาจำเลยสั่งให้ร้อยตำรวจโทเต็มบันทึกเสนอจำเลย ร้อยตำรวจโทเต็มจึงบันทึกให้โดยมิได้มีความเห็นหรือเจตนาบันทึกขอให้จำเลยสั่งควบคุมโจทก์ในข้อหาอันธพาล ร้อยตำรวจโทเต็มบันทึกมีใจความเพียงว่าโจทก์วิวาทชกต่อยกันเนื่องจากหึงหวงแม่ค้า ทางสืบสวนได้ความว่านายมาลัยโจทก์มีความประพฤติไม่ค่อยจะดี จำเลยได้เขียนสั่งว่า"ให้ควบคุมไว้ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 21" ดังนั้น โจทก์ทั้งสองจึงถูกควบคุมตัวไว้คนละ 30 วัน และฟังได้ว่าไม่มีหลักฐานอันแสดงว่าโจทก์เป็นบุคคลอันธพาล ภายหลังที่โจทก์ถูกจับมาในข้อหาว่าวิวาททำร้ายร่างกาย ก็มิได้มีการสอบสวนเกี่ยวกับพฤติการณ์ที่โจทก์เป็นบุคคลอันธพาลตามข้อเท็จจริงดังกล่าวปรากฏว่า

เมื่อโจทก์ถูกจับหาว่าวิวาทชกต่อยกันไม่ถึงบาดเจ็บเวลา 2 น. ร้อยตำรวจโทเต็มก็ได้สั่งปรับไปแล้ว ต่อมาจำเลยจึงควบคุมตัวโจทก์ไว้แต่ 8 เมษายน 2505 ถึง7 พฤษภาคม 2505 เป็นเวลา 30 วัน และในระหว่างนั้นก็มิได้มีการสอบสวนเกี่ยวกับพฤติการณ์ของบุคคลอันธพาลแต่อย่างใด ดังนี้จึงเป็นการแสดงว่า ไม่มีการสอบสวนในข้อหาข้อใดแก่โจทก์อีกและดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องควบคุมตัวโจทก์ไว้เพื่อทำการสอบสวน และเมื่อคดีไม่มีหลักฐานว่า โจทก์เป็นบุคคลอันธพาล ดังนั้น อำนาจที่จะควบคุมตัวโจทก์ไว้ 30 วันจึงไม่เกิดขึ้น แม้จำเลยจะเป็นพนักงานสอบสวน แต่เมื่อไม่มีอำนาจควบคุมโจทก์ 30 วันดังกล่าวแต่จำเลยควบคุมโจทก์ไว้ 30 วันเช่นนี้ ย่อมชื่อว่าเป็นเจ้าพนักงานได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 21 ข้อ 1 เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ศาลล่างพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดมีเหตุสมควรพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พร สุขารมณ์ · การุณย์นราทร · ยง เหลืองรังษี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้