Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4473/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077(2) และ 1087 ระบุว่าผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดต้องร่วมรับผิดในบรรดาหนี้ของห้างโดยไม่จำกัดจำนวน และผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนจำกัดจะมีได้เฉพาะหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้น ดังนั้น เมื่อหนี้ที่เจ้าหนี้นำมาขอรับชำระเป็นหนี้ของลูกหนี้ที่ 1 ซึ่งลูกหนี้ที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการต้องร่วมรับผิดในบรรดาหนี้ของลูกหนี้ที่ 1 โดยไม่จำกัดจำนวน อีกทั้งเมื่อเจ้าหนี้นำมูลหนี้ตามคดีแพ่งมาฟ้องให้ลูกหนี้ทั้งสองล้มละลาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว เจ้าหนี้จึงนำมูลหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวมาขอรับชำระหนี้จากทั้งลูกหนี้ที่ 1 และลูกหนี้ที่ 2 ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสองไว้เด็ดขาด เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2537 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจำนวน 2,263,660 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งสองเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเห็นว่าหนี้ที่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่เจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ที่ 1 ให้รับผิดในค่าปรับและค่าเสียหายฐานผิดสัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคารโรงเรียน รวม 2 คดี ตามคดีหมายเลขแดงที่ 427/2525และ 428/2525 ของศาลจังหวัดพิจิตร โดยมิได้ฟ้องลูกหนี้ที่ 2 ให้ร่วมรับผิดในคดีทั้งสองดังกล่าวด้วย

เจ้าหนี้จึงไม่อาจอ้างสิทธิในมูลหนี้ตามคำพิพากษาขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 2 ได้ แม้ว่าลูกหนี้ที่ 2 จะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการซึ่งต้องร่วมรับผิดในหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดลูกหนี้ที่ 1 โดยไม่จำกัดจำนวนก็ตาม หรือหากพิจารณาถึงมูลหนี้เดิมอันเป็นเรื่องผิดสัญญาจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ซึ่งมีอายุความ 10 ปี ปรากฏว่าฝ่ายลูกหนี้ผิดสัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคารโรงเรียนทั้งสองคดีในปี 2522 เมื่อเจ้าหนี้มิได้ฟ้องลูกหนี้ที่ 2 ให้รับผิดในคดีแพ่งพร้อมลูกหนี้ที่ 1 อายุความจึงสะดุดหยุดลงเฉพาะที่เกี่ยวกับลูกหนี้ที่ 1 เท่านั้น แต่ในส่วนของลูกหนี้ที่ 2 หาได้สะดุดหยุดลงด้วยไม่ และเมื่อเจ้าหนี้นำมูลหนี้ดังกล่าวมาฟ้องให้ลูกหนี้ที่ 2 ล้มละลายร่วมกับลูกหนี้ที่ 1 ในวันที่ 29 ตุลาคม 2535 จึงถือว่าหนี้ที่เกี่ยวกับลูกหนี้ที่ 2ดังกล่าวเป็นหนี้ที่ขาดอายุความ

นอกจากนี้เจ้าหนี้ยังมิได้นำมูลหนี้เดิมมาขอชำระหนี้ในคดีล้มละลายภายในกำหนดระยะเวลา 2 เดือน ตามมาตรา 91 ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 94 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483เจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 2 เห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นเงิน 2,263,660 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ตามมาตรา 130(8) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ส่วนคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 2 ให้ยกเสียหมดศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้เจ้าหนี้ได้ชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เจ้าหนี้อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนเจ้าหนี้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าลูกหนี้ที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดมีลูกหนี้ที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2525

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดพิจิตรพิพากษาให้ลูกหนี้ที่ 1 ชำระค่าปรับและค่าเสียหายให้แก่เจ้าหนี้ฐานผิดสัญญาจ้างรวม 2 คดี คือ คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 427/2525 พิพากษาให้ลูกหนี้ที่ 1 ชำระค่าปรับและค่าเสียหายเป็นเงิน 606,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และค่าฤชาธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท และคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 428/2525 พิพากษาให้ลูกหนี้ที่ 1 ชำระค่าปรับและค่าเสียหายเป็นเงิน 559,900 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และค่าฤชาธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความ5,000 บาท คดีถึงที่สุด ลูกหนี้ที่ 1 ไม่ชำระหนี้เจ้าหนี้จึงนำมูลหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวมาฟ้องให้ลูกหนี้ทั้งสองล้มละลาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ทั้งสองเด็ดขาด และพิพากษาให้ลูกหนี้ทั้งสองล้มละลาย เจ้าหนี้จึงนำมูลหนี้ตามคำพิพากษาทั้งสองคดีดังกล่าวมาขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งสองเป็นเงิน 2,263,660 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าเจ้าหนี้จะนำมูลหนี้ตามคำพิพากษาทั้งสองคดีดังกล่าวมาขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 2ได้หรือไม่ เจ้าหนี้ฎีกาว่าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้ของลูกหนี้ที่ 1 ซึ่งลูกหนี้ที่ 2ในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของลูกหนี้ที่ 1 ต้องร่วมรับผิดในหนี้ของลูกหนี้ที่ 1โดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077(2)ประกอบด้วยมาตรา 1087 เป็นหนี้ที่ไม่อาจแบ่งแยกความรับผิดได้ เมื่อลูกหนี้ที่ 1มีหน้าที่ต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้แล้ว ลูกหนี้ที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับผิดกับลูกหนี้ที่ 1ตามบทกฎหมายดักล่าว ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077 บัญญัติว่า

"อันห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น คือ ห้างหุ้นส่วนประเภทหนึ่งซึ่งมีผู้เป็นหุ้นส่วนสองจำพวกดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ (2) ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวหรือหลายคนซึ่งต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนไม่มีจำกัดจำนวนอีกจำพวกหนึ่ง" และมาตรา 1087 บัญญัติว่า"อันห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น ท่านว่าต้องให้แต่เฉพาะผู้เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้นเป็นผู้จัดการ" ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว มีความหมายว่า ผู้เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดต้องร่วมรับผิดในบรรดาหนี้ของห้างโดยไม่จำกัดจำนวน และผู้จะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนจำกัดจะมีได้เฉพาะหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดเท่านั้นดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

หนี้ที่เจ้าหนี้นำมาขอรับชำระหนี้ของลูกหนี้ที่ 1 ซึ่งลูกหนี้ที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการต้องร่วมรับผิดในบรรดาหนี้ของลูกหนี้ที่ 1โดยไม่จำกัดจำนวน อีกทั้งเมื่อเจ้าหนี้นำมูลหนี้ตามคดีแพ่งทั้งสองคดีมาฟ้องให้ลูกหนี้ทั้งสองล้มละลาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว เจ้าหนี้จึงนำมูลหนี้ตามคำพิพากษาทั้งสองคดีดังกล่าวมาขอรับชำระหนี้จากทั้งลูกหนี้ที่ 1 และลูกหนี้ที่ 2 ได้ตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น เมื่อได้วินิจฉัยเช่นนี้แล้ว ฎีกาข้ออื่น ๆ ของเจ้าหนี้ไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของเจ้าหนี้ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวน 2,263,660 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 2 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย สายเชื้อ · สมปอง เสนเนียม · ศิริชัย สวัสดิ์มงคล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้