Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4487/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์ได้กระทำการไปภายในวัตถุที่ประสงค์ของโจทก์ตามที่ปรากฏตามหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคล สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงมีผลผูกพันคู่สัญญา โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์โดยให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินไทยในวันที่มีคำพิพากษาโดยโจทก์มิได้มีคำขอมาจึงเป็นการไม่ชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 12,028.45 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันรับสินค้าจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 12,028.45 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ เฉพาะส่วนดอกเบี้ยที่คำนวณถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 1,713.68 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับดอลลาร์สหรัฐให้คิดเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ในกรุงเทพมหานครในวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา หากไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนเงินในวันนั้นให้ถืออัตราแลกเปลี่ยนเงินในวันสุดท้ายก่อนวันพิพากษาเป็นเกณฑ์ในการเปลี่ยนเงินจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า

จำเลยได้ซื้ออะลูมิเนียมแผ่นขดเป็นม้วนจำนวน 9 ม้วน น้ำหนักรวม 34,367 กิโลกรัม จากโจทก์ในราคาตันละ 2,350 ดอลลาร์สหรัฐ ตามบันทึกยืนยันการสั่งซื้อเอกสารหมาย จ.3 จำเลยได้รับสินค้าจำนวนดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2538 และยังต้องชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์อีกจำนวน 12,028.45 ดอลลาร์สหรัฐในวันดังกล่าว แต่จำเลยไม่ชำระ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นข้อแรกว่า โจทก์ไม่มีวัตถุประสงค์ในการซื้อขายอะลูมิเนียม สัญญาซื้อขายอะลูมิเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยตามฟ้องจึงไม่มีผลผูกพันคู่สัญญาจริงหรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลของโจทก์โดยสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกรมทะเบียนการค้ากระทรวงพาณิชย์ เอกสารหมาย จ.1 ได้ระบุวัตถุที่ประสงค์ทั่วไปของโจทก์ว่า ข้อ (1) ซื้อ จัดหา... ซึ่งทรัพย์สินใด ๆตลอดจนดอกผลของทรัพย์สินนั้น และข้อ (2) ขาย โอน... และจำหน่ายทรัพย์สินโดยประการอื่น การที่โจทก์สั่งซื้ออะลูมิเนียมแผ่นขดเป็นม้วนจากผู้ขายในต่างประเทศและได้ตกลงขายอะลูมิเนียมแผ่นขดเป็นม้วนจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลย ถือได้ว่า โจทก์ได้กระทำการไปภายในวัตถุที่ประสงค์ของโจทก์ ข้อ (1) และ (2) ตามที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วสัญญาซื้ออะลูมิเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงมีผลผูกพันคู่สัญญา

ที่จำเลยฎีกาว่าการซื้อและขายอะลูมิเนียมตามฟ้องของโจทก์เป็นการกระทำกิจการนอกวัตถุประสงค์ของโจทก์ จึงฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์โดยให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินไทยในวันที่ศาลมีคำพิพากษา โดยโจทก์มิได้มีคำขอมาจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในส่วนที่กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินไทยออกเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · มงคล คุปต์กาญจนากุล · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 633990)

ป.พ.พ. มาตรา 65 บัญญัติว่า "นิติบุคคลจะมีขึ้นได้ก็แต่ด้วยอาศัยอำนาจแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น" มาตรา 66 บัญญัติว่า "นิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นภา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7625/2552

บริษัท ส. ที่โจทก์เป็นกรรมการได้มอบเงินให้บริษัท ซ. ที่จำเลยเป็นกรรมการเป็นค่าสินค้าที่โจทก์ชำระให้แก่จำเลยล่วงหน้า เงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่หนี้ตามข้อตกลงในฐานะส่วนตัวของโจทก์กับจำเลย แต่เป็นข้อตกลงระห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1423/2545

โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดมี ก. เป็นกรรมการเพียงคนเดียวก. จึงมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ รวมทั้งมีอำนาจแต่งตั้งทนายความให้ฟ้องคดีและแม้ว่าวัตถุประสงค์ของโจทก์จะไม่ได้ระบุว่าโจทก์มีวัตถุประสงค์ในก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2568

ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4759/2568

เมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาชำระเงิน 10,000,000 บาท แทนการให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ตามคำร้องของผู้ร้องและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการบั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้